หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

สมุนไพรย่านางคลายร้อน

Author by 16/09/14No Comments »

น้ำย่านาง copy       ย่านาง ชื่อวิทยาศาสตร์นั้นเราจะใช้คำว่า Tiliacora triandra (Colebr.) Diels และ ใบย่านาง ภาษาอังกฤษ เราจะใช้คำว่า Bai-ya-nang (ตรงตัว) โดยภาคกลางบ้านเราจะเรียกว่าเถาย่านางมีลักษณะเป็นต้น เป็นเถาไม้เลื้อย เกี่ยวพันกับไม้อื่น เป็นสมุนไพรไทยที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งมีสรรพคุณมากมายหลายประการ

ใบย่านาง สรรพคุณนั้นมีอยู่มากมายเนื่องจากเป็นสมุนไพรเย็น มีคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ และยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกมากมายเช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน ในปริมาณค่อนข้างสูง โดยเป็นสมุนไพรที่ใครหลายๆคนต่างก็คุ้นเคยกันดี เพราะนิยมนำมาเป็นเครื่องปรุงรสช่วยเพิ่มความกลมกล่อมของอาหาร เช่น แกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ แกงเลียง แกงหวาน เป็นต้น

สรรพคุณใบย่านาง ในตำราสมุนไพรจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะ  มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยและความแก่ชราอย่างได้ผล ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย ช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่างๆในร่างกาย ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกายเป็นสมุนไพรที่ช่วยในการลดความอ้วนได้อย่างเห็นผลและปลอดภัย ช่วยในการเผาผลาญไขมันและนำไปใช้เป็นพลังงาน หากดื่มน้ำใบย่านางเป็นประจำ ก้อนมะเร็งจะฝ่อและเล็กลง ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ช่วยในการบำรุงรักษาตับ และไต ช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ และยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญในช่วงหน้าร้อนนี้  เพราะใบย่านางนี้ เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นเหมาะสำหรับแก้ร้อนในได้ดี

ส่วนน้ำย่านางคลายร้อน วิธีทำน้ำใบย่านาง อย่างแรกคือการเตรียมส่วนประกอบ คือ ใบย่านาง 10-20 ใบ (ตามความเข้มข้นที่ต้องการ) / ใบเตย 3 ใบ / บัวบก 1 กำมือ / หญ้าปักกิ่ง 3-5 ต้น / ใบอ่อนเบญจรงค์ 1 กำมือ / ใบเสลดพังพอน 1 กำมือ / ว่านกาบหอย 5 ใบ (จะใช้หลายอย่างรวมกันก็ได้หรือจะแค่ใบย่านางอย่างเดียวก็ได้ตามแต่สะดวก) นำใบสมุนไพรต่างๆ ที่เตรียมมาตัดให้เป็นชิ้นเล็ก นำใบไปโขลกหรือนำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียดจนเป็นน้ำ (ปั่นประมาณ 30 วินาที เพื่อคงคุณค่าของสมุนไพรให้มากที่สุด)     เสร็จแล้วนำมากรองผ่านผ้าขาวบางหรือกระชอนอีกที

ใบย่านาง copy         คำแนะนำ สำหรับบางคนที่รู้สึกว่ากินยาก เหม็นเขียว กินแล้วรู้ไม่สบายก็สามารถนำน้ำย่านางไปต้มให้เดือดแล้วนำมาดื่มหรือจะผสมกับน้ำสมุนไพรชนิดอื่นๆก็ได้ เช่น ขิง ตะไคร้ ขมิ้น หรือจะผสม กับน้ำมะพร้าว น้ำมะนาว น้ำตาล หรือแม้แต่น้ำเฮลล์บลูบอยก็ได้เช่นกัน แช่เย็นๆ พร้อมเสิร์ฟช่วงบ่าย แค่นี้ก็คลายร้อนได้แล้ว ควรดื่มน้ำย่านางสดๆ ก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง โดยประมาณครึ่งแก้ว 3 ครั้งต่อวัน ควรดื่มแต่พอดี หากดื่มแล้วรู้สึกแพ้ พะอืดพะอม ก็ควรลดความเข้มข้นของสมุนไพรที่ใส่ลงไปให้น้อยลงอีกจนเหมาะสมกับเรา เมื่อทำเสร็จแล้วควรดื่มทันที เพราะถ้าทิ้งไว้นานเกินไปจะเกิดกลิ่นเหม็นเปรี้ยวได้ แต่สามารถนำมาแช่ตู้เย็นได้และควรดื่มภายใน 3 วัน การพึ่งแต่สมุนไพรอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่คำตอบในการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ดังนั้นควรทำอย่างอื่นเสริมไปด้วยจะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรักษามากยิ่งขึ้น.

          แหล่งที่มา : หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน

:ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเชียงราย (พืชสวน)