หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

เกษตรจังหวัดเชียงราย เน้นกลยุทธ์ “ปุ๋ยสั่งตัด” เพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างยั่งยืน

Author by 29/10/14No Comments »

ปุ๋ยสั่งตัด    ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น ร้อยละ 47 จากปริมาณ 3.80 ล้านตัน ในปี 2551 เพิ่มขึ้นเป็น 5.58 ล้านตัน ในปี 2555 โดยต้นทุนการผลิตในส่วนของปุ๋ย เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 23 แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เรื่องดิน และการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง ซึ่งการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง ต้นพืชอ่อนแอ ต้องใช้สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงเพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นอันตรายต่อเกษตรกร และเกิดการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม ในขณะเดียวกันการใช้ปุ๋ยไม่เพียงพอกับความต้องการธาตุอาหารพืช ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ ดินเสื่อมโทรม

การส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมี โดยใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องแนะนำให้มีการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งเป็นการนำค่าวิเคราะห์ธาตุอาหารหลัก (N, P และ K) ในดินที่เป็นปัจจุบันมากำหนดคำแนะนำปุ๋ย ที่สอดคล้องกับความต้องการธาตุอาหารของพืช หรือการใช้ปุ๋ยสั่งตัดซึ่งเป็นคำแนะนำปุ๋ยเคมี ที่นำข้อมูลชุดดิน ค่าวิเคราะห์ธาตุอาหารหลักในดินปัจจุบัน รวมทั้งปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของพืช ได้แก่ พันธุ์พืช แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน มาร่วมกำหนดคำแนะนำการใช้ปุ๋ย โดยปัจจุบันมีคำแนะนำการใช้ปุ๋ยสั่งตัดเฉพาะในนาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยที่ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยเคมีในกระบวนการผลิตพืชของเกษตรกรไทย จึงมีโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนการผลิต ปี 2557 – 58  (ปุ๋ยสั่งตัด) โดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ที่บริหารโดยกลุ่มเกษตรกร เพื่อยกระดับความรู้ด้านดินและปุ๋ยให้แก่เกษตรกร สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมี และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต และลดการใช้สารเคมี อีกทั้งเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเกษตรกรให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เมื่อเปิดประเทศสู่ข้อตกลงเขตการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียน ในปี 2558

“ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน”  ที่บริหารจัดการโดยกลุ่มเกษตรกร มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านดินและปุ๋ยให้แก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต โดยการใช้ปุ๋ยเคมี และเพื่อให้เกิดการขยายผลการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนการผลิตได้อย่างยั่งยืน โดยมีรูปแบบการดำเนินงานคือให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน โดยใช้ชุดตรวจสอบ N P K ในดินแบบรวดเร็ว (Soil test kit) ทำให้ทราบผลการวิเคราะห์ภายใน 30 นาที นำผลการวิเคราะห์เข้าสู่ระบบวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ทราบว่าดินของเกษตรกรขาดปุ๋ยชนิดใด แล้วให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ย รวมทั้งจัดหาแม่ปุ๋ย        มาจำหน่ายเพื่อให้เกษตรกรนำมาผสมใช้      เองตามคำแนะนำ ซึ่งจะทำให้การส่งเสริมและขยายผลการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต       มีโอกาสประสบความสำเร็จได้อย่างอย่างยั่ง  ยืน

นายสุเทพ ทิพย์รัตน์ เกษตรจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีการเพาะปลูกพืชที่มีความหลากหลาย เช่นข้าวนาปี นาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง พืชไร่ ยางพารา ลำไย ลิ้นจี่ ชา กาแฟ สับปะรด เป็นต้น แต่เกษตรกรส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำนาปี เป็นหลัก ดังนั้นจังหวัดเชียงราย จึงได้พิจารณาคัดเลือกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนต้นแบบ โดยเน้นที่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นหลัก สำหรับการเตรียมการในปีงบประมาณ 2557 นี้ จังหวัดเชียงรายได้รับมอบหมายให้จัดตั้งศูนย์ฯ ต้นแบบของจังหวัดเชียงราย จำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่

1. ศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลดอยลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

2. ศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านราษฎร์เจริญ อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย

เหตุผลที่จังหวัดเชียงรายคัดเลือก ทั้งสองศูนย์ฯ เป็นศูนย์ต้นแบบ ก็เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและความเข้มแข็ง มีเงินทุนหมุนเวียนที่เกิดจากการดำเนินกิจการของกลุ่ม และสามารถระดมหุ้นในกลุ่มได้มากเพียงพอที่จะบริหารจัดการหาแม่ปุ๋ยมาจำหน่ายให้สมาชิกได้ นอกจากนี้ผู้นำกลุ่มและสมาชิกลุ่มมีความพร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงในการขยายผลไปสู่กลุ่มเกษตรกรที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนในอนาคตต่อไป

นายสุเทพ ทิพย์รัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อลดต้นทุนการผลิต ปี 2557-58 (ปุ๋ยสั่งตัด) ของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะนี้กลุ่มอารักขาขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายได้เข้าไปดำเนินการประชุมชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานให้คณะกรรมการและสมาชิกศูนย์ได้รับทราบประโยชน์ของโครงการ และแนวทางการดำเนินงานในการจัดตั้งเป็นศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และหารือแนวทางการดำเนินงาน เรื่องการระดมทุน และจัดหาแหล่งทุนเพื่อการจัดหาแม่ปุ๋ยมาบริการจำหน่ายให้สมาชิก การกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่ม การวางแผนการดำเนินงานการให้บริการถ่ายทอดความรู้ด้านดินและปุ๋ย เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือ การสนับสนุนให้มีการคัดเลือกสมาชิกของศูนย์เป็นทีมชุดปฎิบัติการ วิเคราะห์ดินของศูนย์ เพื่อออกบริการตรวจวิเคราะห์ดินให้สมาชิกและชุมชน  และดำเนินการจัดทำแปลงเรียนรู้ จุดสาธิต เพื่อให้เป็นต้นแบบที่สมบูรณ์ พร้อมที่จะขยายผลไปสู่กลุ่มเกษตรกรที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน 18 อำเภอ 18 ศูนย์ฯ ในปี 2558.

ฝ่ายประชาสัมพันธ์

สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย