หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

เชียงใหม่ประกาศพื้นที่ภัยแล้ง 8 อำเภอ เร่งหาแหล่งน้ำสำรองจัดลำดับเร่งด่วน

Author by 14/03/15No Comments »

     thainews180           นายก รัฐมนตรีมีความเป็นห่วงสถานการณ์ภัยแล้งกำชับย้ำทุกจังหวัดติดตามใกล้ชิด  เพราะสถานการณ์ รุนแรงไม่ต่างปัญหาหมอกควันไฟป่า ด้านหม่อมหลวงปนัดดา ตรวจสภาพน้ำชลประทานเชียงใหม่พร้อมแนะให้ข้อมูลประชาชนร่วมกันใช้น้ำประหยัด ขณะที่เชียงใหม่ประกาศภัยพิบัติแล้ง 8 อำเภอจ่อคิวอีก 8 อำเภอ

เมื่อวันที่ 13 มีนาคมนายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล    หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน สำนักงานชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันก่อนหน้านี้ที่ประตูระบายน้ำปิงท่าวังตาล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มาตรวจติดตามถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนและ อ่างเก็บน้ำในจังหวัดเชียงใหม่โดยเฉพาะน้ำปิงที่มีอัตราการไหลน้อย ทางรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำชับย้ำให้ข้อมูลข่าวสารสร้างความ เข้าใจกับประชาชนถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อจะได้ช่วยกันตระหนักและใช้น้ำ กันอย่างประหยัดในช่วงที่เกิดภาวะภัยแล้งนี้ พื้นที่ส่วนไหนหากมีความจำเป็นในการใช้น้ำอุปโภคบริโภคก็ให้ทางชลประทาน ประสานความร่วมมือกับท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อน โดยนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเพราะสถานการณ์ภัยแล้งก็รุนแรงไม่น้อยไปกว่า ปัญหาหมอกควันไฟป่าขณะนี้ หลังจากได้รับทราบข้อมูลหม่อมหลวงปนัดดาก็ได้กล่าวว่า จะได้นำข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อได้รับทราบและมีข้อสั่งการ เพิ่มเติมลงมาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุก ฝ่ายที่ต้องช่วยกันดูแลปัญหาให้กับประชาชนในระยะนี้

สำหรับ สถานการณ์น้ำท่าและเขื่อนในปัจจุบันของเชียงใหม่พบว่า ปริมาณน้ำใน 2 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง มีปริมาณน้ำกักเก็บ 148 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 56%ของอ่าง เขื่อนแม่กวง อุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด มีปริมาณน้ำ 48 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 17%ของอ่าง ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับน้อย ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางของเชียงใหม่พบว่า ส่วนใหญ่มีระดับน้ำต่ำว่า 50% อ่างที่มีน้ำสูงกว่า 50% ส่วนใหญ่จะอยู่ทางตอนเหนือของเชียงใหม่ ได้แก่ พื้นที่อำเภอฝาง เชียงดาว แม่อาย ไชยปราการ และพร้าว ที่น่าห่วงคืออ่างเก็บน้ำแม่ตูบ อำเภอดอยเต่าเหลือน้ำน้อยมาก เพียง 3.4%ของอ่างเท่านั้น

นายเกื้อกูล กล่าวว่า ช่วงนี้แม่น้ำปิงที่ไหลลงสู่คูเมืองมีปริมาณน้อยมาก ทั้งนี้น้ำปิงที่มาจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง มีอัตราการไหลวัดที่จุดวัด P67   บ้านแม่แต อำเภอ สันทรายอยู่ที่เพียง 3 ลูกบาศก์เมตร/วินาที อัตราการไหลที่จุดวัด P1สะพานนวรัฐ อำเภอเมืองมีแค่ 8 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ทางตอนใต้ของเมืองน้ำอยู่ในลักษณะนิ่ง มีอัตราการไหลเพียง 0.35 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ส่งผลต่อพื้นที่อำเภอดอยหล่อ จอมทอง และฮอด ซึ่งสถานีสูบน้ำได้รับผล กระทบแล้วขณะนี้ไม่มีน้ำมากพอที่จะสูบไปใช้ได้ แต่ที่น่าวิตกที่สุดคือ ลุ่มน้ำแม่แตง อัตราการไหลของน้ำ 3 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ได้ส่งผลกระทบแก่พื้นที่ อำเภอหางดง สันป่าตอง โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวที่ปลูกเกินแผนที่กำหนด ขณะนี้มีปัญหาขาดแคลน ซึ่งอาจจะกระทบไปถึงปริมาณน้ำที่จะส่งไปยังคูเมืองเชียงใหม่อาจไม่เพียงพอ แต่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่ที่จะถึงนี้ อาจจำเป็นต้องเปิดอ่างเก็บน้ำแม่จอก หลังสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปีแหล่งเก็บสำคัญด่านสุดท้าย เพื่อส่งน้ำไปเพิ่มให้กับคูเมือง จะไม่ให้กระทบต่อการท่องเที่ยวสงกรานต์เชียงใหม่อย่างแน่นอน รวมทั้งเพื่อบรรเทาปัญหาการใช้น้ำให้แก่เกษตรกรด้วยซึ่งถ้าหากว่าช่วงนี้ไม่มีฝนตก ลงมาคาดการณ์ว่าสถานการณ์แล้งจะหนักสุดประมาณ ต้นเดือนเมษายนเป็นต้นไป

ด้านนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้สั่งการกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย( ปภ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนแผนบูรณาการการจัดการแก้ไขปัญหา ภัยแล้ง ปี 2558  เชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ โดยสำรวจปริมาณน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรองไว้ล่วงหน้า จัดทำพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง พร้อมจัดลำดับความเร่งด่วนในการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรับมือวิกฤตภัยแล้งให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดช่วง ฤดูแล้ง ซึ่งเชียงใหม่ก็ได้ภาษาเหนือให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำไป ดำเนินการตามแนวนโยบายอย่างเต็มที่และประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานอย่าง ใกล้ชิด โดยสำรวจปริมาณน้ำ จัดทำพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง กำหนดแผนปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการบริหารจัดการน้ำในระบบชลประทาน การปฏิบัติการฝนหลวง การขุดเจาะบ่อบาดาล การประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำสะอาดส่งน้ำไปยังจุดที่ขาดแคลนน้ำ ตลอดจนจัดลำดับความเร่งด่วนในการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยบริหารจัดการและจัดสรรกิจกรรมการใช้น้ำตามความสำคัญ ดังนี้ 1.น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 2.น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ หรือผลักดันน้ำเค็ม 3.น้ำเพื่อการเกษตร เพื่อรับมือวิกฤตภัยแล้งให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดช่วง ฤดูแล้ง

สำหรับภาคเหนือมีพื้นที่ประสบภัย 8 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เชียงใหม่ พิจิตร แพร่ ตาก นครสวรรค์ สุโขทัย และกำแพงเพชร ทั้งนี้ยังได้รณรงค์ขอให้ประชาชนจัดหา ทำความสะอาด ซ่อมแซมภาชนะกักเก็บน้ำให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ สำรองน้ำไว้อุปโภคบริโภคและใช้น้ำอย่างประหยัด ส่วนเกษตรกรควรติดตามสถานการณ์น้ำ เลือกปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อยแทนการทำนาปรัง เพื่อป้องกันมิให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ในจังหวัดเชียงใหม่ได้กำชับทั้ง 25 อำเภอให้ดูแลประชาชนผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิดตัวล่าสุดจังหวัดได้ลงนามประกาศ พื้นที่ประสบภัย 8 อำเภอดูระหว่างการนำเสนออีก 4 อำเภอและมีอีก 4 อำเภอที่เตรียมเรื่องเข้าสู่การพิจารณา.