หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

“ผู้ว่าสุริยะ” ปลื้มผลงานปราบยา คดีรอบปี 58 ลด

Author by 2/09/15No Comments »

  สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ copy              พ่อเมืองเชียงใหม่นำคณะแถลงผลการทำงานด้านยาเสพติดรอบปีงบประมาณ 2558 ภาพรวมเป็นไปตามเป้าหมาย สถานการณ์ปัญหายาเสพติดมีคดีลดลงจากปีก่อนๆ จากมาตรการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล และ คสช. ด้าน ...ภาค 5 เผยขบวนการยานรกเปลี่ยนเส้นทาง การกดดันหนักและความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้านในภารกิจแม่โขงปลอดภัย ทำยาบ้าราคาตก เคมีภัณฑ์สารตั้งต้นหายาก ทำให้ปลูกฝิ่นเพิ่ม เฮโรอีนก็เพิ่มตาม ขณะที่การบำบัดก็ทำได้ใกล้เป้าหมาย .อมก๋อยมีบำบัดมากสุด

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2558 ที่โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.เชียงใหม่พร้อมด้วย นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 (ป.ป.ส.ภาค 5) พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณ ณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.อ.สุริยะ เอี่ยมสุโร เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคเหนือ นายอวยชัย ศรีตระกูล รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ จ่าจังหวัดเชียงใหม่ นายเกรียงไกร ยอดเรือน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ และผู้แทนพัฒนาการ จ.เชียงใหม่ได้ร่วมกันแถลงผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามยาเสพติดและเกี่ยวข้องในปีงบประมาณ 2558 ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2557 ถึงปัจจุบัน (31 ส.ค. 2558)

โดยนายสุริยะกล่าวว่า สถานการณ์ภาพรวมถือว่าเป็นที่พอใจที่ทุกหน่วยทำงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จ.เชียงใหม่ได้บูรณาการทุกภาคส่วนในการกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย แนวทาง แผนงาน สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการปราบปราม ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ มุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้ผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด บำบัดรักษาในทุกระบบ สร้างและพัฒนาระบบรองรับการคืนคนดีให้สังคม การควบคุมตัวยาและผู้ค้ายาเสพติด รวมถึงการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการสกัดกั้นยาเสพติดและเคมีภัณฑ์ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด จัดระเบียบสังคม และที่สำคัญการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อให้ผลการปฏิบัติงานเป็นรูปธรรมชัดเจน  โดยทั้งคดีและปริมาณยาเสพติดลดลงจากการเพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้าง ทุกหน่วยได้ช่วยกันดำเนินการเต็มที่ โดยเฉพาะให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่เข้าไปสู่วงจรยาเสพติด

ขณะเดียวกันได้ดำเนินการปราบปรามผู้ที่อยู่ในกระบวนยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครือข่ายผู้ค้าสำคัญและรายย่อยในพื้นที่เป้าหมาย การบำบัดรักษาผู้เสพผู้ที่อยู่ในวงจรยาเสพติดทั้งการสมัครใจและบังคับบำบัด การตัดวงจรและลดปริมาณลงให้ได้ ทุกหน่วยได้ช่วยกัน เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)   ที่ออกประกาศและคำสั่งในเรื่องเหล่านี้เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ด้าน พล.ต.ต.มนตรี   กล่าวว่า สำหรับผลการปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าคดียาเสพติดลดลงจากปีก่อน จากมาตรการเข้มงวดในการกวาดล้าง สกัดกั้นตามแนวชายแดน   และการกดดันขบวนการยาเสพติดทุกช่องทาง ทั้งนี้ตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดระหว่าง 1 ต.ค. 2557 ถึง 31 ส.ค. 2558 ได้ 6,593 ราย ผู้ต้องหา 6,789 คน ของกลางยาบ้า 7,071,127.57 เม็ดเฮโรอีน 4,978.49 กรัม ฝิ่น 12,025.53 กรัม มูลฝิ่น 1,047.13 กรัม กัญชาแห้ง 1,622.51 กรัม สารระเหย 16 กระป๋อง เอกซ์ตาซี่ 1 เม็ด ยาไอซ์ 58,839.12 กรัม โดยดูสถิติย้อนหลัง 3 ปีพบว่า ปี 2556 จับกุมได้ 8,885 ราย ได้ผู้ต้องหา 9,272 คน ปี 2557 จับกุมได้ 8,819 ราย ผู้ต้องหา 9,175 คน และปี 2558 จับกุมได้ 6,593 ราย ผู้ต้องหา 6,789 คน ผลการจับกุมในปีงบประมาณ 2558 ลดลงจากปีก่อน 2,226 ราย สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการนำส่งผู้เสพเข้าบำบัดตามคำสั่ง คสช.และการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ามา รวมถึงความร่วมมือของทุกหน่วยงานมากขึ้น

ขณะที่นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคเหนือมีการจับกุมคดียาเสพติดในปีงบประมาณ 2558 ตั้งแต่ ต.ค. 2557-ส.ค. 2558 จำนวน 242,858 คดี ผู้ต้องหา 248,886 คน ของกลางยาบ้า 84.7  ล้านเม็ด ไอซ์ 958.6 กิโลกรัม เฮโรอีน 61.3 กิโลกรัม และกัญชา 20.6 ตัน สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ที่ได้ร่วมมือกับ จีน สปป.ลาว พม่า ในโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามยาเสพติดในอนุภูมิภาคลำน้ำโขง และเสริมสร้างความเข้มแข็งในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และเคมีภัณฑ์สารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ รวมถึงภารกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่ทุกประเทศจะจัดกำลังมาร่วมกันทำงานก็ได้ผลที่ดีมาก

โดยผลการดำเนินงาน ระยะที่ 2 (ส่วนขยาย) จับกุม 2,281 คดี ผู้ต้องหา 2,541 คน ยาบ้า 59.22 ล้านเม็ด ไอซ์ 287 กิโลกรัม เฮโรอีน 1,130 กิโลกรัม ฝิ่น 848 กิโลกรัม ส่วนจับกุมเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้น ประเทศจีนตรวจยึดเอธิลแอลกอฮอล์ 16 ตัน สารเคมีชนิดอื่น 6 ตัน และกรดไฮโดรคลอริก 3.76 ตัน สปป.ลาว ตรวจยึดสารเคมีต้องสงสัยได้ทั้งหมด 2,880 ลิตร และพม่า ตรวจยึดอาเซติคแอนไฮไดรด์ 200 ลิตร อะซิโตน 1,880 ลิตร ซูโดอีเฟดรีน ชนิดเม็ด 6.5 ล้านเม็ด และชนิดผงอีก 151.25 กิโลกรัม และไทยตรวจยึดเมทิลีน คลอไรด์ 20 ตัน

ทั้งนี้พบว่า จากการเข้มงวดทั้งทางการไทยและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านทำให้กดดันขบวนการยาเสพติดได้มาก สารตั้งต้นผลิตยาบ้าลดลง ทำให้ราคายาลดลงเม็ดละ 10-15 บาท มีการเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงไปลาวไปทางย่างกุ้ง ด่านเจดีย์สามองค์ ตาก ขณะเดียวกันกับพบว่า เฮโรอีนกลับพบมากขึ้น จากการใช้ฝิ่นที่มีการปลูกมากขึ้นในฝั่งตรงข้ามเพราะเคมีภัณฑ์สารตั้งต้นหายาก โดยจะเห็นได้ว่า การจับกุมและสกัดกั้นได้ผลทำให้สถิติลดลงจากปีก่อน

สำหรับเฮโรอีนจะเห็นได้ว่ามีการจับกุมได้มากขึ้น เนื่องจากการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้นโดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีนี้ และไทยยังเป็นทางผ่านของการลักลอบเข้าไปเพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 กลุ่มผู้ค้าเฮโรอีนกับยาบ้าและไอซ์จะเป็นคนละกลุ่มกัน จากเดิมจะ ลอบเข้าผ่านทางชายแดนลาวแต่เพราะปฏิบัติการ Safe Mekong ทำให้ทางการจีนและลาววางกำลังสกัดกั้นอย่างได้ผล ทำให้เฮโรอีนไหลเข้ามาทางฝั่งไทย เพราะสุนัขดมกลิ่นไม่ได้ฝึกดม กลิ่นเฮโรอีน จึงทำให้เล็ดลอดออกมาได้มาก

ทิศทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปีงบประมาณ 2559 จะเน้นทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษา รวมถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไป พัฒนามาตรฐานการบำบัดรักษาทุกระบบ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงและนำเข้าผ่านช่องทางชายแดน รวมถึงการดำเนินงานร่วมกันในโครงการแม่น้ำโขงปลอด ภัยทั้งวางระบบการข่าวกัน ปฏิบัติการร่วม สืบสวนเครือข่ายและเส้นทางลำเลียงและพิจารณาเชิญเวียดนามกับกัมพูชาเข้าร่วมโครงการในระยะต่อไปเพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันมากขึ้น

ด้าน พ.อ.สุริยะ เอี่ยมสุโร เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคเหนือ เปิดเผยว่า ศูนย์มีภารกิจในการอำนวยการ ประสานงาน บูรณาการต่อส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสกัดกั้นป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอชายแดนภาคเหนือ โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2 อำเภอ จ.เชียงใหม่ 5 อำเภอ และ จ.เชียงราย 13 อำเภอ และมีหน่วยที่ปฏิบัติงานหลักที่สำคัญคือศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังนเรศวร, ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง, 2 กองบังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ, 5 กองบังคับการควบคุมพื้นที่พิเศษ และกองร้อยทหารพรานที่ 3106

ในปีงบประมาณ 2558 หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบโดยสรุปคือ การสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ 20 อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557-20 ส.ค. 2558 สามารถจับกุมยาบ้า 12 ล้านเม็ด, ไอซ์ 72 กิโลกรัม และเฮโรอีน 87 กิโลกรัม หากคิดเป็นการเปรียบเทียบการจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบ 20 อำเภอ คิดเป็น 41.8% ของผลการจับกุมยาเสพติดทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ และคิดเป็น 26.8% ของการจับกุมทั่วประเทศ

พื้นที่การจับกุมยาบ้าในเขตพื้นที่รับผิดชอบสามารถแบ่งออกมาได้ดังนี้ พื้นที่ จ.เชียงราย มีการจับกุมยาบ้าสูงสุดใน อ.แม่สาย อ.เมือง และ อ.แม่ฟ้าหลวง ในส่วนของ จ.เชียงใหม่ มีผลการจับกุมสูงสุดคือ อ.เชียงดาว อ.ไชยปราการ และอ.ฝาง และการจับกุมยาไอซ์สูงสุดในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเปรียบเทียบกับการสกัดกั้นยาเสพติดปี 2557 และ 2558 พบว่า ในปี 2558 มีการจับกุมยาบ้าลดลง ประมาณ 1.7 เท่า และการจับกุมยาไอซ์ ลดลง 1.3 เท่า และการจับกุมเฮโรอีน มีเพิ่มขึ้น 2.3 เท่า และมีแนวโน้มการผลิตที่สูงขึ้นด้วย

สาเหตุที่ทำให้มีการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่มีเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการผนึกกำลังร่วมกัน และเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจค้น และตั้งจุดสกัดในพื้นที่ที่เป็นจุดเสียงต่อการซื้อขาย และพื้นที่ลักลอบขนย้ายยาเสพติด รวมถึงการเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่ได้นำเสนอผลการจับกุมต่างๆ ที่ผ่านมา และอยากให้สื่อมวลชนทุกแขนงได้ถ่ายทอดผลกระทบของครอบครัวที่ถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติด ให้เป็นอุทาหรณ์ต่อนักค้า หรือนักเสพรุ่นใหม่ที่จะเข้ามา และเพื่อตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดที่มีต่อทั้งตนเองและครอบครัว

ขณะที่นายเกรียงไกร ยอดเรือน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กล่าวถึงการดำเนินงานโครงการ ทูบีนัมเบอร์วัน ว่า จากการบูรณาการทรัพยาการจากทุกภาคส่วน ทุกระดับ เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ ดำเนินการไปแล้ว ร้อยละ 84 ระหว่างนี้ขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนมาร่วมเป็นสมาชิก ทูบีนัมเบอร์วัน สามารถสมัครได้ที่โรงเรียนทุกโรงเรียน หรือศูนย์เพื่อนใจ  ทูบีนัมเบอร์วัน ทุกแห่งใน จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา ขณะที่การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดนั้น มีจำนวนผู้เสพและติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ทั้งประเทศ 128,162 คน ส่วน จ.เชียงใหม่มีผู้เข้ารับการบำบัด 6,411 คน มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากกรุงเทพมหานคร แยกเป็นระบบสมัครใจ 2,780 คน ระบบบังคับบำบัด 2,559 คน และระบบต้องโทษ 805 คน ส่วนผู้มารับการบำบัดส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 83.8 มีอายุเฉลี่ย 33 ปี อายุต่ำสุด 9 ปี สูงสุด 84 ปี สารเสพติดที่มาบำบัดส่วนใหญ่เป็นยาบ้า รองลงมาเป็นฝิ่น และเฮโรอีน ร้อยละ 61.5 20.1 และ 11.2 ตามลำดับ สาเหตุสำคัญของการใช้สารเสพติดครั้งแรกคือ อยากลอง ร้อยละ 48.8 รองลงมาคือเพื่อนชวนร้อยละ 31.2 อำเภอที่เข้ารับการบำบัดมากที่สุดคือ อ.อมก๋อย.