หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

พริกมันพิชัย….ยังมีอยู่หรือสูญไปหมดแล้ว

Author by 24/04/15No Comments »

200902-16-204852-1       หลังจากที่ได้เปิดอ่านตำราทางการเกษตร อ่านพบชื่อพืชพรรณหลายชนิดที่เหมือนกับว่าเคยคุ้นชินและเคยสัมผัสมา  กลับมาทบทวนดู เวลานี้ดูเหมือนว่าหลาย ชนิดพืชที่หายไป อย่างเช่นพริกมันพิชัย”  ตอนนี้สืบเสาะหาที่จังหวัดอุตรดิตถ์ว่า ยังมีตกค้างอยู่ไหนบ้าง แม้แต่แหล่งผลิตพริกใหญ่ อย่างตำบลท่าสัก อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ก็ไม่เห็นมี

“พริกมันพิชัย” เป็นพริกชนิดพริกใหญ่แหล่งปลูกที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์  พริกใหญ่ เช่น  พริกมันพิชัยนี้ จะอยู่ในกลุ่มพริกใหญ่ที่มีความยาวผลประมาณ 5-10 เซนติเมตร  กลุ่มเดียวกับพริกชี้ฟ้า พริกเหลือง พริกบางช้าง ซึ่งจะติดผลแค่เพียงฤดูเดียว  ผลจะชี้ลงดิน พริกแห้งจะมีสีแดงเข้ม ผิวมันเรียบ ไม่ขรุขระ ก้านผลสีเหลืองทอง เมื่อแห้งจะมีความชื้นไม่สูงมากนัก เนื้อหนาปานกลาง เมล็ดน้อย ความเผ็ดไม่เผ็ดจัด เป็นพริกที่ตลาดต้องการมากเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา

พริกใหญ่หลายชนิดที่เกษตรกรหลายจังหวัดปลูกกันแต่ตลาดส่งออกต่างประเทศไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นพริกใหญ่ประเภทมีเมล็ดมาก เนื้อผลบาง ซึ่งต่างประเทศต้องการประเภทเนื้อหนา เมล็ดน้อย ส่วนตลาดในประเทศต้องการเมล็ดมาก รสเผ็ดปานกลางถึงมาก  ซึ่งถ้าพริกรสเผ็ดส่วนใหญ่จะเป็นประเภทพริกเล็กหรือพริกขี้หนู

ความเผ็ดของพริกมีหน่วยจัดเป็นสโควิลล์ (Scoville) พริกมีสารเผ็ดแคบไซซิน (Capsaicin) พริกที่มีสารแคบไซซินร้อยละ 1 ของน้ำหนัก จัดว่ามีความเผ็ดสูงสูงหรือเทียบเท่าเผ็ด 100% จะเท่ากับหน่วยวัดความเผ็ด  175,000 สโควิลล์ ถ้าสารแคบไซซินและหน่วยความเผ็ดลดลงก็จะเผ็ดน้อยลง พริกมันพิชัยจะอยู่ในกลุ่มความเผ็ดปานกลาง ความเผ็ด 35,000-70,000 สโควิลล์ ใช้ผสมกับเครื่องเทศชนิดอื่นๆ ในการปรุงอาหาร ใช้ทั้งผลสด  ผลแห้ง และพริกป่น  เรียกพริกกลุ่มนี้ว่า แคปซิคัมแอนนูอัม (Capsicum annuum) ก็ถือว่าพริกที่ปลูกกันในประเทศไทยนี้อยู่กลุ่มความเผ็ดเดียวกันนี้เกือบทั้งหมด  ยกเว้น  พวกเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ดที่เป็นพริกมาจากต่างประเทศ เช่น พริกหวาน พริกหยวก

เคยมีคนขี้สงสัยถามว่าต้นกำเนิดของพริกมาจากไหน อยากจะตอบว่ามาจากต้นพริก  ฮา… กลัวเจ็บตัว มีเรื่องเล่าว่าพริกมีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกาใต้ คงแถบลุ่มน้ำอะเมซอนโน่นละกระมัง ชนเผ่าอินเดียนเป็นพวกแรกรู้จักใช้พริกมาปรุงอาหารประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล และหลังจากนั้นอีก 2-3 พันปีมีการเพาะปลูกและแพร่กระจายอยู่ทั่วไป คนไทยเราส่วนใหญ่นิยมกินอาหารรสเผ็ดมาช้านาน  แต่ส่วนใหญ่มาจากเครื่องเทศ  เช่น  ขิง ข่า กระวาน กานพลู  กะเพรา แมงลัก ดีปลี ยี่หร่า  ทำเป็นเครื่องแกงหรือผสมคลุกเคล้าลงในอาหารหรือเป็นผักเคียง มารู้จัก “พริก” เอาตอนราว ยุคอยุธยาตอนปลาย ฝรั่งชาติโปรตุเกสเดินเรือเข้ามาค้าขาย  นำพริกติดเรือมา คนไทยได้ลิ้มชิมรสเผ็ดก็ชื่นชอบ  จัดการขอเมล็ดมาเพาะปลูก ก็คงมีพวกชาวพื้นเมืองแถบอเมริกาใต้  เปรู บราซิล ก็คงจะติดเป็นลูกเรือของฝรั่งชาวโปรตุเกสมานั่นแหล่ะ  เป็นคนกินพริกนำพริกมาจากอเมริกาใต้และบอกคนไทยให้รู้ว่า เขาเรียกว่า “ปริ๊กก้า” แปลว่า เผ็ดร้อน แต่ที่จริงฝรั่งโปรตุเกสคงไม่ชอบกินพริกหรอกนะ เห็นฝรั่งสมัยนี้กินจืด คนไทยนิยมเรียกคำโดดๆ จึงเรียกว่า “ปริ๊ก” และเห็นว่าออกสำเนียงดูไม่ทันสมัย  จึงเรียกว่า “พริก” จนถึงวันนี้ไง … จะเชื่อกันไม๊นี่มีคนเล่ามา

พริกมันพิชัย…ใครนำมาจากไหนไม่รู้  แต่เมื่อก่อน 10-15 ปี มีมากที่อำเภอพิชัย มีการประกวดในงานประเพณีใหญ่วัดหลวงพ่อโตทุกปี เป็นพริกที่กินสด  ถ้าถูกย่างไฟจะกลิ่นหอม  นำมาตำน้ำพริกทำแจ่ว  ปลาต้ม  ปลาร้า  ที่สุดของน้ำพริกพิชัย  ซึ่งมาให้ชวนชิมเป็นตำรับพื้นบ้าน  อาหารพื้นเมือง  ถ้านำพริกแก่สีแดงมาตากเมื่อทำพริกแห้ง  ก็จะได้พริกแห้งที่มีผิวมันวับ  ให้น้ำหนักดีกว่าพริกทั่วไป คือ พริกมันพิชัยสด 1 กิโลกรัม จะทำเป็นพริกแห้งได้มากกว่า  3.5  ขีดหรือได้ร้อยละ  35  ขึ้นไป

ปัญหาการปลูกพริกมันพิชัย  เมื่อกว่า  10 ปีที่ผ่านมานั้นก็เหมือนกับการปลูกพริกอื่นๆ เช่น  พริกมันบางช้าง ของสมุทรปราการ  ปัญหาโรคกุ้งแห้งระบาดหรือแอนแทรคโนส ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา  พบตอนพริกแก่สุกแล้วเสียหายมากเพราะโรคนี้มันติดมากับเมล็ด  จึงป้องกันได้ยาก จึงแนะนำให้แช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่น 30 นาที แต่เกษตรกรผู้ปลูกต่อมาจะนำต้นกล้าพริกจากที่อื่นมาปลูกเลย ไม่มีการเก็บเมล็ดพันธุ์พริกมันพิชัยไว้เพาะเอง ก็เลยไม่รู้ว่าติดโรคมาจากที่อื่นหรือไม่ ส่วนโรคอื่นๆ เช่น โรคใบหงิก โรคเหี่ยว ก็มีแมลงศัตรูพืชที่สำคัญ คือ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน  ที่ชาวบ้านเรียกเพลี้ยเขียวหรือเพลี้ยเหลืองบ้างพอสมควร

สาเหตุสำคัญที่ทำให้พริกพิชัยหายไปจากวงการนักเลงพริกพิชัยและตลาดพริก คือ  ปัญหาจากการระบาดของโรคต่าง ๆ ปัญหาระบบน้ำ ทำให้ไม่เก็บพันธุ์พริกมันพิชัยไว้เพาะปลูกเอง ซึ่งก็ยุ่งยาก และที่สำคัญคือ ทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกร ด้านการตลาด การตลาดไม่ให้ความสนใจกับชื่อเสียง คุณสมบัติของพริกมันพิชัย คงคิดว่าพริกใหญ่ก็คือพริกเหมือนกัน เมื่อไม่สนใจว่าพันธุ์อะไร ชาวบ้านก็ไม่สนใจพันธุ์ดั้งเดิมของตนเองที่ดีสุดยอดอยู่แล้ว จึงปลูกพริกพันธุ์อื่นๆ ผสมผะเสเปปนไปทั่ว  ที่จริงพริกไม่ค่อยมีการผสมข้ามจนกลายพันธุ์ มีเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น แต่เมื่อปลูกพันธุ์ปนกันมากปลูกพันธุ์ตามแรงโฆษณา  แว่วเสียงจากคนรอบข้างก็เอาพันธุ์เขามาปลูก  ใกล้ชิดกันมากโอกาสกลืนพันธุ์พริกมันพิชัยก็จางลงไป .. จนเลือนหายไปทีละน้อยหายไปพร้อมกับนักเลงพริกพิชัยรุ่นเก่า

ชาวไร่พริกพิชัยสายเลือดใหม่ ใครที่ยังมีจิตอนุรักษ์ ช่วยฟื้นเอาพริกมันพิชัยมาปลูกแพร่ขยาย เริ่มกับการปลูกป้อนคนกินน้ำพริก  ฟื้นเอาน้ำพริกแจ่วพิชัยขึ้นมา แม้ข้าวพันธุ์ใหม่ที่เรากล้ำกลืนกินทุกวันจะไม่อร่อย แต่ยังพอมีน้ำพริกที่พอหลอกข้าว ให้ล่วงลงลำคอเข้าไปในท้องให้หายหิวได้.

อดุลย์ศักดิ์  ไชยราช

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอน้ำปาด

จังหวัดอุตรดิตถ