หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

ลุ่มน้ำสาละวินแจงผลงานในรอบปี

Author by 18/03/15No Comments »

ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ศูนย์ ฯ ปู่คำห้วยแห้ง          เมื่อเร็วๆนี้ นายศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้อำนวยการสำนักต่างๆนักวิชาการ นักวิจัย ได้เดินทางเพื่อติดตามผลงานภายในพื้นที่รับผิดชอบโครงการ ขยายผลโครงการหลวงลุ่มน้ำสาละวิน ที่โครงการฯ สบเมย บ้านแม่ลามาหลวง อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน สรุปผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา

โครงการขยายผลโครงการหลวงลุ่มน้ำสาละวิน เป็นองค์กรหนึ่งภายใต้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดยมีนายเดชธพล กล่อมจอหอ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ นายภูวไนย ต่ายแต้มทอง นางสาววรรณภา จันทรบุปผา นายพนม ชมสวรรค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ นายสมศักดิ์ สิทธิหาญ นักวิชาการพืชผัก นางสาว อำภา เปี่ยมทองคำ นักวิชาการฝ่ายตลาด พื้นที่ปฏิบัติงานกระจายออกไป 4 ศูนย์ ได้แก่ โครงการขยายผลโครงการหลวงสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นายพินิจ วันนา นายสาโรจน์ ทิพเนตรบังอร นายเฉลิม สถิตอนันต์ นางสาวมัลลิกา ก้อนเกียรติวงศ์ นายพัลลภ ปัญญา โครงการขยายผลโครงการหลวงแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย นายบัญชา สุริยะจิตต์ นางสาวพรพรรณ ทองสุทธิ นายนาวิน จิตอารี นายทองสุข จรุงไทยศิลป์ นายธัชพล เอกนารายณ์ โครงการขยายผลโครงการหลวงแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นางสาว จุฬา เจาะโด  นายศราวุฒิ ทรัพย์ไพรวัลย์ โครงการ ขยายผลโครงการหลวงสบโขง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นางสาวประภาพร แสงศรี นายณฐวัฒน์ ดีคำมา นอกจากนี้พื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน รับผิดชอบพื้นที่โครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ไขปัญหา พื้นที่ปลูกฝิ่น 7 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยฮะ บ้านห้วยแห้ง บ้านผีปานเหนือ บ้านแม่ระมีดหลวง บ้านแม่แฮ บ้านขุนตื่นน้อย บ้านเลอตอ โครงการ รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ในพื้นที่ลำน้ำของ น้ำแม่สะงา น้ำปาย น้ำแม่สะมาด โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้โครงการหลวงและพัฒนาศักยภาพชุมชนบนพื้นที่สูง (ศศช.) ที่บ้านตะพิโจ บ้านเลอผาโด้ บ้านซอแค่วาคี บ้านห้วยมะโหนกคี บ้านแม่หลองใต้ บ้านกองแป บ้านแม่เหลอ บ้านป่าหมาก บ้านห้วยไทร บ้านขุนแม่แลบ บ้านโพซอ บ้านแม่สะปั๋ง และบ้านสบโขง

พื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19,000 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 11,937,000 ไร่ พื้นที่อยู่ใน 3 จังหวัด จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และจังหวัดตาก ลุ่มน้ำมีลักษณะวางตัวแนวเหนือ-ใต้ ลุ่มน้ำสาละวิน แบ่งออกเป็น 17 ลุ่มน้ำสาขา ได้แก่ ลุ่มน้ำของ น้ำแม่เงา น้ำแม่แงะ น้ำแม่ปายตอนล่าง น้ำแม่เมยตอนล่าง น้ำแม่ริด น้ำแม่ลาหลวง น้ำแม่สะมาด น้ำแม่สะเรียง น้ำแม่สาริน น้ำแม่ปายตอนบน น้ำแม่เมยตอนบน แม่น้ำยวมตอนบน แม่น้ำยวมตอนล่าง แม่น้ำสาละวิน ตอนบน ห้วยแม่ละเมา และห้วยแม่สา ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงหรือปกาเกอญอ รองลงมาตามลำดับ ได้แก่ มูเซอหรือลาหู่ ไทยใหญ่ ม้ง ลัวะ หรือละว้า ลีซอ น้อยที่สุดคือคนไทยพื้นราบ จำนวน 1,040 กลุ่มบ้าน 48,950 ครัวเรือน ประชากร 212,425 คน

ผลงานด้านวิจัย ทำการวิจัยเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน ได้แก่ กาแฟอราบิก้า การจัดการธาตุอาหารพืช การพื้นฟูแหล่งอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นที่สูง ผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ชีวภัณฑ์เกษตรและผลิตภัณฑ์สำหรับการปลูกพืชเพื่อลดสารเคมีบนพื้นที่สูง นำไปใช้กับพริกกะเหรี่ยง พืชตระกูลกะหล่ำ มะเขือเทศ เสาวรส การจัดการธาตุอาหารใช้ในการปลูกข้าวไร่ เกษตรกรได้รับผลผลิต 748 กิโลกรัมต่อไร่ การปลูกข้าวโพดเหลี่ยมถั่ว สารชีวภัณฑ์ การเพาะเห็ด ธนาคารอาหาร ถ่านอัดแท่ง การปลูกผักในเรือนโรง การผลิตกาแฟที่มีคุณภาพโดยใช้ระยะชิดทำให้เกษตรกรได้รับผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม เก็บเกี่ยวกาแฟผลสดได้ 490 กิโลกรัมต่อไร่ การจัดการธาตุอาหารพืช ในด้านการตลาดนั้น การตลาด ลุ่มน้ำสาละวินได้วางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ผลผลิตผ่านการรับรองและมีเครื่องหมายปลอดภัยจากสารพิษ กลุ่มพืชหลัก ได้แก่ พริกกะเหรี่ยง มะเขือเทศลูกท้อ พริกหวาน พืชผักทั่วไป เสาวรส และกาแฟอราบิก้า ในภาพรวมแล้วเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน มีรายได้จากพืชไร่มากที่สุด รองลงมาคือพืชผัก ผลผลิตทางการเกษตรส่วนใหญ่มุ่งหวังให้ใช้บริโภคในครัวเรือนก่อนเป็นอันดับแรก ที่เหลือจึงนำไปจำหน่ายในโรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนกินนอนประจำในโรงเรียน ทางโรงเรียนจะได้ไม่ต้องเดินทางออกไปหาซื้อในตลาดเพื่อทำอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านแม่ลามาหลวง โรงเรียนบ้านห้วยน้ำใส โรงเรียนบ้านเลโค๊ะ โรงเรียนบ้านห้วยไชยยงค์ โรงเรียนทียาเพอ   แหล่งจำหน่ายผลผลิตอีกแห่งหนึ่งในท้องถิ่นคือ ศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ บริเวณชายแดนไทย – เมียนม่าร์ จำนวน 2 จุด คือ ศูนย์อพยพผู้ลี้ภัย ฯ บ้านแม่ลาอูน และบ้านแม่ลามา จำหน่ายทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เวลา 06.00-18.00 น. ตลาดรองลงมาคือโรงพยาบาลในพื้นที่ เรือนจำ แม่สะเรียง ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผักที่ปลอดภัย จากสารพิษ พืชสมุนไพรที่พบและทำการต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและบุคคลทั่วไป ได้แก่ เฮาะที ตองหอม เนียง บุก พลู มะเนียงน้ำ รางจืดแดง ตะไคร้ต้น ลิงลาว

การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีการจัดทำขอบเขตที่ดินรายแปลง และบริหารจัดการตามแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยกระบวนการเกษตรกรมีส่วนร่วมของชุมชน 11 หมู่บ้าน ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ด้วยการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง พื้นที่ 450 ไร่ มีการดูแลรักษาป่าแปลงเดิม 490 ไร่ พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กและกระจายแก่เกษตรกรเพื่อใช้อุปโภคและบริโภค จำนวน 9 แห่ง ชุมชนรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   ตั้งคณะ กรรมการและมีระเบียบข้อบังคับในชุมชน จำนวน 9 หมู่บ้าน สนับสนุนการปลูกหญ้าแฝก จำนวน 220,000 กล้า สนับสนุนการปลูกป่าชาวบ้าน 7,500 ต้น เกษตรกร 75 ราย พื้นที่ 75 ไร่ สร้างฝายชะลอน้ำ 35 แห่ง กิจกรรมบวชป่าและบวชสายน้ำตามประเพณีของชนเผ่า

งานด้านสังคม จัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเพื่อส่งเสริมการย้อมผ้าทอมือ จัดหาวิทยากรให้กาฝึกอบรมและหาตลาดแก่สมาชิก จัดตั้งร้านค้าเตรียมการสหกรณ์ รวบรวมผลผลิตกาแฟ เสาวรสรับประทานผลสด พืชผัก และจำหน่ายปัจจัยการผลิตให้แก่สมาชิกในราคาถูกกว่าท้องตลาด สมาชิกไม่ต้องเดินทางลงไปซื้อถึงร้านค้าในพื้นราบ ฯลฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการก่อตั้งเป็นสหกรณ์ในโอกาสต่อไป จำนวน 3 แห่ง ที่บ้านแม่ลามาหลวง อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้านแม่ระเมิง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก บ้านแม่หลองหลวง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งร้านค้าเตรียมการสหรณ์ได้จัดให้มีการรับซื้อขวดสารเคมีที่ใช้แล้ว นำมาแลกเปลี่ยนเป็นสารชีวภัณฑ์เพื่อนำไปใช้ในไร่นา เพื่อเป็นการลดการใช้สารเคมีและไม่ทิ้งขวดสารเคมีไว้ในไร่นาและแหล่งต้นน้ำลำธารอีกด้วย นอกจากนั้นยังได้จัดตั้งกลุ่มเครื่องเงิน กลุ่มทำไม้กวาด กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กลุ่มออมทรัพย์ด้วยกระบอกไม้ไผ่ฯลฯ

ผู้เขียนมีความเห็นว่า ในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน มีพืชสมุนไพร พืชท้องถิ่นที่หาได้ยาก สารชีวภัณฑ์ที่ทำการวิจัยจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีประโยชน์แก่เกษตรกรทั่วไปมากมายหลายชนิด  สามารถนำพืชสมุนไพรไปเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตในระบบอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น เฮาะที นำไปปรุงอาหารทำให้รสชาติให้เอร็ดอร่อย เป็นผงปรุงรสที่ทำจากพืช อีกทั้งผลงานที่ได้ทำการวิจัยสารชีวภัณฑ์หลายชนิด สามารถนำไปใช้ได้กับพืชที่ปลูกในพื้นราบ เช่น สารชีวภัณฑ์ บี 10 บี 15 สารสกัดจากพืช ดี 3 เพื่อกำจัดหนอนแมลงวันผลไม้ ดี 4 ดี12 สารชีวภัณฑ์ป้องกันโรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันโรคโคนเน่ารากเน่าจากเชื้อรา ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคหลังการเก็บเกี่ยวที่เกิดจากเชื้อรา กับดักฟีโรโมนดึงดูดผีเสื้อหนอนไยผัก สารชีวภัณฑ์กำจัดจิ้งหรีดใหญ่ และสารชีวภัณฑ์อีกหลายชนิดที่สามารถนำไปใช้กับพืชผักทุกชนิด มะเขือเทศ พริก เสาวรส พืชผักตระกูลกะหล่ำ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 0-5328-1238-40 หรือ www.hrdi.or.th.

ธงชัย พุ่มพวง