หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

สวทช.จับมือพันธมิตรภาคเหนือโชว์งานวิจัย ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นตอบโจทย์ชุมชน

Author by 29/02/16No Comments »

thainews180             สวทช.ภาคเหนือ จัดงานประชุมประจำปี 2559 ภายใต้แนวคิด “ร่วมยกระดับสังคมวิทยาศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเหนือ” แสดงถึงบทบาทของ สวทช.ภาคเหนือที่ร่วมกับพันธมิตรในการส่งเสริมการวิจัย พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนให้การสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เทคโนโลยี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนภาคเหนืออย่างแท้จริง พร้อมกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถนำงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ช่วยสร้างรายได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ รวมถึงสามารถใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังดูแลคุณภาพชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง รวมถึงปัญหาหมอกควันจากไฟป่าในภาคเหนือ จากการเข้ามาดูแลพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้เห็นการทำงานของ สวทช.ภาคเหนือที่ทำงานบูรณาการเชิงรุกไปในพื้นที่ โดยเน้นการใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยผสานการมีส่วนร่วมมากทุกภาคส่วน เป็นแรงสนับสนุนผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมในพื้นที่ภาคเหนือ การจัดประชุมในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการบูรณาการต่อยอด เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างยั่งยืนต่อเนื่องและตลอดไป

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล โฆษก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีนโยบาย มุ่งสร้างสมดุลของการพัฒนาประเทศไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและมีการแบ่งปันอย่างทั่วถึง ด้วยการนำนวัตกรรมไปช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อนความเจริญทางเศรษฐกิจนวัตกรรมมายังพื้นที่ภาคเหนือนั้น หน่วยงานและพันธมิตรทุกภาคส่วนในพื้นที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจพัฒนาผลงานวิจัยสู่การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้เกิดการใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหา สู่ก้าวสำคัญในภูมิภาคที่จะนำพาประเทศไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนต่อไป

นางปิยะฉัตร ใคร้วานิช เบอร์ทัน ผู้อำนวยการ สวทช.ภาคเหนือ  กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินงานนั้น สวทช.ภาคเหนือได้ให้การสนับสนุนทุกวิจัยรวมถึงเชื่อมโยงทุนวิจัยพัฒนาและวิศวกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาท้องถิ่น จำนวน 14 โครงการ  การนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการผลิต ภาคบริการ ภาคเกษตรกรรมและภาคสังคมและชุมชน จำนวน 12 ชุดโครงการ ให้การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรมผ่านโครงการ iTAP จำนวน 27 โครงการ กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 3 ค่าย ทั้งนี้จากการสำรวจในปีที่ผ่านมาพบว่ากิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมานี้ได้สร้างมูลค่าการลงทุน รวมถึงผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมทั้งในภาคชุมชนและภาคอุตสาหกรรมกว่า 91 ล้านบาท

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีแนวคิด “ร่วมยกระดับสังคมวิทยาศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเหนือ” จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการร่วมสร้างเครือข่ายวิจัยสำหรับภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และธุรกิจ เพื่อร่วมตอบสนองความต้องการของภาคเหนือด้วยบริการด้านการวิจัยและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสู่ภาคประชาชนและอุตสาหกรรม

ภายในงานประชุมประจำปี 2559 สวทช.ภาคเหนือในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การมอบรางวัลผญาดีศรีล้านนา เพื่อเป็นการยกย่องคุณงามความดี เชิดชูนวัตกรรมชาวบ้าน ที่มีการต่อยอดภูมิปัญญาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้นแบบที่ดีในการขยายผลโดยตัวแทนใน ชุมชน  ผู้ได้รับรางวัลผญาดีศรีล้านนา สาขาเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ นายประณีต จรบุตตะ และนางสาวประทุม สุริยา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ครูประทุม เป็นผู้ริเริ่มหาวิธีการลดการพึ่งพาปัจจัยทางการเกษตรภายนอก คือ แรงงาน ปุ๋ย และสารเคมีทางการเกษตร โดยทำการทดสอบ ทดลอง พิสูจน์ ปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติมาเป็นเกษตรแบบประณีต และครูประณีต ได้สร้างและพัฒนาเครื่องมือทางการเกษตร ด้วยเศษขยะที่หาซื้อได้จากร้านขายของเก่า มาใช้ในกระบวนการเกษตร และการดำรงชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน ทั้ง 2 ได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์เกษตรทฤษฎีใหม่สวนครูประทุม” ณ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตรที่พร้อมถ่ายทอด โดยทีมวิทยากรในชุมชนที่ประสบความสำเร็จในภาคเกษตร และ นายอุดม ธิพันธ์ อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร จากโจทย์ที่ต้องการพัฒนาผลผลิตข้าวให้ได้คุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด ผนวกกับการแข่งขันทางการเกษตรที่สูงขึ้น จึงเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้เกษตรกรหนุ่มจากลำปางต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นนักวิทย์ คิด ทดสอบ ทดลอง จดบันทึก เพื่อหาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีที่สุด เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี พร้อมทั้งยังได้ถ่ายทอดให้กับเพื่อนเกษตรกรในชุมชน จนสามารถรวมกลุ่มผู้ผลิตข้าวไรซ์เบอรี่ในพื้นที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ได้ทั้งหมดกว่า 50 ราย

กิจกรรมการบรรยายและเสวนา นำเสนอกลไกและบริการของ สวทช.สำหรับภาคนักวิจัย ภาคชุมชน และภาคเอกชน และถ่ายทอดแนวคิดประสบการณ์การพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ หัวข้อ “ต่อยอดธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มกับ สวทช. “การผลิตอาหารหมักต้นทุนต่ำจากเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร” “การสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทคโนโลยีพลังงานชีวมวล” “การสร้างข้อมูลวัฒนธรรมท้องถิ่น สำหรับสังคมดิจิทัล”  “การปลูกข้าวหรือพืชทางเลือกภายใต้วิกฤตน้ำแล้ง” เป็นต้น

นิทรรศการเปิดบ้านเทคโนโลยี สวทช.ภาคเหนือ การคัดสรรเทคโนโลยีจากงานวิจัยกว่า 30 ชิ้นงาน ที่พิสูจน์แล้วว่านำมาใช้แก้ปัญหาในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีการแสดงผลงานจากเยาวชนค่าวิทยาศาสตร์ การจำหน่ายสินค้า และหนังสือจากการวิจัยและพัฒนาผ่านกิจกรรมศูนย์หนังสือสัญจรและตลาดชาววิทย์.