หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

“ลำไย” ผลไม้เศรษฐกิจเหนือคาดการณ์ปีนี้ผลผลิตมีน้อย

Author by 13/07/15No Comments »

ลำไย         ลำไยเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล มีพื้นที่เพาะปลูกในประเทศกว่า 1.09 ล้านไร่ ซึ่งแหล่งเพาะปลูกสำคัญร้อยละ 81 ของพื้นที่ที่ให้ผลผลิตอยู่ทางภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา และน่าน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เช่น จันทบุรี และเลย ผลผลิตลำไยของประเทศไทยในแต่ละปีนอกจากนำไปบริโภคภายในประเทศแล้ว ยังมีการส่งออกในลักษณะต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งลำไยสด ลำไยอบแห้ง ลำไยแช่แข็งและผลิตภัณฑ์ลำไย ซึ่งตลาดส่งออกลำไยสดที่สำคัญ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม แคนนาดา มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ส่วนลำไยอบแห้งมีตลาดใหญ่ที่สุด คือ ฮ่องกง และจีน โดยในปี 2557 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออก ลำไยสด 7,934 ล้านบาท ลำไยอบแห้ง 5,510 ล้านบาท ลำไยแช่แข็งและผลิตภัณฑ์ลำไย 608 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 14,052 ล้านบาท

สำหรับปริมาณผลผลิตและราคาลำไยในฤดูกาลของภาคเหนือปี 2558 นี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลต่อปริมาณผลผลิตและราคาลำไยในฤดูกาลของภาคเหนือ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตลำไยในฤดูกาล (เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน) จะลดลงประมาณร้อยละ 30 – 40 เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณผลผลิตในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 เนื่องจาก ปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น อำเภอพร้าว อำเภอสันป่าตอง และอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ หรืออำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกลำไยจำนวนมาก ได้ประสบกับภัยธรรมชาติ อาทิ พายุฤดูร้อน และลูกเห็บในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นต้น ทำให้ต้นลำไยเสียหาย ผลลำไยแตกและร่วง ประกอบกับสาเหตุจากราคาผลผลิตลำไยตกต่ำในปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตลำไยเป็นแบบนอกฤดูกาลตามการส่งเสริมการผลิตลำไยนอกฤดูกาลของหน่วยงานภาครัฐฯ อีกทั้งเกษตรกรบางรายได้ทำการแบ่งพื้นที่เพาะปลูกลำไยของตนส่วนหนึ่งไปปลูกมะม่วง จึงเป็นเหตุให้ผลผลิตลำไยในฤดูกาลของปีนี้มีปริมาณลดลง

ส่วนราคาลำไยในฤดูกาลที่เกษตรกรได้รับ ในปี 2558 นี้ คาดการณ์ว่าจะมีราคาเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ        20 – 30 หรือประมาณ 5 – 10 บาท/กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับราคาผลผลิตลำไยในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 ทั้งแบบมัดช่อ และรูดร่วงในทุกขนาดของผลลำไย เนื่องจาก ปริมาณผลผลิตลำไยในปีนี้มีปริมาณค่อนข้างน้อย

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ ที่ทางศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตรได้รับข้อมูลจากการลงพื้นที่สังเกตและสัมภาษณ์เกษตรกรในพื้นที่ พบว่า ในหลายพื้นที่มีผู้รับซื้อลำไยเป็นจำนวนมากเข้าไปทำการรับซื้อผลผลิตถึงในสวนของเกษตรกร ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปริมาณความต้องการผลผลิตลำไยที่มีมากกว่าปริมาณผลผลิตลำไยในพื้นที่ ส่วนปัญหาเกี่ยวกับลำไยในฤดูของภาคเหนือที่สำคัญและควรเร่งแก้ไขเป็นอันดับแรกยังคงเป็นเรื่องปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บผลผลิตและการคัดลำไยดังเช่นปีที่ผ่านมา เนื่องจากแรงงานไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตลำไยในพื้นที่ ทำให้เกิดปัญหาต้นทุนในการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สูง และจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานดังกล่าวทำให้การขายลำไยแบบมัดช่อที่ได้ราคาสูงกว่าไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากมีค่าจ้างที่สูง มีความเสี่ยงต่อการตรวจสอบขนาดของลำไยจากผู้รับซื้อ และใช้เวลาในการคัดลำไยมากกว่าการขายแบบรูดร่วง ซึ่งหากไม่สามารถเก็บผลผลิตขายได้ทัน อาจทำให้ผลลำไยสุกคาต้นเกิดความเสียหายได้ ปัญหาอันดับสองคือ ปัญหาการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่ที่ไม่มีความเข้มแข็ง ขาดการจัดการที่ดี ทำให้ไม่สามารถกระจายข่าวสารข้อมูลด้านราคา ตลาดแรงงาน และความรู้ด้านการผลิตที่ถูกวิธีเพื่อให้ได้ผลผลิตลำไยที่มีคุณภาพ และจากการสัมภาษณ์ยังพบอีกว่า เกษตรกรในพื้นที่ยังขาดการเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านการผลิตลำไยที่ถูกวิธีจากหน่วยงานภายนอก เช่น มหาวิทยาลัย และ ธ.ก.ส. เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เช่น การตัดแต่งกิ่งลำไย การตัดช่อดอก และการใช้ปุ๋ย/สารเคมี เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ยังเป็นสังคมเกษตรแบบดั้งเดิมคือผลิตเพื่อยังชีพ และยังประกอบอาชีพเสริมอื่นๆ เช่น การปลูกข้าวโพด กะหล่ำปลี หอม กระเทียม เป็นต้น.