หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์เตือนอย่าเผาเศษวัสดุก่อเกิดมลพิษ

Author by 17/02/15No Comments »

thainews180       ในระยะนี้ เช่นหลายปีที่ผ่านมา ภาคเหนือหลายจังหวัดมักประสบปัญหาภัยอันตรายจากหมอกควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ของไฟป่า การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และฝุ่นละออง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในอ้อมโอบของภูเขาสูง ประชากรเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคตาอักเสบ มะเร็งปอด และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ห่วงปัญหาจะ ลุกลามมาถึงตัวเกษตรกร ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งเตือนเกษตรกรขอให้งดเว้นการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และเผาป่าเพื่อทำไร่ เพราะจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องภูมิอากาศ เกิดปัญหาหมอกควันไฟปกคลุมพื้นที่ ซึ่งตามประวัติพบว่า ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา จะพบความหนาแน่นของหมอกควันและฝุ่นละอองในอากาศของจังหวัดในภาคเหนือ ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากไฟป่า การเผาป่าทำไร่เลื่อนลอย การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ ใบหญ้า ซังข้าวโพด ฟางข้าว ฯลฯ ปี 2555 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 วัดค่าความหนาแน่นของหมอกควันละอองฝุ่นในอากาศได้กว่า 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือ วันที่ 10 มีนาคม 2555 ถึง 1 เมษายน 2555 วัดค่าได้หนาแน่นมากที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้ 437.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ยังไม่พบปัญหาดังกล่าว แต่คาดว่าอาจจะประสบปัญหานี้ได้ ถ้าเกษตรกรและประชาชนไม่ช่วยกันป้องกัน โดยการระงับการเผาต่างๆ โดยเฉพาะเศษวัสดุเหลือจากการเกษตรหลายอย่าง ซึ่งเกิดจากการเร่งรัดการผลิตให้ทันฤดูกาล และเริ่มจะมีการเผาวัสดุต่างๆมากขึ้น อาทิ ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด นาข้าว รวมทั้งการไถถางเปิดที่ทำการเกษตรใหม่

จากสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟปกคลุมพื้นที่ต่างๆของภาคเหนือ สาเหตุเกิดจากไฟป่า การเผาป่า การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และหมอกควันข้ามแดน ซึ่งพัดเข้าปกคลุมพื้นที่ มาจากหลายที่ ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน คนที่อยู่กลางที่โล่งนานๆ จะมีอาการแสบตา ตาแดง น้ำตาไหล คอแห้ง ระคายคอ หายใจติดขัด เหนื่อยง่าย และแน่นหน้าอก ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ประสบภัยจากหมอกควันไฟ เพียงพบฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอน จะพบผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปี ที่จังหวัดเชียงใหม่จะมีอัตราการเกิดโรคสูงกว่าอเมริกา 3-6 เท่า และสูงกว่ากรุงเทพฯ เป็นโรค 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด 23,000 ราย, โรคทางเดินหายใจ 24,000 ราย, กลุ่มโรคตาอักเสบ 2,200 ราย และกลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ 2,600 ราย ซึ่งอันตรายจากปัญหาหมอกควันจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงควรช่วยกันระวัง ระงับการก่อให้เกิดหมอกควันโดยการงดการเผาต่างๆ         ในระดับอาเซียนได้มี “ข้อตกลงอาเซียนว่า  ด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน”           ซึ่งประเทศไทยเป็น 1 ใน 9 ประเทศที่ได้มีการลงนามให้สัตยาบันในความตกลงนี้         ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 25พฤศจิกายน 2546 ประชาชนคนไทยควรตระหนักและปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว เพื่อประชาชนคนไทยด้วยกันและเพื่อนบ้านประเทศต่างๆด้วย.