หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

8 อำเภอในเชียงใหม่ สุดแล้ง เร่งช่วยด่วน

Author by 4/03/15No Comments »

   สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ copy       เชียงใหม่ประกาศภัยแล้ง 8 อำเภอเร่งช่วยผู้เดือดร้อน มีรอพิจารณาอีกหลายแห่ง พ่อเมืองย้ำห้ามมีปัญหาประชาชนขาดน้ำส่วนท้องถิ่นขอให้ใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนอย่าอ้างไม่มีงบ พื้นที่ไหนอ้างเรื่องนี้สั่งให้ทำบัญชีการเงินแนบให้จังหวัดพิจารณาด้วย ป้องกันการยกเป็นข้ออ้างหลีกเลี่ยง

          เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2558 นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ. เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้มีการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของจังหวัด(ก.ช.ภ.จ.)  เพื่อพิจารณาช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินภัยแล้ง ขณะนี้ตนได้ลงนามประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้งแล้ว 8 อำเภอ เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องของความต้องการ น้ำ อุปโภค บริโภค ทั้งนี้มีผู้ประสบภัย ได้แก่พื้นที่ อ.เชียงดาว หางดง ดอยเต่า ดอยหล่อ สันกำแพง ฮอด สะเมิง และ อ.ดอยสะเก็ด รวม 27 ตำบล 173 หมู่บ้าน 32,311 ครัวเรือน 85,030 คน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 127 ไร่ กระชังปลา 200 กระชัง โดยยังพบว่า ยังมีพื้นที่ที่รอการพิจารณาอีกไม่น้อยกว่า 5-6 อำเภอ ได้ให้การให้นายอำเภอประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในทันที หากติดขัดเรื่องงบประมาณให้ทำรายงานเพื่อชี้ี้แจงเป็นทางการด้วย เพราะที่ผ่านมาองค์กรท้องถิ่นพยายามเลี่ยงใช้งบประมาณของตนเอง จึงทำให้งานไม่คืบหน้า ล่าช้า ทั้งนี้จะได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมทำเรื่องเพื่อขอขยายวงเงินในการช่วยเหลือในพื้นที่เดือดร้อนจริงๆ ตามขั้นตอนต่อไป

ก่อนหน้านี้  ทางด้าน พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมคณะได้นำรถบรรทุกน้ำเพื่อเข้าไปช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบภัยแล้งให้กับประชาชนในพื้นที่บ้านทุ่งยาว หมู่  8 ต.ป่าป้อง เขตเทศบาลตำบลป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด ที่ได้รับความเดือดร้อนและเป็นพื้นที่ประกาศประสบภัยพิบัติแล้งแล้ว ชาวบ้านได้ร้องขอความช่วยเหลือ ขณะนี้ขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมาก ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องน้ำดื่ม นำใช้ ทางกองทัพบกในภารกิจที่ต้องดำเนินการช่วยประชาชนได้ประสานช่วยเหลือ สร้างความดีใจแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งทาง มทบ.33 มีการเตรียมพร้อมในการออกไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนเป็นการเบื้องต้นต่อเนื่องพื้นที่ใดประสบปัญหาต้องการช่วยเหลือเรื่องน้ำให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อจะได้นำน้ำเข้าไปช่วยเหลือต่อไป

สำหรับผลของการประชุม เพื่อประกาศพื้นที่ประสบภัยและกำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งตามระเบียบและหลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง  เมื่อเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้นในท้องที่จังหวัด ให้เป็นอำนาจของผวจ.ร่วมกับคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ.จะประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้นๆ การดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยมีข้อปฏิบัติเรื่องการกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่เกิดภัย โดยในห้วงเวลาเดือน ม.ค.จนถึงปัจจุบันในพื้นที่ จ.เชียงใหม่มีการรายงานเหตุเกี่ยวกับการบรรเทาสาธารณภัยกรณีภัยแล้ง เพื่อให้ประกาศพื้นที่ประสบภัยตามหลักเกณฑ์จำนวน 8 อำเภอ โดยให้แต่ละอำเภอทำรายงานชี้แจงรายละเอียดและดำเนินการตามกรอบที่กำหนด

สำหรับพื้นที่ความเดือดร้อนของอำเภอต่างๆ มีดังนี้ อ.เชียงดาวได้แจ้งต่อทางจังหวัดตั้งแต่ 11 ก.พ.เป็นแห่งแรก มีพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่หมู่ที่ 7 และ 15 ต. ปิงโค้ง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 500 ครัวเรือน อ.หางดงมีพื้นที่ประสบภัยหมู่ที่ 2- 4 ต.หารแก้ว มีผู้ได้รับความเดือดร้อน 670 ครัวเรือนกว่า 1,150 คน อ.ดอยเต่า มีผู้ประสบภัยทุกพื้นที่ใน 1-4 ต.บ้านแจ่ม 1-7 ต.บงตันหมู่ที่ 1- 6 ต.ท่าเรือ หมู่ที่ 1-5 ต.มืดกา หมู่ที่ 1- 10 ต.ดอยเต่าและหมู่ที่ 1-11 ต.โป่งทุ่งมีผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า 27,000 คน อ.ดอยหล่อมีพื้นที่ประสบภัยหมู่ที่ 1- 9 ต.สันติสุข ต.สองแควและทุกหมู่บ้านในต.ดอยหล่อและใกล้เคียงมีผู้ประสบภัยกว่า 5,500 ครัวเรือนหรือกว่า 14,281 คน

อ.สันกำแพงมีผู้ประสบภัยในพื้นที่ ต.ออนใต้ ต.สันกำแพง เดือดร้อนกว่า 1,000 ครัวเรือนหรือกว่า 3,200 คน อ.ฮอดมีผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ ต.ฮอด ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1,100 ครัวเรือนหรือ 3,300 คน อ.สะเมิงมีผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ 3 ตำบล ผู้เดือดร้อนกว่า 1,000 ครัวเรือน กว่า 3,300 คนและ อ.ดอยสะเก็ดมีผู้ได้รับความเดือดร้อน ต.ตลาดใหญ่ ต.ลวงเหนือ ต.ป่าเมี่ยง ต.ตลาดขวัญ ต.ป่าป้อง ต.ป่าลาน ต.สง่าบ้าน ต.เทพเสด็จ ต.แม่ฮ้อยเงิน ต.แม่คือ และ ต.เชิงดอย มีผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่าหมื่น 1,000 ครัวเรือนกว่า 23,000 คน

ผวจ.เชียงใหม่กล่าวเพิ่มเติมว่า ในทางปฏิบัติขอให้ทุกพื้นที่ได้ดูแลไม่ให้มีปัญหาวงกว้างหรือเป็นผลกระทบกับเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม ปัญหาภัยแล้งที่เชียงใหม่อาจไม่มาก แต่พื้นที่จุดซ้ำซากยากที่จะไปแก้ไขได้ทันที ปัญหาอีกอย่างคือท้องถิ่นมักไม่อยากใช้เงินตนเองมาดำเนินการจึงอ้างเรื่องงบประมาณเป็นจุดหลัก ทางออกเวลานี้คือท้องถิ่นต้องทำรายงานเงินงบประมาณที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อจะได้นำเสนอมาตรการสอดรับกับนโยบายกรุงเทพฯ อีกกรณีหนึ่งคือการดูแลเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนทั้งในและนอกเขตชลประทานต้องไม่เดือดร้อน ขอให้ทหารและหน่วยงานต่างๆ เตรียมกำลังเครื่องมือให้พร้อมในการดำเนินการต่อไป.