หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ฟื้นดินให้ชีวิตพืชที่อุตรดิตถ์

Author by 3/05/15No Comments »

DSC_0353      ขึ้นชื่อว่าอินทรีย์ถ้วนทุกคนล้วนใฝ่ฝันที่จะเห็นอยู่เป็นองค์ประกอบของการดำรงชีวิต ยิ่งการเกษตรอินทรีย์ นั้นเป็นสุดยอดปรารถนาของคนทุกคน ที่อยากจะเห็นอยากให้เป็นอยู่ ในระบบการเกษตรของประเทศไทย เพราะทุกวันนี้ การกินอยู่ของคนไทย มีความเสี่ยงอย่างมากมาย เสี่ยงทั้งระบบอากาศที่ใช้หายใจ เสี่ยงกับน้ำกินน้ำใช้ เสี่ยงกับผลผลิตการเกษตรที่เป็นอาหารการกินเลี้ยงชีพ ไม่หายใจอยู่ไม่ได้ ไม่ดื่มไม่ให้น้ำอยู่ไม่ได้ ไม่กินอาหารอยู่ไม่ได้ แต่เมื่อต้องอยู่ ขออยู่อย่างไม่เสี่ยงภัยต่อชีวิตเป็นการดีที่สุด

การเกษตรอินทรีย์ เป็นทางเลือกที่เกิดความเสี่ยงภัยน้อยที่สุด ทั้งเกษตรกรผู้ผลิต และประชาชนผู้บริโภค มีผู้คนสอบถามกันมามากมาย ว่าแท้ที่จริงแล้ว การเกษตรอินทรีย์มันหมายถึงอะไร เรื่องมันยาวมากๆ เพราะการเกษตรอินทรีย์ในเชิงธรรมชาติ มีมานับหมื่นๆปี การเกษตรอินทรีย์ในเชิงวิทยาศาสตร์ มีมากว่า 70 ปี ก็ช่วงอายุคนๆหนึ่ง ตั้งแต่สมัย พ.ศ.2479 กำเนิดจากความกลัวตายของคนยุโรป และแพร่ลามไปที่อเมริกา แคนาดา ถึงมาแถบเอเชียบ้านเรา แต่ที่จริงแล้วการเกษตรของทางเอเชีย ก็เป็นลักษณะเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่เดิม เพราะเราเป็นเกษตรอินทรีย์แบบเกษตรกรรมธรรมชาติ อย่างเช่นแบบของญี่ปุ่น เกาหลี และวิถีเกษตรไทยเรา การเกษตรไร้สารพิษ การเกษตรปลอด่สารพิษ เกษตรปลอดภัย เกษตรยั่งยืน หรือแม้แต่เกษตรกรรมธรรมชาติของบ้านเราเอง

ในคัมภีร์การเกษตร ของเซอร์อัลเบิร์ต โฮเวิร์ด บิดาเกษตรอินทรีย์ กล่าวถึงหลักการเกษตรอินทรีย์ 7 ประการ ว่าหนึ่งสุขภาพที่ดีเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง สองสุขภาพที่ดีต้องใช้ได้กับดิน พืช สัตว์ และมนุษย์ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สามความอ่อนแอที่เกิดขึ้นกับโซ่อาหารแรกคือ “ดิน” จะส่งผลกระทบกับห่วงโซ่อื่นๆ สี่ปัญหาโรคแมลงเป็นปัญหาในห่วงโซ่อาหารที่สองและสาม ห้าสุขภาพของมนุษย์เป็นผลตามมา หกสุขภาพไม่ดีของพืชสัตว์มนุษย์เป็นผลต่อเนื่องมาจากสภาพไม่ดีของดิน และเจ็ดการยอมรับกฎและบทบาทธรรมชาติ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ไม่ยาก โดยจะต้องไม่สร้างผลกระทบรบกวนการสะสมธาตุอาหารในดินที่มีจุลินทรีย์เป็นผู้ทำงาน

เราจะเห็นได้ว่าหลักการเกษตรอินทรีย์ เน้นให้ความสำคัญของ “ดิน” ดินคือฐานรากของชีวิต ซึ่งดินดีในทางการเกษตร จะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งคือ “อินทรียวัตถุ” ดินที่ดีต้องมีอินทรียวัตถุเป็นองค์ประกอบไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 กำเนิดของดินดี ต้องมาจากอินทรียวัตถุ นั่นคือกำเนิดมาจากสิ่งที่มีชีวิต ซากพืช ซากสัตว์ที่ผุย่อยสลาย กลายเป็นดิน และเป็นอาหารพืช ในการเกษตรอินทรีย์จะคำนึงถึงเรื่องคุณสมบัติของดินเป็นอย่างยิ่ง และอินทรียวัตถุที่เป็นส่วนสำคัญของดิน นอกจากจะได้มาตามธรรมชาติแล้ว มนุษย์ผู้ใช้ประโยชน์จากดินยังสามารถสร้างเสริมให้แก่ดินได้ ในหลักการ “ธรรมชาติคืนสู่ธรรมชาติ” คือการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยชีวภาพ สิ่งเหล่านี้เมื่อคืนลงสู่ดิน จะเป็นอาหารเลี้ยงต้นพืชให้เจริญเติบโต แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคแมลงศัตรูพืชต่างๆ สารเคมีจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ต้องใช้อีกต่อไป

“ปุ๋ยอินทรีย์” คือปุ๋ยที่ได้จากพืชและสัตว์ที่ผ่านกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการผลิตเกษตรอินทรีย์ ถ้าดินดีแล้ว การเกษตรอินทรีย์จะสมบูรณ์ ดังหลักการความสัมพันธ์กันของดิน พืช สัตว์  ห่วงโซ่อาหารแรก สุขภาพของพืช สัตว์ มนุษย์ ผลจากสุขภาพดิน และการยอมรับ กฎและบทบาทของธรรมชาติที่เกี่ยวกับดิน และที่สำคัญคือ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพต่างๆก็ตามมาพร้อมกับ “อินทรีย์” ถ้อยคำที่ถ้วนทุกคนต้องการ

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ในวันนี้มีมากมายหลายหน่วย หลายองค์กรที่ส่งเสริมให้ผลิตและใช้กัน เป็นเพราะเป็นเรื่องง่ายๆที่เกิดจากจิตใต้สำนึกของคนรักเกษตรอินทรีย์ อาศัยหลักการย่อยสลายทางธรรมชาติในการผลิต ใช้วัสดุที่เหลือจากการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว เศษซากพืชซากสัตว์ โดยพึ่งพาการย่อยสลายของจุลินทรีย์ และสัตว์แมลงขนาดเล็กใต้ดิน เช่นไส้เดือน  ด้วงปีกแข็ง แมลงขยะทั้งหลาย อาศัยความชื้นกับการเจริญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต อาศัยมูลสัตว์เป็นปัจจัยช่วยเร่งการทำงานของจุลินทรีย์ และการย่อยสลายของเศษซากต่างๆ ร่วมกันรณรงค์ผลิตและใส่ลงผืนดิน เป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุสู่ดินอย่างดี เป็นปุ๋ยธรรมชาติที่คืนสู่ธรรมชาติอย่างแท้จริง

ในบรรดากลุ่ม องค์กรต่างๆที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง เห็นมีเกษตรกรอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งดำเนินการ จากจิตใต้สำนึกที่เห็นปัญหาของผืนดินของตนเอง ได้รวมกลุ่มผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ กับแปลงปลูกผักเพื่อการค้า ที่บ้านคุ้งวารี หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งนอกจากจะรวมตัวกันผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อประโยชน์และแก้ไขปัญหา ขจัดจุดอ่อนการผลิตทางการเกษตรของชุมชนตนเองแล้ว ยังมีแผนแนวทางที่จะจัดการด้านองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์ โดยมีหน่วยงาน องค์กรต่างๆที่ให้การสนับสนุน

กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านคุ้งวารี ทำการพัฒนาการจัดทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้กับการเกษตรของพื้นที่ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพดิน และการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีอัตราใช้สูงมาก โดยมี “คุณสมพงษ์ ไกลแนว” เป็นประธานกลุ่ม คณะกรรมการกลุ่มช่วยกันบริหารจัดการ จำนวน 9 คน มี “คุณอดุลย์ ม่วงรักษ์” กำนันตำบลบ้านเกาะเป็นที่ปรึกษา ผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่กลับกองปุ๋ย สูตรวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดย ผศ.ดร.ธีรพงษ์ สว่างปัญญางกูร เป็นอาจารย์ต้นตำรับ

ขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีหลักการง่ายๆคือ ขึ้นกองปุ๋ยเป็นรูปสามเหลี่ยม กว้าง 2-5 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 1.5 เมตร วางกองวัสดุเศษพืช เช่นเปลือกซังข้าวโพด ทับเป็นชั้นๆ กับปุ๋ยคอก มูลสัตว์ 15 ชั้น รดน้ำให้ชุ่ม ทุกเช้ารดน้ำนอกกองปุ๋ย ทุก 10 วันใช้ไม้แทงกองปุ๋ยแนวทแยง 45 องศา จนถึงพื้นดิน รอบกองปุ๋ย ระยะห่าง 40 เซนติเมตร เติมน้ำลงไปและปิดปากรู เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อนภายในกองปุ๋ย การขึ้นกองรูปสามเหลี่ยม จะทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศตามธรรมชาติ เมื่อความร้อนภายในกองร้อนจะลอยตัวขึ้นสูง อากาศเย็นจากภายนอกจะไหลเข้าในกอง เป็นการเติมอากาศให้กองปุ๋ย ทำให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ตลอด 24 ชั่วโมง จนถึง 60 วัน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่กลับกองก็จะเสร็จสมบูรณ์ นำไปใช้ประโยชน์กับการเกษตรอินทรีย์ได้ .

อดุลย์ศักดิ์ ไชยราช