หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

เชียงใหม่เดินหน้าเร่งขอคืนพื้นที่บุกรุกแม่น้ำปิง สั่งทุกหน่อยเจรจา รับเขตเทศบาลยุ่งสุด

Author by 16/10/14No Comments »

thainews180          รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ชนะ แพ่งพิบูลย์เรียกถกคณะเจรจาขอคืนพื้นที่บุกรุกแม่น้ำปิงเดินหน้างาน สั่งทุกหน่วยทุกอำเภอเริ่มเจรจา 1 ..นี้ ทำจากง่ายไปยากทุกรายเท่าเทียมยอมรับเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ยุ่งยากสุด .เมืองเชียงใหม่ 4 ตำบลมีมากถึง 285 ราย ด้านเจ้าท่าเผยมีรุกรายใหม่กว่า 500 ตร.. ร้านโคโค่ อัยการแนะเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยป้องกันตนเองทำงานภายใต้กฎหมายและเก็บหลักฐานทุกเม็ด ผ่านมาหลายคนไม่กล้าแตะเพราะมีแต่บิ๊กเนมหวั่นเก้าอี้ร้อน

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2557 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการกลาง ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายชนะ  แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเจรจาขอคืนพื้นที่บุกรุกเพื่อขุดขยายแม่น้ำปิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2/2557 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อัยการจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7 หรือเจ้าท่าเชียงใหม่ เจ้าพนักงานที่ดินเชียงใหม่ ตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่งัด สำนักชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ โยธาธิการและผังเมือง ผู้แทน อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม อำเภอสารภีและอำเภอหางดง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งฝ่ายปกครอง

ทั้งนี้ในการประชุมทางศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7 หรือเจ้าท่าเชียงใหม่ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบมีการก่อสร้างเพิ่มเติมรายใหม่ซึ่งเป็นเขตแม่น้ำปิงคือจุดก่อสร้างร้านโคโค่ ย่านเจริญราษฎร์ใกล้กลับร้านกู๊ดวิวล์ ซึ่งพบว่า เลยเข้ามาในเขตแม่น้ำปิงราว 500 ตารางเมตร พร้อมกันนี้ยังได้ร้องขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการออกคำสั่งท้องถิ่นให้รื้อถอนแก่ผู้ที่รุกล้ำแม่น้ำปิงตามอำนาจทางปกครอง ซึ่งการดำเนินการนั้นยังยึดตามแนวนโยบายเดิมที่จะขุดลอกและให้แนวเขตน้ำปิงกว้าง 90 เมตร โดยการประชุมครั้งก่อนได้มอบหมายให้แต่ละอำเภอเตรียมทำการสำรวจร่วมกับท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่เพื่อทราบแนวเขตและเจรจากับผู้รุกล้ำ ตามระเบียบกฎหมายทุกด้านอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการติดตามความคืบหน้าก่อนเริ่มดำเนินการเจรจา

สำหรับการรายงานพื้นที่ที่แต่ละอำเภอได้ดำเนินการสำรวจและเตรียมดำเนินการมีรายงานความก้าวหน้าคือของอำเภอเมืองเชียงใหม่เท่านั้น โดยนายอภิชาติ เหมือนมนัส ปลัดอาวุโส อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้แทนนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ แจ้งต่อที่ประชุมว่า มี 4 ตำบลโดยในพื้นที่ ต.ป่าแดด มีผู้ครอบครองอาคารหรือครอบครองที่ดินติดแม่น้ำปิงเข้าข่ายการบุกรุก จำนวน 110 ราย ต.หนองหอย 1 ราย คือพื้นที่ของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ต.สันผีเสื้อ มีจำนวน 142 ราย และพื้นที่ ต.ฟ้าฮ่าม จำนวน 33 ราย ส่วนพื้นที่ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม ผู้แทนจาก อบต.ดอนแก้ว แจ้งต่อที่ประชุมว่า ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบที่ดินในพื้นที่รับผิดชอบได้ เนื่องจากการเข้าสำรวจในแต่ละรายทำได้ยากติดปัญหาที่เจ้าหน้าที่เกรงจะถูกฟ้องร้อง ส่วนพื้นที่ ต.ขุนคง อ.หางดง ผู้เกี่ยวข้องรายงานต่อที่ประชุม มีจำนวน 10 ราย ส่วนตำบลอื่นยังไม่มีรายงาน ขณะที่อำเภอสารภียังอยู่ระหว่างดำเนินการแต่พร้อมดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติ ส่วนพื้นที่อำเภอแม่ริมไม่มีรายงานคืบหน้า นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ จึงได้สั่งการให้เร่งดำเนินการและจะลงพื้นที่ประชุมผู้รับผิดชอบด้วยตัวเอง พร้อมกำชับให้ทุกพื้นที่เร่งดำเนินการในการสำรวจตรวจสอบให้แล้วเสร็จ โดยให้เรียงลำดับพื้นที่ในการดำเนินการจากทำได้ง่ายไปหาพื้นที่ที่ดำเนินการได้ยาก และขอให้พร้อมที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเจรจาขอคืนพื้นที่ภายในวันที่ 1 พ.ย. 2557 นี้เป็นต้นไป แต่ก่อนดำเนินการจะมีการประชุมความพร้อมอีกครั้งปลายเดือนนี้

ด้านอัยการผู้แทนอัยการจังหวัดได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆ ที่จะดำเนินการเรื่องเจรจาขอคืนพื้นที่ครั้งนี้ ต้องดำเนินการตามระเบียบราชการและอำนาจตามกฎหมาย รวมทั้งการใช้คำสั่งปกครองต่างๆ ต้องเก็บหลักฐานไว้ทุกอย่าง เพื่อป้องกันปัญหาฟ้องร้องเหมือนอดีตที่เจ้าหน้าที่รัฐหลายรายถูกฟ้องและไม่มีหลักฐาน จึงทำให้ไม่กล้าทำเพราะจะทำให้ถูกโยกย้าย เพราะทราบว่า การดำเนินการค่อนข้างยากเพราะมีผู้มีชื่อเสียงครอบครองหลายราย การเก็บหลักฐานและคำสั่งทางปกครองจะช่วยให้การทำหน้าที่และปกป้องจากปัญหานี้ได้ เช่นเดียวกับนายประพนธ์ เครือปาน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่งัด สำนักชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ก็กล่าวว่า ได้ทำเรื่องนี้มานานและรู้ว่าเป็นเรื่องที่สร้างความอึดอัดกับเจ้าหน้าที่เพราะมีตอมาก แต่ต้องทำหน้าที่ โอกาสนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งการดำเนินการมีความต่อเนื่องมาตลอดแต่อาจจะขาดหายไปบ้างตามสถานการณ์บ้านเมือง แต่ที่ชัดเจนและเป็นแนวทางไว้คือเมื่อปี 2548-2549 ที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.)ที่มี พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธานดูแลเรื่องนี้ได้กำหนดแนวทางหลักไว้แล้วตามผลสรุปการสำรวจ ซึ่งยอมรับว่ามีผู้มีชื่อเสียงทุกระดับอยู่ในข่ายครอบครองสิทธิ์ที่ดินริมน้ำปิงจำนวนมากและกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินการด้วย แต่เพื่อความถูกต้องและเท่าเทียมกันเชื่อว่า ประชาชนผู้เสียภาษีเป็นเงินเดือนแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐก็อยากได้ของขวัญจากการทำงาน   ของข้าราชการด้วย จึงต้องร่วมมือกันให้เต็มที่

ทั้งนี้หลังการประชุม นายชนะ กล่าวว่าการประชุมวันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการเจรจาขอคืนพื้นที่บุกรุกในการที่จะขุดขยายแม่น้ำปิงให้ได้ 90 เมตร เพื่อป้องกันอุทกภัยอันอาจจะเกิดขึ้นในเมืองเชียงใหม่ ปีนี้เชียงใหม่อาจโชคดีที่ปริมาณฝนไม่มาก แต่ก็ไม่ทราบว่าในปีไหนจะเป็นอย่างไร แต่ว่ามาตรการในเรื่องของการป้องกันนั้นต้องดำเนินการ เพราะมีแผนเรื่องนี้อยู่แล้วตั้งแต่ปี 2549 รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งด้วย และเพื่อติดตามผลคามคืบหน้า ตั้งแต่ที่ทำการปกครองอำเภอ ท้องถิ่นก็คือผู้สนับสนุนในการทำงานระดับอำเภอ จังหวัด เพื่อจะได้มีการเจรจาในการที่จะขอคืนพื้นที่เพื่อขุดขยายแม่น้ำปิงตามที่กำหนด และจากการรายงานของแต่ละพื้นที่เกือบทั้งหมดพร้อมที่จะเริ่มในกระบวนการเจรจาสำหรับพื้นที่มีการบุกรุก ก่อสร้างอาคาร ในเขตของแม่น้ำปิง เป้าหมายคือ การขอพื้นที่คืน ให้มีการขุดลอกให้มีระยะไม่น้อยกว่า 90 เมตร โดยที่กำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2557 นี้ เราจะเริ่มกระบวนการเจรจาอย่างแน่นอน

สำหรับการดำเนินการเชื่อว่า โดยพื้นฐานของการเจรจาบางส่วนก็อาจมีข้อจำกัดมากมีความยุ่งยาก แต่บางส่วนอาจจะดำเนินการได้ทันที ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการต้องทำด้วยความละเอียดรอบคอบ เพราะเรื่องที่ดำเนินการนี้อาจจะไปกระทบสิทธิของประชาชน ซึ่งอาจจะมีการอ้างสิทธิว่าได้เข้าครอบครองหรือก่อสร้างโดยถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้จึงต้องอาศัยกระบวนการพิสูจน์สิทธิกัน แต่อย่างไรก็ตามทางราชการจะให้สิทธิแก่พี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเต็มที่ อย่างแรกคือประชาชนที่อาศัยตลอดแนวแม่น้ำปิงที่มีรายชื่ออยู่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน โดยจะได้แจ้งให้ทราบอย่างละเอียดในทุกราย    และจะให้ประชาชนรายนั้นๆ ได้มีโอกาสนำเอกสาร พยาน หลักฐานมาชี้แจงหักล้างต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้อย่างเต็มที่เช่นกัน โดยกำหนดพื้นที่ดำเนินการริมฝั่งแม่น้ำปิงทั้ง 2 ฝั่ง นับจากสะพานนวรัฐขึ้นไปทางทิศเหนือระยะทาง 10 กิโลเมตร ประมาณพื้นที่ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม และจากสะพานนวรัฐลงไปทางทิศใต้ระยะ 10 กิโลเมตร ประมาณพื้นที่ อ.หางดง และ อ.สารภี ในพื้นที่ที่คาดกันไว้ว่าจะดำเนินการยากที่สุดคือ พื้นที่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพราะมีผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น พื้นที่ถัดไปคือพื้นที่ในเขตอำเภอแม่ริม และอำเภอหางดง ตามลำดับ แต่จะทำอย่างเต็มที่ในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน โดยส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจอะไรถ้าเราทำตามกฎหมายและทุกคนเคารพในกฎหมาย.