หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

“สวิง ตันอุด” ลาโลกอย่างสงบ หลังป่วยโรคนิ่วและพบเนื้อร้ายลุกลาม

Author by 8/03/16No Comments »

  สวิง ตันอุด copy        วงการนักพัฒนาภาคเอกชนสุดเศร้า เมื่อสิ้นสวิง ตันอุดอดีตสมาชิกร่าง รธน. นักคิดนักพัฒนาสู่การปฏิบัติจังหวัดจัดการตนเองหลังป่วยโรคนิ่วเข้ารับการผ่าตัดได้เดือนเศษพบเนื้อร้ายลุกลาม เจ้าตัว และครอบครัวใจแข็งปฏิเสธรับคีโม ขอกลับไปรักษาแบบธรรมชาติบำบัดเอง  ลั่นอยู่ร่วมมะเร็งหากตาย ต้องตายพร้อมกัน ชาวเอ็นจีโอร่วมพิธีศพที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

ข่าวเศร้าวงการนักพัฒนาภาคเอกชน หรือเอ็นจีโอ.ของภาคเหนือ เมื่อเวลา 04.00 น.เศษ วันที่ 8 มี.ค. 2559 เมื่อครอบครัวของนายสวิง ตันอุด อายุย่าง 60 ปี อยู่บ้านเลขที่  136 หมู่ที่ 2 หมู่บ้านมอญ  ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ แกนนำเครือข่ายประชาสังคมเพื่อการจัดการตนเอง จ.เชียงใหม่ และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ได้ถึงแก่กรรมลงด้วยโรคมะเร็ง ต่อหน้าภรรยา และลูกอีก 2 คน โดยเบื้องต้นได้แจ้งว่าจะนำสรีระไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสวนดอก พระอารามหลวง แต่ติดขัดบางประการ จึงนำศพไปตั้ง ณ ศาลาสหัทหงส์มหาคุณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ตั้งแต่บ่ายวันที่ 8 มี.ค. มีพิธีรดน้ำศพ และบำเพ็ญกุศล และจะมีพิธีมอบร่างให้คณะแพทยศาสตร์ มช. เป็น “อาจารย์ใหญ่” ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ในวันเสาร์ที่ 12 มี.ค.2559

พลันที่ทราบข่าวการจากไปของนายสวิง ตันอุด หรืออาจารย์สวิง นักพัฒนาชื่อดังระดับประเทศ ในเฟสบุ้กส่วนตัวของนายสวิง มีผู้โพสต์แสดงความเสียใจ พร้อมแต่งบทกวี โคลงฉันท์อาลัยจำนวนมาก และหนึ่งในนั้น “Tik Tik ” โพสต์ก่อนหน้ามีข้อความสรุปว่า   นางวนิดา ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของนายสวิงมาบอกเล่าให้พี่ๆ น้องๆ และเพื่อนพี่ ว่า เริ่มจาก วันที่ 29 ม.ค. 2558 แพทย์โรงพยาบาลนครพิงค์นัดผ่าตัดนิ่วในไตข้างซ้าย และพบอีกข้างจึงนัดผ่าตัดอีกรอบ  จึงได้กลับบ้านไปพักผ่อน แต่มีปัญหาเรื่องไข้สูง ทำให้ นายสวิงอ่อนเพลียทรุดลงอย่างเร็วจาก น้ำหนักก่อนเจ็บป่วย 88 กก.นอน รพ.ไม่ถึงเดือนเหลือ 71 กก. จากไข้สูงแพทย์ถือว่าผิดปกติต้องหาสาเหตุโดยใช้วิธีตรวจด้วยเครื่องอุลตร้าซาวด์ เจาะเลือดตรวจไปถึงเอดส์จนมาลงเอยที่เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ กระทั่งวันที่ 17 ก.พ. ผลตรวจเอ็กซเรย์ พบมะเร็งที่กรวยไต,ตับ,ท่อน้ำดีแล้วลามไปปอดอยู่ในขั้น 4 จะอยู่ได้อีก 6 เดือนเท่านั้น

ต่อมาครอบครัว พ่อแม่และลูกอีก 4 คน ตกลงกันว่าจะไม่เลือกรักษาแบบคีโม ขอไปรักษาแบบธรรมชาติบำบัด เพราะคุณภาพชีวิตต่างกันมาก และวาระสุดท้ายอยากจากไปอย่างสงบ Tik Tik บอกว่า ลุงหวิงเตรียมใจพร้อมเสมอสำหรับการตาย “ลุงหวิง”รู้จากแพทย์ด้วยอาการสงบตอบแพทย์ไปว่าไม่ได้ตกใจเลยผมพิจารณาความตายอยู่เสมอ และผมเลือกธรรมชาติบำบัด” โดยมีแผนการใช้ยาสมุนไพรจากธรรมชาติรักษา อาหารเสริมจากธรรมชาติ กินแบบชีวจิต ทั้งน้ำ และอาหาร สำคัญที่สุดเรื่อง “ใจ” ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว จะร่วมกันปฏิบัติธรรมและรักษาศีล 5 ส่งเสริมให้ลุงหวิงหายจากโรคร้าย นอกจากนั้นลุงหวิงยังเขียนจดหมายเปิดผนึกถึง น้องมะเร็งว่า “กูตายมึงตาย..กูอยู่มึงอยู่”

ป.พิพัฒน์ เพื่อนในเฟสบ้ก กล่าวว่า นายสวิง ตันอุด เป็นผู้นำเรื่อง “จังหวัดจัดการตนเอง” โดยเริ่มที่ จ.เชียงใหม่ และขยายแนวคิดนี้ไปทั่วประเทศ เพราะอยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่วนเวียนอยู่กับ การเลือกตั้ง และรัฐประหาร จึงต้องการให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างนานาอารยะประเทศชั้นนำของโลก จึงเป็นคนจุดประกายและขับเคลื่อนเรื่อง “จังหวัดจัดการตนเอง” อย่างจริงจัง และจริงใจ ด้วยความบริสุทธิ์  ”คนดีมักอายุสั้น” แม้จะเสียใจและเสียดายมากขนาดไหน ไม่อาจนำพาชีวิตของนายสวิง ตันอุด กลับคืนมาได้ นอกจาก พวกเราคนท้องถิ่น และภาคประชาชนจะพึงร่วมสานเจตนารมณ์ของนายสวิงต่อไปให้สำเร็จเท่านั้น

“สวิง ตันอุด” เล่าเรื่องมาเป็นนักพัฒนาในพื้นที่ จ.พะเยาช่วงวัยหนุ่ม ว่าคนที่ก่อตั้งต้นงานพัฒนาเอกชน ที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐรุ่นแรกในพะเยา น่าจะหมายถึง คนที่เป็นพระหรือในองค์กรทางศาสนา โดยเฉพาะหลวงพ่อใหญ่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง)วัดศรีโคมคำ ส่วนศาสนาคริสต์ คือ พ่อนิพจน์ หรือ บาทหลวง นิพจน์ เทียนวิหาร นักพัฒนาอาวุโสและ ผอ.ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมศาสนาและวัฒนธรรมชุมชน จ.เชียงใหม่ ประมาณปี 2524 นายสวิง ได้เข้าเป็นอาสาสมัครไปทำงานที่บ้านแม่ต๋ำบุญโยง แม่ต๋ำอินฐาน มีพื้นที่ทำงานไปถึงเชียงคำ สมัยนั้นมีมอเตอร์ไซด์อยู่คันเดียวลงพื้นที่ไปถึงเชียงคำ ครั้งหนึ่งไปถึงกลางทางเกิดควันลุกรถถูกไฟไหม้ทั้งคัน ตอนนั้นเข้าไปทำงานในหมู่บ้าน คำว่า NGOs ไม่มีใครเขารู้จัก แต่ชาวบ้านจะสงสัยอยู่สองเรื่อง คือ เวลาโดนจับเหล้า เขาจะหาว่า เราเป็น กอ.รมน. และหากประชุมกับชาวบ้านก็หาว่า เราเป็นคอมมิวนิสต์หรือองค์กรศาสนาคริสต์

“เวลานั้น เราต้องประชุมกับชาวบ้านตอนกลางคืนอย่างเดียว เพราะตอนกลางวันเขาไปไร่ไปสวน แต่ดีอย่าง ชาวบ้านเขาไม่ติดทีวี เวลาเรียกประชุมเขาจะมา แต่ปัจจุบัน เรียกประชุม เขาไม่ค่อยมา ตอนนั้นเรื่องที่คุย ที่จริงแล้ว เราสู้กับเรื่องความยากจน โดยใช้แนวคิดวัฒนธรรมชุมชน ไปทำกับชาวบ้านในประเด็นออมทรัพย์ ธนาคารข้าว ธนาคารวัวควาย ร้านค้า/สหกรณ์ เรามีเครือข่ายสามสี่หมู่บ้าน พื้นที่ทำงานไม่กว้าง แต่เราทำลึก ไปกินไปนอนกับชาวบ้าน ส่วนเวลาไปประสานกับราชการ คนทำงานเอ็นจีโอจะถูกสงสัยไว้ก่อนว่า เราไม่ดี ไม่รู้จักเรา พออธิบายเสร็จ ราชการยังสงสัยกันอยู่ ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีบทบาทในสังคมเลย ตอนนั้น 28 ปีแล้ว การทำงานลำบาก แต่ไม่ค่อยกว้างขวาง เวลาขับรถไปดงเจน อยู่หน้าค่ายทหารฯถนนลูกรังดินแดงไม่รู้จักใครแต่มีคนช่วยมาเข็นรถให้” (20 ก.ย. 2552 ที่มหาวิทยาลัยพะเยา /เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานพัฒนาในกลุ่มคนทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน หรือที่รู้จักกันในนาม “เอ็นจีโอ” จากหนังสือพิมพ์พะเยารัฐ)

นายสวิง ตันอุด เกิดวันที่ 10 พ.ย. 2499 การศึกษาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา เป็น ผอ.วิทยาลัยการจัดการทางสังคม อดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคม สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ/หมายเลขสมาชิก 082 ในปี 2550 สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองรุ่น1 เป็นคณะกรรมการจัดทำข้อเสนอ เพื่อการปฏิรูปประ เทศไทย สภาพัฒนาการเมือง เป็นประธานคณะ กรรมการองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเหนือประ ธานคณะกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชน ด้านเอดส์ ทำงานพัฒนาชนบทภาคเอกชนมานานกว่า 30 ปี เป็นผู้ที่สนใจศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างเอกอุ รวมทั้งการนำระบบโฮมสกูลมาใช้กับครอบครัว ทำให้ลูกทั้งสองคนประสบความสำเร็จในอาชีพที่ต้องการ คนโตเป็นช่างไม้แอนทีค และคนเล็กเป็นโปรกอล์ฟระดับแนวหน้า และที่ครอบครัวภูมิใจคือได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยาภรณ์ช้างเผือก.