หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

เชียงใหม่ขีดเส้นตายห้ามเผา ฝ่าฝืนจับ ปรับ

Author by 10/02/16No Comments »

 thainews250         เน้นย้ำ 15 ..-15 เม..ห้าเผาใครไม่เชื่อจับปรับ ระบุตั้งแต่ ..ถึงปัจจุบันมี Hot spot 57 จุดแต่ส่วนมากเป็นชิงเผา ด้าน .แม่สะเรียง จัดปล่อยแถว เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันบูรณาการร่วมกันหลายฝ่าย พร้อมตั้งเป้าลดการเผา ร้อยละ 40 หลังปีที่ผ่านมาครองแชมป์ จุด HOT SPOT จำนวน 2,298 ครั้ง มากที่สุดของประเทศ

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2559 นายมงคล สุกใส รอง ผวจ.เชียงใหม่ ผู้ดูแลงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า กล่าวหลังให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานด้านแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าปีนี้ว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค.จนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ 25 อำเภอของ จ.เชียงใหม่มีจุดความร้อน หรือ Hot spot จากการเผาป่าเกิดขึ้น 57 จุด ส่วนใหญ่เป็นการชิงเผา ตามแนวทางที่ ผวจ. เชียงใหม่ได้มอบหมายสั่งการ ตามแผนการทำงานและวิชาการ แต่หลังจากวันที่ 16 ก.พ.นี้เป็นต้นไป ได้มีมาตรการห้ามเผาทุกชนิด โดยเด็ดขาด กรณีถ้ามีการเผาเกิดขึ้น และเจ้าหน้าที่จับกุมคนเผาได้จะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุด โดย จ.เชียงใหม่ได้มีประกาศ จังหวัดออกไปแล้ว 5 ฉบับ เรื่อง การขอความร่วมมือห้ามเผา การกำหนดฐานความผิด และกำหนดบทลงโทษตามกฎหมาย หากจำเป็นต้องดำเนินการและยังมีรางวัลนำจับให้ผู้แจ้งเบาะแสจริงรายละ 5,000 บาท                ทั้งนี้ในที่ประชุมได้เสนอ กรณีดับไฟบนพื้นที่สูงอาจต้องร้องขอกำลังและเฮลิคอปเตอร์ดับไฟจากรัฐบาลไทย หรือ ของสิงคโปร์ ที่เคยให้ความช่วยเหลือเมื่อปีที่ผ่านมา หากมีการฝึกซ้อมรบร่วมกัน ในเบื้องต้นได้สั่งการให้สำรวจแหล่งน้ำที่มีความกว้าง และความลึกพอที่เฮลิคอปเตอร์จะสามารถตักน้ำได้ รวมถึงสภาพแวดล้อมของอ่างที่จะให้เฮลิคอปเตอร์ลงต้องไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ของราษฎร ทั้งนี้ เป้าหมายของ จ.เชียงใหม่ปีนี้ จะลดจุด Hot spot ให้ได้ 50% จากปีที่แล้ว รวมถึงการยกเลิกเที่ยวบินต้องเป็นศูนย์หรือให้กระทบน้อยที่สุด

ขณะที่นายกมลไชย คชชา ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 (เชียงใหม่) ในฐานะโฆษกคณะทำงาน กล่าวว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศหรือ GISTDA จำนวน 2 คนมาประจำที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จ.เชียงใหม่แล้ว เพื่อตรวจสอบจุด Hot spot และรายงานการตรวจพบจุดความร้อน รวมถึงการตรวจสอบว่า เป็นพื้นที่ที่เกิดไฟจริงหรือไม่ เพราะบางครั้งดาวเทียมไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นพื้นที่ที่เกิดไฟจริง หรือเป็นพื้นที่ที่มีพลาสติกคลุมหน้าดินหรือผืนน้ำ ทำให้เกิดแสงสะท้อนไปยังดาวเทียม ทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนได้

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบระบบสื่อสาร และการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงไปยังเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เป็นระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นท์ ทาง มทบ. 33 ได้ให้ความสำคัญในการดับไฟป่า บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้อากาศยานในการเข้าดำเนินการด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดการเผาขึ้น ทีมงานระดับท้องถิ่นใน 25 อำเภอ ที่มีนายอำเภอเป็นประธานศูนย์อำนวยการสั่งการ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำรถดับเพลิงและบุคลากรที่มีอยู่เข้าดับไฟในพื้นที่ชุมชน และพื้นที่การเกษตรอย่างทันท่วงที โดยใช้เวลาน้อยที่สุด ขณะเดียวกัน ถ้าเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ให้ทีมงานดับไฟป่าของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ทั้งหมด 30 กว่าหน่วย ที่กระจายกำลังอยู่ในพื้นที่ จัดชุดลาดตระเวน เฝ้าระวัง และเข้าดับไฟป่า ร่วมกับทีมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการฝึกอบรมการดับไฟป่าช่วยกันเข้าระงับเหตุทันทีเพื่อไม่ให้เกิดไฟป่าลุกลาม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อ วันที่ 8 ก.พ.59 บริเวณที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นายวิรุฬ พรรณเทวี รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นประธานพิธีปล่อยแถวคณะเจ้าหน้าที่ป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน อ.แม่สะเรียง โดยมี นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 16 สาขาแม่สะเรียง พร้อมด้วย นายศุภศิษฎ์ หล้ากอง นายอำเภอแม่สะเรียง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีปล่อยแถว เป็นการบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันปัญหาไฟป่า

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ในเขตพื้นที่ อ.แม่สะเรียง พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และถือเป็นพื้นที่เป้าหมายได้แก่ ต.แม่คง, ต.เสาหิน และ ต.แม่เหาะ จึงต้องเพิ่มความระวังให้มากขึ้น สำหรับการดำเนินการในวันนี้มีหน่วยงาน ที่เข้าร่วมดำเนินการป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันในครั้งนี้ ประกอบด้วย ที่ทำการปกครอง อ.แม่สะเรียง หน่วยงานป่าไม้ทุกหน่วยในพื้นที่ หน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 สภ.แม่สะเรียง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง โดยจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 30 เม.ย. 2559

จากสถานการณ์ปัญหาหมอกควัน และไฟป่าเมื่อปี 2558 จ.แม่ฮ่องสอนเกิดจุด HOT SPOT จำนวน 2,298 ครั้ง มากที่สุดของประเทศ มีคุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน 23 วัน เครื่องบินโดยสารงดการเดินทาง 58 เที่ยวบิน และมีผู้ป่วยได้รับผลกระทบ 24,580 คน จุด HOT SPOT เกิดขึ้นทั้งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่การเกษตร ในปีนี้ จ.แม่ฮ่องสอน ตั้งเป้าหมายจะลดจุด HOT SPOT ให้ได้ร้อยละ 40 โดยมีมาตรการที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ การเร่งทำลายเชื้อเพลิง โดยการชิงเผาในทุกอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่เกิดจุด HOT SPOT จำนวนมาก ตั้งแต่ 1 – 29 ก.พ. 2559 การจัดชุดปฏิบัติการร่วม โดยบูรณาการจากหน่วยงานต่างๆ อยู่เวรเฝ้าระวังประจำทุกหมู่บ้าน และหย่อมบ้าน เป็นเวลา 3 เดือน พร้อมประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านในการร่วมกันแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการตั้งจุดตรวจ ประชาชนที่จะเข้าไปหาของป่า – ล่าสัตว์จะต้องมีการทำประวัติการเข้า – ออก และรายงานตัว โดยห้ามนำไฟแช็ค เลื่อย น้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปในป่าโดยเด็ดขาด รวมทั้งการจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่ต่างๆ จะประกาศห้ามเผา ในทุกหมู่บ้านโดยเด็ดขาดระหว่าง วันที่ 1 มี.ค. – 30 เม.ย. 2559 หากผู้ใดฝ่าฝืนจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

นมาตรการในระยะยาว จะมีการประสานกับประเทศเมียนมา ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน การสร้างความตระหนัก และให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้เห็นถึงพิษภัยของการเผา และหมอกควัน ตลอดจนการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากใบไม้ และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดปัญหาการเผาป่าด้วย.