หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

กินเจรอบ 2 ชาวเชียงใหม่เน้นออกนอกบ้านหวั่นผักแพงทำเองไม่คุ้มค่า

Author by 31/10/14No Comments »

  พืชผัก1        ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือแม่โจ้โพลล์ ได้สำรวจความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าผู้ขายสินค้าเกษตร จำนวน 101 ตัวอย่าง และผู้บริโภค จำนวน 316 ตัวอย่าง ระหว่าง วันที่ 13 – 20 ตุลาคม 2557 เกี่ยวกับเกี่ยวกับราคาและปริมาณการค้าขายสินค้าเกษตร และพฤติกรรมของผู้บริโภคในการบริโภคอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจ ปี 2557 ในหัวข้อคนเชียงใหม่กับเทศกาลกินเจ ปี 57″

ผลการสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าผู้ขายผักและผลไม้ พบว่า ร้อยละ 60.61 มีความเห็นว่า เทศกาลกินเจไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าที่ตนค้าขาย ส่วนอีกร้อยละ 39.39 มีความเห็นว่า เทศกาลกินเจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเฉพาะราคาผักและผลไม้บางชนิดที่นิยมรับประทานในช่วงเทศกาลกินเจ เช่น ผักบุ้ง ผักคะน้า ผักกาดขาว ให้เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย สำหรับผลกระทบที่มีต่อปริมาณการค้าขายสินค้า พบว่า พ่อค้าแม่ค้าผู้ขายผักและผลไม้ ร้อยละ 63.64 มีความเห็นว่า เทศกาลกินเจไม่ส่งผลต่อปริมาณการค้าขายสินค้าของตน ร้อยละ 22.72 มีความเห็นว่า เทศกาลกินเจส่งผลทำให้ขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น เนื่องจาก ช่วงเทศกาลกินเจผู้บริโภคนิยมรับประทานผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น ส่วนร้อยละ 13.64 มีความเห็นว่า เทศกาลกินเจส่งผลทำให้ขายสินค้าได้ลดลง เนื่องจาก ผู้บริโภคทั่วไปไม่ค่อยเข้าตลาดมาซื้อสินค้าวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหาร มีเพียงลูกค้าจากร้านอาหารที่ยังคงเข้าตลาดมาซื้อสินค้าตามปกติ ในส่วนของผู้ขายเนื้อสัตว์พบว่า ร้อยละ 55.88 มีความเห็นว่า เทศกาลกินเจไม่ส่งผลต่อปริมาณการค้าขายสินค้าของตน ส่วนอีกร้อยละ 44.12 มีความเห็นว่า เทศกาลกินเจส่งผลทำให้ขายสินค้าได้ลดลง

จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บริโภค พบว่า ร้อยละ 71.62 จะบริโภคอาหารเจนอกบ้าน โดยคาดการณ์ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 57.45 บาท/มื้อ ซึ่งร้อยละ 37.18 ออกไปรับประทานอาหารเจตามร้านอาหารต่างๆ ร้อยละ 33.54 บริโภคอาหารเจสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ/ห้างสรรพสินค้า และร้อยละ 29.28 ออกไปรับประทานอาหารเจจากศาลเจ้า/โรงทาน (โรงเจ) โดยให้เหตุผลว่า สะดวกสบาย ประหยัดเวลาในการประกอบอาหาร และมีอาหารให้เลือกหลากหลาย มีเพียงร้อยละ 28.38 ที่จะประกอบอาหารเจเพื่อรับประทานเองที่บ้าน โดยคาดการณ์ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 88.84 บาท/มื้อ และให้เหตุผลว่า การประกอบอาหารเจเพื่อรับประทานเองจะมีความสะอาด สามารถเลือกวัตถุดิบได้เอง และมั่นใจได้ว่าอาหารที่ปรุงเป็นอาหารเจที่ไม่ใช้ส่วนผสมที่เป็นข้อห้าม และเมื่อสอบถามถึงผลกระทบของเทศกาลกินเจที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าเกษตรแต่ละประเภท พบว่า ร้อยละ 64.87 มีความเห็นว่า เทศกาลกินเจส่งผลให้ราคาผักเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจาก ความต้องการผักมีมากขึ้น และพ่อค้าบางรายฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ที่เหลืออีกร้อยละ 35.13 มีความเห็นว่า

เทศกาลกินเจส่งผลให้ราคาผักเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจาก ความต้องการผักมีมากขึ้น และพ่อค้าบางรายฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ที่เหลืออีกร้อยละ 35.13 มีความเห็นว่า ราคาผักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสินค้าประเภทผลไม้ ส่วนสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (ร้อยละ 60.44) มีความเห็นว่าเทศกาลกาลกินเจจะไม่ส่งผลทำให้ราคาสินค้าประเภทเนื้อสัตว์มีการเปลี่ยนแปลง

ในมุมมองของพ่อค้าแม่ค้าผู้ขายสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ปริมาณความต้องการของตลาด และระดับของราคาสินค้าเกษตรไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งแตกต่างจากมุมมองของผู้บริโภคที่เชื่อว่าทั้งปริมาณความต้องการ และราคาของสินค้าผักและผลไม้ในตลาดจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการบริโภคอาหารในบ้าน (ประกอบอาหารเจเพื่อรับประทานเอง) แต่ละมื้อสูงกว่าการออกไปบริโภคอาหารนอกบ้าน รวมถึงตัดสินใจหันไปบริโภคอาหารเจตามร้านอาหารหรือซื้ออาหารสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ/ห้างสรรพสินค้ามาบริโภคเพิ่มมากขึ้น แทนที่จะไปเลือกซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ ในตลาดไปประกอบอาหารเพื่อรับประทานเองที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคที่มีระดับรายได้ปานกลางไปจนถึงระดับสูง และบุคคลที่ประกอบอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว หรือพนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบไม่ค่อยมีเวลาในการหาซื้อวัตถุดิบและการประกอบอาหารเพื่อบริโภคเองที่บ้าน

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์พิชัย สมบูรณ์วงศ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ฝ่ายนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร.0-5387-3938-9 ในวันและเวลาราชการ.