หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

องุ่นกระถาง ผลงานวิจัย ม.แม่โจ้

Author by 2/04/16No Comments »

12804702_841407186004409_55      ปัจจุบันมีการรณรงค์เรื่องการให้ของขวัญของฝากสำหรับงานสำคัญต่างๆ เช่น งานวันคล้ายวันเกิดงานขึ้นบ้านใหม่ งานปีใหม่ งานฉลองการรับตำแหน่งใหม่ และอื่นๆ โดยปราศจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ซึ่งการผลิตองุ่นให้ติดผลในกระถางเป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์ ทรงคุณค่า และมีความภูมิใจทั้งผู้ให้และผู้รับ   นอกจากนี้การปลูกองุ่นในกระถางให้มีผลผลิตพร้อมจำหน่ายเป็นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้มีราคาที่สูงขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้การผลิตองุ่นในกระถางผู้ผลิตจะต้องรู้จักวิธีที่จะบังคับให้องุ่นออกดอกและติดผลในกระถางขนาดต่างๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะของงานในการจัดวางเพื่อตกแต่งหรือประดับสำนักงาน จัดสวน จัดวางบนโต๊ะทำงาน หรือแม้แต่ตบแต่งภายในอาคารบ้านเรือน

มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นการพัฒนางานวิจัยการเรียนการสอนและพัฒนาทักษะขบวนการคิด จึงนำทักษะจากการเรียนรู้ทั้งในด้านการขยายพันธุ์พืช การจัดการผลผลิต มาบูรณาการร่วมกับการพัฒนาเทคนิคต่างๆและสามารถนำความรู้ที่ได้มาปฏิบัติ ดังนั้น ทางสาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงนำองุ่นมาทดลองปลูกในพื้นที่ราบ ซึ่งพบว่าได้ผลผลิตมากและมีคุณภาพที่ดี

สำหรับโครงการ   “การผลิตองุ่นกระถาง” จัดทำโดย  ดร. ชินพันธ์ ธนารุจ สาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้    มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากองุ่นกระถางให้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่นเป็นของที่ระลึกในการประดับและตกแต่งสถานที่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาและวิจัยของนักเรียน นักศึกษา เผยแพร่ความรู้ วิทยาการต่างๆสู่เกษตรกร ตลอดจนผู้ที่สนใจในการผลิตองุ่นกระถาง ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโครงการโดย โครงการวิชาการ สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

ดร.ชินพันธ์ ธนารุจ กล่าวว่า “จากการทดลองปลูกองุ่นบนที่สูงได้ผลดี แต่เมื่อเกษตรกรที่อยู่พื้นที่ราบต้องการปลูก ยังมีปัญหาเรื่องความไม่มั่นใจว่าสามารถปลูกได้หรือไม่ จึงได้ทำแปลงทดลองที่สาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปี 2554 โดยได้นำยอดพันธุ์มาต่อกับต้นตอเดิมที่มีอยู่แล้ว อายุประมาณ 5 ปี (ระยะปลูก 1×4 เมตร) ซึ่งพันธุ์ที่นำมาทดลอง ได้แก่พันธุ์ บิวตี้ซีดเลสส์, เฟลมซีดเลสส์, เพอร์เร็ท, เคียวโฮะ, พลานอร่าและองุ่นทำไวน์ อีก 2 สายพันธุ์ รวม 8 สายพันธุ์โดยมีการจัดการกิ่งและตัดแต่งกิ่งแบบที่ให้ผลผลิตเรียงเป็นระเบียบคล้ายกับก้างปลา จึงเรียกวิธีการจัดกิ่งแบบก้างปลา ซึ่งมีผลทำให้องุ่นออกดอก ติดผล และคุณภาพดี”

ภายหลังจากทดสอบปรากฏว่าองุ่นสามารถให้ผลผลิตได้ดี ถึงแม้ว่าปลูกในพื้นที่ราบ เมื่อนำเทคนิคการจัดการกิ่งแบบประณีตเข้ามาใช้ ทำให้สามารถผลิตองุ่นได้ดีขึ้นทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ องุ่นที่ปลูกเน้นขึ้นค้างเพื่อการจัดกิ่งบนค้างให้ง่ายต่อการตัดแต่งกิ่งและการดูแลรักษาโดยจัดกิ่งรูปตัวเอช (H) ซึ่งต่างจากระบบที่ทำกันทั่วไปแบบรูปตัวเอ็กซ์ (X) และทำให้ผลผลิตต่อต้นสูงและสม่ำเสมอในทุกๆปี โดยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2 ครั้ง ต่อปี รวมถึงย่นระยะเวลาตั้งแต่ปลูกถึงเก็บเกี่ยวสั้นลงโดยใช้ต้นตอที่แข็งแรงและปลอดโรค ตลอดจนลดการใช้สารเคมีป้องกันโรคและแมลง โดยการสร้างโรงเรือนพลาสติกป้องกันหมอกและฝน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดและแพร่ระบาดของโรค และเพิ่มความหวานให้สูงขึ้นในช่วงผลผลิตออกในฤดูฝนโดยใช้ต้นตอที่มีระบบรากที่ไม่แข็งแรงมาก ดร.ชินพันธ์ กล่าว

ด้าน นางสาวอัญชลี ทองอยู่ ผู้สาธิตการผลิตองุ่นกระถาง กล่าวถึงวิธีการปลูกองุ่นว่า “เริ่มต้นด้วยการเลี้ยงต้นตอตั้งแต่ต้นเล็ก (ต้นตอที่ได้จากการตอนหรือการปักชำกิ่ง) ในถุงปลูกขนาด 8 คูณ 10 นิ้ว โดยมีการเตรียมวัสดุปลูก ปุ๋ยหมัก ถ่านแกลบ แกลบดิบหรือเปลือกถั่วลิสงบด ดิน อย่างละ 1 ส่วน เลี้ยงต้นตอให้สูง 25 – 40 ซม. ในโรงเรือนพลาสติกจะลดกาเกิดโรค จากนั้นนำยอดพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตง่ายและดก โดยตัดตาที่สมบูรณ์ 2 ตา มาต่อยอดและพันรอยแผลให้แน่นบริเวณตา และใช้พาราฟิล์มพันบริเวณตา เพื่อกันการตายน้ำและให้ยอดสามารถแตกออกมาเองได้ใน 2 -3 สัปดาห์ แล้วยอดใหม่จะเริ่มแตกยอดออกมาและมีดอก สามารถไว้ดอกได้และให้ผลผลิตได้เลย โดยเลี้ยงยอดให้เจริญได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้มีจำนวนใบมากเพียงพอต่อการเลี้ยงผลให้สมบูรณ์ ช่วงนี้ให้ปุ๋ยสูตร 15 -15 -15 ประมาณ 3 กรัม / ต้น ทุกๆเดือน จนกระทั่งผลเปลี่ยนสี ทั้งนี้กรณีที่ไม่ออกดอก ให้ใช้ปุ๋ย 8 – 24 -24 ประมาณ 3 กรัม / ต้น ห่างกัน 7 วัน 2 ครั้ง เมื่อกิ่งเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ให้งดน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นตัดแต่งโดยตัดยอดให้เหลือตาที่ 5 – 8 ของกิ่ง พันธุ์ดีที่เปลี่ยนยอด ประมาณ 3 สัปดาห์ ตาใหม่จะแตกออกมาพร้อมกับดอก เมื่อได้ต้นหรือดอกแล้ว ให้เลี้ยงจนกระทั่งผลเปลี่ยนสี จากสีเขียวเป็นสีชมพู (ประมาณ 2 เดือน หลังจากออกดอก) ให้นำไปปลูกลงในกระถางและจัดกิ่งบนค้างให้มีความสูงของค้างตามต้องการ เช่น ค้างรูปวงกลมหรือค้างรูปหัวใจ โดยปลูกด้วยวัสดุปลูกแบบเดิม จากนั้นยืดกิ่งให้ติดกับค้าง และรดน้ำให้ชุ่มพร้อมใส่ปุ๋ยละลายน้ำ และนำต้นองุ่นกระถางพักต้นในโรงเรียนพลาสติก 1 สัปดาห์ กันนกและแมลงศัตรู เพื่อให้ต้นฟื้นตัว จากนั้นนำมาห่อด้วยกระดาษหรือผ้าห่อของขวัญและติดโบว์ พร้อมเป็นของฝากหรือจำหน่ายได้

ทั้งนี้ ดร.ชินพันธ์ ธนารุจ กล่าวถึงผลการดำเนินงานว่า “สามารถฝึกนักศึกษาทั้งปริญญาโทและปริญญาตรี ทำองุ่นกระถางจำหน่วยได้ และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง นอกจากนี้มีจำนวนผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 500 คน ผู้เข้ารับบริการมีความรู้และเข้าใจเพิ่มขึ้น มีความพึงพอใจวิชาการและวิชาชีพ   นำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งบรรลุตามวัตถุประสงค์ 100 เปอร์เซ็นต์ ด้านประโยชน์ของการให้บริการทางด้านวิชาการต่อสังคม พบว่ามีผู้สนใจ ได้แก่นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจ หน่วยงานต่างๆ ภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวต่างๆ ให้ความสนใจและเข้ารับบริการเยี่ยมชมฐานเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สนใจการผลิตองุ่นในกระถางและมีความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาเป็นของฝากในช่วงเทศกาลต่างๆ”

สำหรับผู้ที่สนใจเทคนิคการผลิตองุ่นในกระถาง เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตองุ่น สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ดร. ชินพันธ์ ธนารุจ โทร 089 – 264 – 2853 หรือ 083-863-4458 และคณะ ผลิตกรรมการเกษตร    มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 0 – 5387-3618-9.

อ้างอิง : เอกสารจากงานบริการวิชาการและงานวิจัย  คณะผลิตกรรมการเกษตร

มหาวิทยาลัยแม่โจ้

เรียบเรียง :  นางสาววรดา มาขุมเหล็ก

(นักศึกษาฝึกประสบการณ์

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)