หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

“รองชนะ” ฮึ่มใช้ ม.44 ผู้มากบารมีรุกน้ำปิงซ้ำซาก

Author by 26/04/15No Comments »

    ชนะ แพ่งพิบูลย์      เดินหน้าแก้ปัญหาแม่น้ำปิงขุดลอกแนวเขตให้เป็นไปตามกำหนดจัดการปัญหาบุกรุกซ้ำซาก ขอใช้การเจรจาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนดำเนินการเด็ดขาด ใช้ .44 จัดการเมื่อได้รับงบมาในเดือน ..นี้

          เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2558  นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าเมื่อวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม 5 ชั้น 5 ศาลากลาง จ.เชียงใหม่ ได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาบุกรุกแม่น้ำปิงและการขุดลอกให้เป็นไปตามแนวเขตความกว้างเฉลี่ย 90 เมตร เป็นปัญหามานาน ทั้งนี้จะเป็นการป้องกันแก้ไขปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมหากมีการดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะเขตเมืองพบพื้นที่รุกน้ำปิงจำนวนมาก ชุดทำงานขอคืนยังทำงานไม่คืบหลังจากมีมาตรแก้ไขน้ำท่วมขุดลอกมาต่อเนื่อง ต้องกระตุ้นหน่วยงานเกี่ยวข้องให้ทำงานให้จริงจัง

รอ งผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการเจรจาขอคืนพื้นที่ที่บุกรุกเพื่อขุดขยายแม่น้ำปิง จ.เชียงใหม่ เป็นการประชุมครั้งที่ 1/2558  โดยที่ประชุมได้สรุปถึงกรณีที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงใหม่ ได้เสนอขอเงินงบประมาณในการสำรวจแนวเขตที่แท้จริงของแม่น้ำปิงผ่าน จ.เชียงใหม่ไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีที่จะมีการอนุมัติเงินงบประมาณจำนวน 1.8 ล้านบาท ที่จะได้รับงบประมาณดำเนินการได้ในเดือนพ.ค. 2558 โดยมี สำนักงานที่ดินจังหวัดร่วมเป็นคณะทำงานด้วย

ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานจะขอให้ใช้มาตรา 44 ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2558 เป็นกรณีการขยาย “พื้นที่” พร้อมขอใช้กำลังทหารเข้ามาช่วยปฏิบัติการ เพราะเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงด้วย โดยให้อำนาจรัฐมนตรีผู้รักษากฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะและประชาชน สามารถใช้กำลังทหารเข้าป้องกันปราบปราม ดำเนินการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของประชาชนโดยส่วนรวม ซึ่งผู้รับผิดชอบสามารถร้องขอกำลังของกระทรวงกลาโหมขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมทำงานได้ และมีอำนาจหน้าที่เหมือนเจ้าของหน่วยงานนั้นๆ ร้องขอทุกเรื่องการทำงาน พร้อมนำรายชื่อผู้บุกรุกที่ไม่ให้ความร่วมมือในครั้งนี้ เสนอต่อ คสช.และนายกรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

โครงการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี 2548 ได้มีการดำเนินการสำรวจโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐจนมีมติจะขยายพื้นที่จากจุดตัวเมืองกลางสะพานนวรัฐขึ้นไปทางเหนือ 10 กิโลเมตร และลงไปทางใต้ลงไป 10 กิโลเมตร ขยายความกว้างลำน้ำที่ขนาด 90 เมตรเท่ากันตลอดแนว แต่ส่วนไหนที่เกินก็ปล่อยไว้ จากการสำรวจยังมีหลายจุดแก้ไขยากไม่ได้รับความร่วมมือ โดยเฉพาะติดปัญหาโซนสีแดงในเขตตัวเมืองมีร้านอาหาร บ้านเรือน ส่วนราชการ และโรงแรม เกิดปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะอิทธิพลผู้มีบารมีชื่อเสียงต่างๆ จนยืดเยื้อมาถึง 10 ปีในปี 2558 ยังไม่ได้รับการแก้ไขดำเนินการได้เต็มที่ ครั้งนี้เมื่อ คสช.ยึดอำนาจและให้มีการแก้ไขจึงมีการพิจารณาทบทวนและจะเจรจาผู้บุกรุกด้วยไม้นวมอีกครั้งก่อนบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น

รอง ผวจ.เชียงใหม่กล่าวว่า ได้รับรายงานที่ประชุมว่า กรณีปัญหาที่คณะทำงานเจรจาขอคืนพื้นที่บุกรุกเพื่อขุดขยายแม่น้ำปิง จ.เชียงใหม่ในแต่ละพื้นที่พบมีผู้ บุกรุกหลักได้แก่ ต.สันผีเสื้อ เขตเทศบาลตำบลสันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นเอกชนทั้ง 3 รายส่งโฉนดให้ และที่ ต.ขัวมุง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จำนวน 9 ราย มีพนังกันน้ำของกรมชลประทานถูกบุกรุกด้วย ที่เหลือเป็นสวนและไร่นา ของชาวบ้าน ส่วนในพื้นที่ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พบมีผู้บุกรุกจำนวน 55 ราย มีที่สาธารณะ และสวนลำไย สำหรับพื้นที่ ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบผู้บุกรุกจำนวน 1 ราย คือแฟลตตำรวจสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 รายชื่อมีทั้งหมดแล้ว โดยให้ตรวจสอบว่า เมื่อมีโฉนดและลงในภาพถ่ายทางอากาศให้ชัดเจน หากพบว่ามีการนำไปสู่กระบวนการศาลจะได้พิสูจน์ความถูกต้อง ต้องมีพยานหลักฐานต่างๆให้พร้อม

อย่างไรก็ตามหากมีการเจรจาครั้งนี้เป็นผลดี แต่จะมีรายใดบ้างที่ไม่ยินยอมให้คืนพื้นที่ จะออกคำสั่งให้ทาง กอ.รมน.ออกหนังสือลงวันที่ 24 เม.ย.2558 ให้ทำเหมือนปัญหาคลองแม่ข่าที่ขอกำลังทหารมาทำงานร่วมกันแก้ไขไปแล้ว และเรื่องที่ 2 ให้ปฏิบัติตาม ม.44 คำสั่งที่ 4/2528 ขอกำลังทหารให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมทำงาน แต่งตั้งนายทหารระดับร้อยตรีขึ้นไปเข้ามาทำงานในการจัดการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้บุกรุกลำน้ำปิงหรือถมลำน้ำปิงเพื่อกันพื้นที่เป็นของส่วนบุคคล หากปฏิบัติหน้าที่แล้วหน่วยงานใดหรือใครไม่ให้ความร่วมมือขอให้ส่งรายชื่อมาทาง ผวจ. จากนั้นจังหวัดจะส่งให้ คสช.ทราบต่อไป เท่าที่ทราบ กรณีโรงแรมเพชรงามถือว่าได้ทำผิดกฎหมายมานานแล้ว อย่างไรก็ตามให้เจรจากันนานแล้วจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อไป

ด้านนายอภิสิทธิ์ คำภิโร หัวหน้าสำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 1 สาขาเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินงานของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงใหม่ได้ลงพื้นที่รังวัดสอบเขตแม่น้ำปิงบางส่วนโดยใช้เงินงบประมาณของสำนักงานเจ้าท่าฯจำนวน 3 ครั้ง พบมีผู้บุกรุกรวมจำนวน กว่า 10 ราย ครั้งที่ 1 ร้านอาหารกู๊ดวิว ร้านโคโค่เวียงพิงค์ โรงแรมศาลาล้านนา และร้านเวียงจูมออน ครั้งที่ 2 รังวัดโรงแรมเพชรงาม โรงเรียนมงฟอร์ตประถม โรงเรียนพระหฤทัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 3 ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ร้านธาราบาร์ ร้านไวท์เฮ้าท์ และร้านเฮือนโบราณ สำหรับปัญหาโรงแรมเพชรงามไม่สามารถส่งผลรังวัดไปที่ดินจังหวัดได้ แต่ส่งผลรังวัดของร้านกู๊ดวิว ส่งให้ที่ดินจังหวัดนานกว่า 5 เดือนแล้วแต่เรื่องยังเงียบอยู่

สำหรับ โรงแรมเพชรงาม อยู่ตรงข้ามสำนักงาน ททท.เชียงใหม่ ใกล้กับสะพานนวรัฐ เจ้าของเป็นอดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พบคือโรงแรมเพชรงามไม่ให้ความร่วมมือ และมีคดีหลายครั้งแจ้งความดำเนินคดีมาแล้ว 2 ครั้งในกรณีบุกรุกลำน้ำปิง เนื่องจากพบว่า มีการถมที่ดินเพิ่มเติม และสร้างสระว่ายน้ำและลานชมวิวเพิ่ม ส่วนกรณีนี้จะนำมาตรการขออนุญาตโรงแรมเข้าไปตรวจสอบ พร้อมนำหลักหมุดข้างเคียงมาตรวจสอบ อย่างไรก็ตามการได้รับงบประมาณมาครั้งนี้จะดำเนินการร่วมคณะกรรมการเจรจาขอคืนพื้นที่ที่บุกรุกเพื่อขุดขยายแม่น้ำปิง และที่ดินจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบพื้นที่ตลิ่งลำน้ำปิงคือจุดเริ่มที่สะพานนวรัฐไปทิศเหนือ 10 กม.และตรวจลงไปทิศใต้อีก 10 กม.และบังคับใช้ มาตรา 44 คำสั่งที่ 4/2548 ของคณะ คสช.ต่อไป.