หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

ภัยแล้ง ภัยลม ภัยฝน เกษตรกรต้องทนแบกรับ

Author by 21/05/15No Comments »

ภัยแล้ง1 copy       ปี 2557 และปี 2558 นับเป็นปีที่เกิดภัยแล้งยาวนานมากพอดู ข้อมูลจากกรมชลประทาน แจ้งว่าในปีนี้เขื่อนสิริกิติ์จังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนภูมิพลจังหวัดตาก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เก็บน้ำจืดไว้และส่งไปหล่อเลี้ยงพื้นที่ จากแม่น้ำน่าน แม่น้ำปิง สู่แม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนปริมาณมาก ก็จะพอใช้การเกษตรในระยะต่อไป ซึ่งแต่ละเขื่อนจะต้องปล่อยน้ำให้สำหรับทำนาปี นาปรัง และพืชอื่นๆ ไม่ต่ำกว่าวันละ 40 ล้าน ลบ..แต่ถ้าน้ำไหลเข้าไม่พอ จำเป็นจะต้องมีแผนสำรองอื่นๆเช่นแจ้งให้เกษตรกรงดการทำนาปรัง   สองปีนี้ช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำไม่มากพอ มีจำนวนวันฝนตกน้อย ฝนมาล่าช้า เดือนนี้พฤษภาคมแล้วยังไม่ได้รับฝนสักห่าสองห่าเลย ภัยแล้งจึงอุบัติขึ้นอย่างที่เห็น ชาวนาที่ฝืนทำนาปรังคงจะทันเกี่ยวข้าวได้นะ

ในการปลูกพืชฤดูแล้งในปีต่อไป เห็นทีเกษตรกรจะต้องคิดตรึกตรองกันให้ดี ฟังคำเตือนภัยจากผู้มีข้อมูลไว้บ้าง ว่าพืชที่ใช้น้ำมากเช่น นาปรัง ซึ่งเริ่มกันมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ จะเก็บเกี่ยวมิถุนายน ถึงกรกฎาคม และต่อจากนั้นจะทำนาปีไปเก็บเกี่ยวตุลาคม และต่อกันด้วยนาปรังครั้งแรกของรอบปี เดือนพฤศจิกายน ถึงมกราคม ครบรอบปีละ 3 ครั้ง เมื่อสถานการณ์น้ำเป็นเช่นนี้ คือ แล้งนานมาก ทุกทีเดือนมีนาคมจะมีฝนตกลงมาบ้าง บางปีมีพายุเข้าหลายลูก แต่ปีนี้เงียบ และน้ำเขื่อนก็เหลือน้อย ก็ปล่อยทุกวันด้วยความจำเป็น ต้องปล่อยออกวันละ 12-14 ล้าน ลบ.ม.ก็เพื่อส่งไปลงแม่น้ำเจ้าพระยา ไปหล่อเลี้ยงประชาชนหลายสิบล้านคน ในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เพื่อการอุปโภค บริโภค และส่งไปหนุนน้ำทะเล ไม่ให้ไหลเข้ามาสู่แผ่นดินมากเกินไป มันน่าแปลกมาตั้งนานแล้วว่า ทำไมถึงปล่อยให้น้ำทะเลไหลเข้าสู่ผืนดินได้ลึกๆเข้ามาลึกมากก็ทำให้น้ำจืดที่มีน้อย กลายเป็นน้ำเค็มหรือน้ำกร่อย ซึ่งไม่ค่อยจะได้ใช้ประโยชน์ในด้านอุปโภค บริโภคมากนัก และก็ให้แปลก เวลาหน้าน้ำ ทำไมปล่อยไหลลงทะเลไปซะมากมาย ซึ่งถึงแม้จะปล่อยลงไปมากเท่าไร ทะเลก็ไม่เคยลดความเค็ม หรือเจือจางกลายเป็นน้ำจืดไว้ให้มนุษย์ใช้อุปโภค บริโภคได้อยู่ดี ควรน่าจะกั้นเขตแดนน้ำทั้ง 2 ชนิด และมีการปล่อยให้ไหลเข้าออกได้ในปริมาณที่เหมาะสม ให้ชีวิตธรรมชาติอยู่ได้ มีดินเลน มีป่าชายเลน มีหิ่งห้อย และมีนาเกลือ

ที่จริงแล้วประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีน้ำจืดอุดมสมบูรณ์ บางช่วงบางเวลาจะมีมากเกินความจำเป็น ต้องปล่อยทิ้งขว้างไป และเชื่อไหมว่า เกษตรกรไทยใช้น้ำจืดเปลืองมากที่สุด โดยเฉพาะทำนา สาเหตุก็เป็นเพราะเกษตรกรเคยชินกับความฟุ่มเฟือยในการใช้น้ำ ต้องใช้อาบใช้กิน ใช้เลี้ยงสัตว์ และทำนาอีกปีละ 2-3 ครั้ง จะเคยมีใครไปบอกชาวนาหรือไม่ว่า ทำนาแต่ละฤดูจะใช้น้ำไปเท่าไร? และจะเชื่อไหมว่า โครงการรณรงค์ลดต้นทุนการทำนา ไม่ได้ย้ำเน้นให้ความสำคัญกับการใช้น้ำทำนา เป็นเพราะว่า “น้ำ”ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดนั้น เป็นปัจจัยที่เป็นต้นทุนต่ำที่สุด ชาวนาใช้น้ำมากน้อยไม่มีผลต่อต้นทุนการผลิต ขอให้มีน้ำเถอะจะใช้ให้อย่างเต็มที่ แต่ในขณะที่หลายพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำจืด ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ ที่ขัดสนกับน้ำ แม้แต่น้ำจะกินยังไม่ค่อยมี มันก็แปลกดีนัก

เมื่อฟ้าขาดฝน ผืนดินก็ขาดน้ำ สรรพชีวิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำดำรงชีพ ก็จึงประสบปัญหา เป็นภัยที่หนักหนามากทีเดียว ช่วงพฤษภาคม เป็นช่วงที่เข้าสู่กาลเวลาแห่งการเกษตรกรรม เป็นช่วงเวลาที่จัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปลุกจิตใจให้พลังแก่เกษตรกร เกิดความเชื่อมั่น และสดับตรับฟังผลการทำนายเสี่ยงทาย พระยาแรกนาขวัญ เสี่ยงทายได้ผ้านุ่งประกอบพิธี 4 คืบ ผ้าสั้นทำนายว่าน้ำจะมาก พืชผลจะอุดมสมบูรณ์ พระโคเลิศ พระโคฟ้าเสี่ยงทายอาหาร 7 อย่าง กินหญ้า และงา พยากรณ์ว่าน้ำท่าจะอุดมสมบูรณ์ แต่ถึงวันนี้ปีนี้ ยังไม่มีวี่แววว่าจะล้างภัยแล้งที่คุกคามอยู่ขณะนี้ได้หรือไม่

เดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม 2558 ต้องบันทึกไว้เลยว่า เกิดภัยพิบัติกับชาวโลกมากมาย แผ่นดินไหวหนักในเขตที่อยู่อาศัยของประชาชนชาวเนปาล ดินแดนกำเนิดพระพุทธเจ้า ใกล้แถบเทือกเขาสูงที่สุดในโลก ที่เรียกว่าหลังคาโลกทิเบต ในพื้นที่ประเทศไทยก็ใช่ย่อหย่อน แล้งคุกคามหนักทั้งเหนือ อีสาน กลาง จังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่ที่มีแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ ก็ยังแล้ง พื้นที่หลายอำเภอ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจากภัยแล้ง หนำซ้ำยังเจอพายุฤดูร้อนที่มีลมแรง ลูกเห็บ แต่มีส่วนผสมของน้ำฝนน้อย ลงหลายพื้นที่ อำเภอฟากท่า เจอ 3 หนใน 1 สัปดาห์ โห…ลมกระหน่ำซ้ำเติม เสียหายจนหาเวลาตั้งหลักช่วยกันไม่ทัน

ภัยที่เกิดจากความแห้งแล้ง ที่เกิดขึ้นเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ความสูญเสียมากมายที่เกษตรกรและปวงประชาชน รับและผจญอยู่ จะยังผลไปถึงวิถีชีวิต การดำรงอยู่ จากปัญหาสภาพแวดล้อม ธรรมชาติ สู่ปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม ตามกันมาเป็นระลอก ที่สุดก็คือปัญหาของประเทศชาติ เกษตรกรไทย กว่าร้อยละ 60 ของประชากร ซึ่งที่จริงถ้านับประชากรผู้เกี่ยวข้อง ก็มากกว่าร้อยละ 80 ของประชากรทั้งประเทศ กำลังแบกรับภาวการณ์แห่งปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วใครจะช่วยได้ เมื่อคนส่วนใหญ่เจอปัญหาเดียวกัน

เหลืออีกไม่กี่วัน บทพิสูจน์จากผลการเสี่ยงทาย ในวันพืชมงคล เมื่อ 13 พฤษภาคม 2558 จะเป็นจริงหรือไม่ วันนี้ลองหวนกลับไปตรวจสอบผลการทำนายพยากรณ์ปีที่แล้วว่าจริงหรือไม่ ปีนี้ถ้าเป็นจริง และมีเค้าว่าน่าจะเป็นจริง ชาวไทยเราโดยเฉพาะเกษตรกร เตรียมการรับมือสภาวะน้ำท่วมไว้หรือยัง ถ้ายัง..นั่งหาวิธีป้องกันพืชผลในพื้นที่การเกษตรของเราให้มีความปลอดภัย ดังปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อเราให้ไว้ “พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน โดยให้ดำรงในเงื่อนไข ความรู้ และคุณธรรม”.

อดุลย์ศักดิ์ ไชยราช