หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

ลำไยปีนี้ อร่อยที่สุดในรอบ 10 ปี

Author by 16/07/14No Comments »

ลำไย          นายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 .เชียงใหม่กล่าวว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ปีนี้อากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้นลำไยสะสมอาหารได้มาก ส่งผลให้ลำไยแทงช่อดอกมากและฝนค่อนข้างดีตลอดปี ทำให้ผลผลิตลำไยได้คุณภาพ ลูกโต รสชาติอร่อย กลิ่นหอม หวานกรอบ เนื้อแน่นและแห้ง ขบเคี้ยวไม่มีน้ำ ผู้บริโภคไม่ควรพลาดโอกาสที่จะลิ้มลองลำไย ผลไม้ที่ทรงคุณค่า

ลำไยผลไม้มงคลและความเชื่อ ลำไย ภาษาจีนแมนดาริน เรียกว่า หลงเหยียน แปลว่าตามังกร ในวัฒนธรรมจีน มังกร ถือว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เชื่อกันว่า ใครฆ่ามังกรแล้วขอดกินเกล็ดมังกร ผู้นั้นจะมีอิทธิฤทธิ์ การได้กินหัวใจ หาง หรือกินดวงตาของมังกรนั้นเป็นการเพิ่มพลังชีวิตอย่างวิเศษ ทำให้คนจีนตั้งแต่สมัยโบราณ จึงถือธรรมเนียมว่าแม้นจะเป็นเศรษฐีหรือยาจก เมื่อถึงฤดูกาลลำไย ต้องกินลำไย(ตามังกร)อย่างน้อย 2 ลูก เพื่อเป็นการเพิ่มพลังชีวิตตลอดปี หลังจากนั้นจะโยนเมล็ดทั้งสองขึ้นไปบนหลังคาเชื่อว่าเป็นการส่งดวงตาของมังกรขึ้นไปเฝ้ามองระแวดระวังเภทภัยที่จะมาก้ำกลายครอบครัว

สรรพคุณทางการแพทย์ ในผลลำไยมีสารออกฤทธิ์ทางในกลุ่มของสารประกอบแทนนิน ชนิดแกลโลแทนนินคือกรดเอลลาจิคในปริมาณที่สูง ซึ่งเป็นสารที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูง และยังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งเป็นกลไกที่เซลล์มะเร็งถูกเร่งให้แก่เร็วขึ้น และตายด้วยตัวเอง โดยไม่มีผลกับเซลล์ปกติ สารสกัดจากเนื้อลำไยอบแห้งหรือเมล็ดลำไยแห้ง มีคุณสมบัติในการเหนี่ยวนำการตายของมะเร็งในลำไส้ใหญ่ และเมล็ดลำไยยังมีสารโพลีฟีนอลคือเอลาจิคและเคอร์ซิทิน สามารถป้องกันการเสื่อมสลายของกระดูกและเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดข้อเข่า ข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบ ช่วยลดการหดตัวของหลอดเลือดที่ถูกกระตุ้นด้วยเนอร์อีพิเนฟริน (norepinephrine) และสารสกัดจากเมล็ดลำไยยังสามารถยับยั้งเชื้อมาเลเรียได้ด้วย

นอกจากนี้ยังพบสารในกลุ่ม lignin  และ polysaccharides ซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง กระตุ้นภูมิคุ้มกันฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และต้านเชื้อรา candida glabrata ด้วย นอกจากนี้ยังพบอีกว่าแทนนินยังมีประโยชน์ในการบรรเทาอาการท้องเสียหรือท้องเดิน โดยแทนนินจะจับกับโปรตีนของเชื้อโรคทำให้เชื้อไม่สามารถทำอันตรายกับร่างกายได้

สรรพคุณลำไย ตามตำราแพทย์แผนโบราณมีการนำเอาส่วนประกอบต่างๆของลำไยมาใช้เป็นยา ได้แก่ ราก ต้มกินแก้เสมหะมาก รากสดต้มกับน้ำตาลกรวด ดื่มแต่น้ำเป็นยากระจายเลือดแก้ช้ำในพลัดตกหกล้ม รากแห้งต้มกับน้ำ ดื่มแก้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย แก้อาการตกขาว ขับพยาธิเส้นด้าย

ใบ มีคุณสมบัติเป็นกลาง รสหวาน จืดเล็กน้อย มีสรรพคุณแก้หวัด มาเลเรีย ริดสีดวง

ดอก สรรพคุณแก้นิ่ว ขับหนองต่างๆ

เปลือกผล มีคุณสมบัติร้อน รสออกหวาน สรรพคุณแก้มึนหัว ทำให้ตาสว่าง ใช้ทาแผลที่โดนน้ำร้อนลวก ช่วยให้ไม่ปวดแผลและไม่เกิดแผลเป็น

เนื้อผลสด มีสรรพคุณร้อน รสออกหวาน สรรพคุณแก้ผอมแห้ง แรงน้อย นอนไม่หลับ ขี้ลืม ใจสั่น บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท บำรุงหัวใจ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ      บำรุงกำลังและรักษาตัวบวมในสตรีหลัง    คลอดบุตร

เมล็ด รสฝาด สรรพคุณแก้ปวด ขับปัสสาวะ ห้ามเลือด รักษาเกลื้อน นำเมล็ดตากแห้งบดเป็นผงใช้ทาภายนอก แก้แผลเน่าเปื่อย คันหรือแผลเรื้อรังที่มีหนอง ช่วยรักษาเกลื้อน ใช้ห้ามเลือด

ตำรับยาจากลำไย แก้หวัด เนื้อลำไย 10-15 กรัมต้มดื่มต่างน้ำชา ยาบำรุง เนื้อลำไยพอประมาณดองเหล้าทิ้งไว้ 10 วัน ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ยาบำรุงเลือด เนื้อลำไย 30 กรัมต่อน้ำตาลกรวด 3 กรัมตุ๋นในภาชนะดินเคลือบดื่มครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ แก้ท้องเสีย นำเนื้อลำไยตากแห้ง 14 เมล็ดและขิงหั่นบางๆต้มให้เดือดและดื่มกิน ขับปัสสาวะ ทุบเมล็ดลำไยให้แตก นำมาต้มดื่มต่างน้ำ อุจจาระเป็นเลือด บดเมล็ดลำไยเป็นผง กินตอนท้องว่าง วันละ 2-3 ครั้ง

กระเพาะอาหารหรือลำๆไส้อักเสบ คั่วเมล็ดลำไยให้แห้ง แล้วบดเป็นผง ชงดื่ม วันละ 15-20 กรัม กลาก นำเมล็ดลำไยบดผสมกับน้ำส้มสายชูพอเป็นแป้งเปียกทาผิวหนังบริเวณที่มีอาการ.

นายกุณฑล เทพจิตรา

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 .เชียงใหม่ โทร.0-5322-1209