หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

เกษตรชม.เตือนปลายฝนต้นหนาว ระวังโรคไหม้

Author by 9/11/14No Comments »

โรคไหม้คอรวง2        ในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้สภาพอากาศมีความชื้นและอุณหภูมิไม่สูงเหมาะกับการเจริญเติบโตของโรคข้าวและมักจะพบบ่อยในนาข้าวแบบนาหว่านน้ำตม ที่ข้าวโตขึ้นมาหนาแน่นเต็มผืนนาจนอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เชื้อราพวกนี้จะชอบมากเป็นพิเศษเพราะช่วยให้มันขยายพันธุ์เชื้อชั่วได้เร็ว ตอนนี้เป็นระยะที่ข้าวออกรวงแก่ใกล้เวลาเก็บเกี่ยว ปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ เชื้อราตัวนี้จะเข้าไปทำให้คอรวงข้าวปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาล ที่เรียกกันว่าโรคเน่าคอรวงเพราะทำให้คอรวงข้าวแห้งกรอบเปราะหักร่วงหล่นลงดินกันยกรวง ชาวนาเก็บเก็บเกี่ยวไม่ได้ผลจะขาดทุน

นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่  กล่าวว่า ลักษณะอาการของโรคใบไหม้ที่เกษตรกรสามารถจะสังเกตได้ที่ใบจะพบจุดช้ำน้ำในระยะแรกเริ่ม ต่อมาจะพบแผลเป็นจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตาตรงกลางแผลมีสีเทาแผลขนาดต่างๆ กัน  จุดแผลจะขยายติดต่อลุกลามได้ทั่วบริเวณใบ

สาเหตุที่ทำให้การระบาดรุนแรง คือ เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105  ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีความอ่อนแอต่อโรคไหม้มาก   มีการหว่านปุ๋ยชีวภาพ หรือปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียในอัตราสูง   สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคคือช่วงที่มีเมฆปกคลุมเป็น ระยะเวลายาวนานติดต่อกันหลายวัน มีฝนตกปรอยๆ เป็นประจำ ใบข้าวเปียกนานมากกว่า 10 ชม. อุณหภูมิกลางคืนค่อนข้างเย็น (20-30o ซ.) โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวที่ ไม่มีน้ำท่วมขัง ทำให้มีโอกาสเกิดน้ำค้างในช่วงกลางคืนเป็นระยะเวลายาวนาน

เกษตรจังหวัดเชียงใหม่  แนะนำว่า  ถ้าพบการระบาดของโรคไหม้(เน่าคอรวง) ให้ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เพื่อป้องกันหรือหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น คาซูกาไมซิน อีดิเฟนฟอส ไตรไซคลาโซล ไอโซโพรไทโอเลน คาร์เบนดาซิม ตามอัตราที่ระบุ และในแปลงที่ระบาดรุนแรง คือมีอาการของโรคไหม้มากถึง 50% ของแปลงนาข้าว ให้ทำการเผาทำลาย

หากเกษตรกรท่านใดมีข้อสงสัย ต้องการปรึกษาและขอคำแนะนำ ติดต่อได้ที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โทร.0-5311-2478-9 ต่อ 15 หรือ โทรสาร 0-5311-2481.

เสกสรร บัลลังก์ งานอารักขาพืช/ข้อมูล

ณัฐธยาน์ ศรีสุวรรณ/เรียบเรียง

สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่