หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

ชิมลิ้นจี่คุณภาพอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา

Author by 10/05/15No Comments »

    IMG_2684      ลิ้นจี่เป็นพันธุ์ไม้ดั้งเดิมแถบตอนใต้ของประเทศจีน และได้แพร่หลายไปยังประเทศใกล้เคียง เช่น อินเดีย พม่า และไทย เป็นต้น การปลูกลิ้นจี่ในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด แต่จากหลักฐาน  ซึ่งได้มีการบันทึกโดยชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาเมืองไทย สมัยรัชกาลที่ 4 (ระหว่าง .. 2394 – .. 2411)      ได้กล่าวถึงลิ้นจี่อยู่ด้วย นั่นแสดงว่า ครั้งนั้นได้มีการนำลิ้นจี่เข้ามาในเมืองไทยแล้ว และน่าจะเป็นการนำเข้ามาโดยชาวจีนที่ค้าขายติดต่อกับไทยทางเรือสำเภาที่แวะพักตามเมืองท่าฝั่งตะวันออกของไทย แถวจันทบุรี ตราด เมื่อรับประทานแล้วได้ทิ้งเมล็ดลิ้นจี่ไว้ และต่อมาได้เจริญเติบโตเป็นต้นลิ้นจี่เรียกว่า  ”สีรามัน” (เพี้ยนมาจากภาษาเขมรว่า ตระเสรเมือน แปลว่า ลูกหงอนไก่) อย่างไรก็ตาม ในเมืองไทยยังมีลิ้นจี่ป่าอยู่ทั่วไปแถบจันทบุรี ตราด ชลบุรี เรียก คอแลน หรือบะคอแลนในภาคเหนือ หรือหมากแงวในภาคอีสานนั่นเอง

นายอุดมศักดิ์  คำมูล เกษตรจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่าการปลูกลิ้นจี่ในระยะแรกส่วนใหญ่เป็นกิ่งตอนที่นำมาจากจังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย (นายใหญ่ ศิริยะราช เกษตรจังหวัดเชียงราย ในขณะนั้น) ได้มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้มีการปลูกลิ้นจี่ในจังหวัดเชียงรายอย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่ปี      พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา ขณะนั้นอำเภอแม่ใจ ยังเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย

สำหรับการปลูกลิ้นจี่ในอำเภอแม่ใจ ได้เริ่มปลูกเมื่อปี พ.ศ.2513 โดยการนำของอาจารย์ทองคำ สารถ้อย อาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านทุ่งป่าข่า มีแนวความคิดว่าจะหาพืชเศรษฐกิจชนิดใดมาปลูกในอำเภอแม่ใจ จึงได้ทำการปรึกษาหารือกับทางอำเภอและจัดทำโครงการ ซึ่งในขณะนั้น มีนายทองคำ  เขื่อนทา เป็นนายอำเภอแม่ใจ และ นายสุธน  สร้อยแสงจันทร์ เป็นเกษตรอำเภอแม่ใจ  ได้จัดทำโครงการขอสนับสนุนกิ่งตอนลิ้นจี่ “พันธุ์ฮงฮวย”  จากสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย จำนวน 30 ตัน มาปลูกในโรงเรียนบ้านทุ่งป่าข่า  หมู่ที่ 6 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ โดยใช้ระยะปลูก 12×12 เมตร เพื่อเป็นจุดสาธิตและขยายพันธุ์ให้กับเกษตรกร ต่อมา นายจันทร์       ภาชนนท์  ได้ขยายพันธุ์โดยการตอนไปปลูกในสวนที่อยู่ในห้วยป่ากล้วย (ปัจจุบันเป็นอ่างเก็บน้ำ) ปรากฏว่าให้ผลผลิตดี รสชาติ อร่อย สามารถจำหน่ายได้ราคาดี ประมาณปี พ.ศ. 2520 เกษตรกรบ้านทุ่งป่าข่าจึงเริ่มขยายพันธุ์ปลูกกันมากขึ้น และได้แพร่หลายไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ตั้งแต่นั้นมา  มีการปลูกมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไป

ปัจจุบันลิ้นจี่ที่นำมาปลูกในโรงเรียนบ้านทุ่งป่าข่า ยังคงเหลืออยู่จำนวน 11 ต้น และยังให้ผลผลิตอยู่เพราะมีการทำสาวมาแล้วสามครั้ง บริเวณด้านหน้าของอาคารเรียน และบริเวณด้านหลังอาคารเรียน

IMG_1642      สภาพพื้นที่ของอำเภอแม่ใจ บริเวณที่มีการปลูกลิ้นจี่เป็นดินชุด 29 (ชุดบ้านจอง) ซึ่งดินชุดนี้จะมีธาตุอาหารประเภทโปรตัสเซียม(K) สูง ประกอบกับสวนลิ้นจี่อยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาแหล่งต้นน้ำกว๊านพะเยา อันอุดมไปด้วยธาตุอาหารจากธรรมชาติทำให้รสชาติลิ้นจี่ของอำเภอแม่ใจมีรสชาติหวาน เนื้อแห้ง หอม อร่อย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ  ไหล่ยก  อกตั้ง  ร่องลึก  หนามสั้น  ก้นป้าน  เนื้อกอด  ในแห้ง  กลิ่นหอมและหวาน ทำให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้จำนวนมากกว่า ไม่มีอาการร้อนใน ปัจจุบันในจังหวัดพะเยา มีลิ้นจี่ยืนต้นอยู่ประมาณ 15,000 ไร่ จังหวัดพะเยา มียุทธศาสตร์ในการแก้ไขหรือรองรับปัญหาลิ้นจี่ในปีการผลิต 2558 โดยการผลิตลิ้นจี่คุณภาพ โดยการห่อผลซึ่งจะแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จทั้งคุณภาพสีผิวที่สวยงามแดงชมพูสด ยืดอายุการเก็บเกี่ยวและป้องกันหนอนเจาะขั้วผล สำหรับปีนี้จากการลงสำรวจพื้นที่ถึงสถานการณ์การติดผลของลิ้นจี่ คาดว่าผลผลิตจะลดลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ประมาณการผลผลิต อยู่ที่ 8,824 ตัน  โดยในปีนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา ได้รับงบประมาณพัฒนาจังหวัดในการอบรมให้ความรู้กับเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ทั้งการดูแล รักษา การป้องกันกำจัดศัตรูพืช ในระบบไอพีเอ็ม หรือวิธีผสมผสาน มีการใช้แตนเบียนอนาสตาตัส ซึ่งเป็นศัตรูธรรมชาติของมวนลำไยลิ้นจี่ หรือภาษาชาวบ้านเรียกแมงแกง ซึ่งมวนลำไยลิ้นจี่เป็นศัตรูที่สำคัญของลำไยและลิ้นจี่ และสนับสนุนกระดาษห่อผลให้กับกลุ่มปรับปรุงคุณภาพลิ้นจี่ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในส่วนของตลาดที่เป็นปัญหามาโดยตลอดในฤดูกาลที่มีผลผลิตออกมาก ปีนี้มีการ   บูรณาการ จากหลายภาคส่วน ทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ หรือโมเดิลเทรด จะมาตั้งจุดรับซื้อผลผลิตที่เข้าร่วมโครงการปรับปรุงคุณภาพ และมีใบรับรองสวนเกษตรดีที่เหมาะสมและปลอดภัย(GAP) ทางองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อตก) ได้เตรียมสถานที่สำหรับให้กลุ่มฯไปจำหน่ายที่ตลาด อตก. และทางกรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานกับหน่วยราชการที่มีข้าราชการทำงานเป็นจำนวนมากในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ให้มีการจำหน่ายผลผลิตในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม 2558 นี้ เพื่อเป็นการรับประกัน และสร้างความมั่นใจ ให้แก่ผู้บริโภค ได้มีการตรวจสอบคุณภาพย้อนกลับด้วย คิวอาร์โค้ด (QR Code)

จังหวัดพะเยาได้อนุมัติให้สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา ดำเนินงาน กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชปลอดภัยตามศักยภาพของพื้นที่(ลิ้นจี่) เพื่อป้องกันปัญหาด้านราคาและด้านการตลาด โดยได้จัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตลิ้นจี่คุณภาพ และระบบการเชื่อมโยงตลาดลิ้นจี่คุณภาพดีแก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชน จำนวน  7 กลุ่ม รวม 160 ราย ไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 พร้อมกับสนับสนุนกระดาษห่อแก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวรายละ 3,750 แผ่น รวมทั้งสิ้น 600,000 แผ่น  เพื่อเตรียมการห่อลิ้นจี่ก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 1 เดือน หลังจากที่เกษตรกรได้ปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาต้นลิ้นจี่ตามระยะเวลาการพัฒนาของลิ้นจี่ในแต่ละระยะ ซึ่งส่วนใหญ่ในปีนี้เกษตรกรชาวสวนจะเริ่มห่อผลลิ้นจี่ประมาณกลางเดือนเมษายน เป็นต้นไป จังหวัดพะเยาจึงจัดพิธีมอบกระดาษห่อลิ้นจี่แก่เกษตรกร ผู้ร่วมโครงการ พร้อมจัดแถลงข่าวเปิดสวนลิ้นจี่คุณภาพดีจังหวัดพะเยา(Grand Opening) ปี 2558 เพื่อประชาสัมพันธ์กระบวนการผลิตลิ้นจี่ คุณภาพดี มีความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นในผลผลิตลิ้นจี่ก่อนที่ผลผลิตลิ้นจี่จะออกสู่ตลาดปริมาณมากในราวกลางเดือนพฤษภาคม โดยจะมีการจัดงานลิ้นจี่และของดีจังหวัดพะเยา ในวันที่  19-25 พฤษภาคม 2558 ณ บริเวณสนามกลางเมืองทางเข้าสถานีขนส่งจังหวัดพะเยา จึงขอเชิญชวนชม  ชิมและซื้อลิ้นจี่คุณภาพจากเกษตรกรเจ้าของสวนที่จะนำไปจำหน่ายในบริเวณงาน.

การุณย์  มะโนใจ

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต

สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา