หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

เกษตรแปลงใหญ่ขยายฐาน หนุนเชียงใหม่ปลูกถั่วเหลือง

Author by 28/01/17No Comments »

    รายงานพิเศษ 112      นอกจากการปลูกข้าว อาชีพหลักของเกษตรกรแล้ว นักวิชาการเกษตรระบุว่า พืชฤดูที่สองในพื้นที่เดียวกัน ควรจะเป็นพืชอื่น ที่เหมาะสมกับสภาพดิน ฟ้า อากาศ น้ำ การตลาด และความชำนาญของเกษตรกรในพื้นที่แต่ละแห่ง มีการนำเสนอกันมานานแล้วว่า หลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว เกษตรกรควรปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยมิใช่ข้าว ในภาคเหนือจึงหันมาปลูกกระเทียม หอมหัวใหญ่ ถั่วเหลือง และพืชผักอื่นๆ   

แต่ปัญหามีว่า ปลูกแล้วจะขายได้ราคาหรือไม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีคำตอบครึ่งหนึ่งว่า ขายได้ราคาคุ้มทุนแน่นอน แต่ต้องเข้าสู่ระบบเกษตรแปลงใหญ่ หมายถึงการรวมพื้นที่นาใครนามันมาปลูกพืชชนิดเดียวกันตามโครงการฯ ที่รัฐบาลสนับสนุนปัจจัยการผลิต ตลอดถึงสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด จึงเป็นที่มาของเกษตรแปลงใหญ่ ตามนโยบายประชารัฐที่เชิญผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุน ชี้แนะด้านการตลาดให้ว่า ปลูกแล้วได้ขาย และได้ราคาดีแน่นอน

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าการดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ผ่านระบบสหกรณ์ในปีนี้ จะขยายพื้นที่แปลงใหญ่เพิ่มอีก 400 แปลง จากเดิมที่มีอยู่ 600 แปลง รวมเป็น 1,000 แปลง ครอบคลุมสินค้าทั้งหมด 9 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วยข้าว พืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น ผัก-สมุนไพร ประมง ปศุสัตว์ ไม้ดอกไม้ประดับ หม่อนไหม พื้นที่ประมาณ 5,000,000 ไร่ เพิ่มขึ้นปีละ 450,000 ไร่ และในระยะต่อไป กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเร่งผลักดันให้สหกรณ์ภาคการเกษตรที่มีความพร้อมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เข้าสู่ระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ทั้งหมดด้วย

รายงานพิเศษ114         นางสุมิตรา อภิชัย สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตามนโยบายกระทรวงเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันของสินค้า ซึ่งการดำเนินโครงการต้องอาศัยการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ระบบสหกรณ์ในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน ให้เกิดประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มอำนาจต่อรองให้แก่เกษตรกร ซึ่งดำเนินการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ให้เห็นผลสำเร็จแล้ว คือ โครงการเกษจรนาแปลงใหญ่ อ.พร้าว แต่หลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว กำลังจะส่งเสริมให้มีการปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อย โดยเฉพาะถั่วเหลือง ซึ่งสหกรณ์การเกษตรแม่ริม จำกัด เป็นเจ้าภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าไทย และหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่กี่วันก่อนนี้ นายชัชร์สุเป็งประธานสหกรณ์การเกษตรแม่ริม จำกัด นายวัฒนานิยมสูตรผู้จัดการฯก็มุ่งขยายอาคารสถานที่เพื่อรองรับไว้แล้ว

นายจำรูญวิทย์ จันนรานนท์ ผอ.กลุ่มงานธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทีมงานส่งเสริมธุรกิจสหกรณ์ภายใต้การนำของนางสุมิตรา อภิชัย ได้ให้การสนับสนุนโครงการปลูกพืชฤดูใหม่ที่ใช้น้ำน้อย ด้วยการปลูกถั่วเหลือง ซึ่งยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมาก ปัจจุบันเราต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ราคาภายในกลับสูงขึ้น จึงต้องหาความร่วมมือและวิธีการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งก็ได้นำนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์มาดำเนินการ โดยเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเชื่อมโยงการผลิต และการตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลือง เพื่อรับทราบปัญหาด้านการผลิต การจัดการผลผลิต และการเชื่อมโยงการตลาดของสมาชิกสหกรณ์ สถาบันสหกรณ์ กลุ่มผู้ใช้เมล็ดพันธุ์ ทั้งภาคราชการ และเอกชนมาร่วมกันกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาการผลิต และการตลาดให้เกิดเป็นรูปธรรม

การประชุมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากนายอำนวย ทับเลื่อน ผอ.การนิคมแม่แตง พร้อมทั้งสหกรณ์นิคมแม่แตง จำกัด ที่น่าดีใจคือมีผู้แทนเกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ หน่วยงานราชการ บริษัทกรีนสปอต จำกัด นิคมอุตสาหกรรมหนองแค สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว เลขาคณะทำงานร่วมพลังประชารัฐเอกชนผู้สนับสนุนโครงการผลิตข้าวและถั่วเหลือง เป็นต้นเข้าร่วมประชุมที่สหกรณ์นิคมแม่แตง จำกัด โดยได้ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ ปัญหาการผลิต การรวบรวมผลผลิต การบริหารจัดการกลุ่มเครือข่ายผู้ผลิต และใช้เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง การบริหารด้านการตลาด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิต การเพิ่มผลผลิตหรือลดต้นทุน การเพิ่มคุณภาพการผลิต และ     ลงพื้นที่ชมแปลงต้นแบบการปลูกถั่วเหลืองหลังนา (ประชารัฐ)ในพื้นที่แม่แตง และแม่ริมโดยบูรณาการภาครัฐและเอกชน

รายงานพิเศษ 1   นายวรวัฒน์ ศรียุกต์ ผอ.ด้านบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน บ.น้ำตาลมิตรผล จก.ตัวแทนคณะทำงานด้านการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ ที่นายอิสระ ว่องกุศลกิจ บมจ.น้ำตาลมิตรผลเป็นหัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน โดย ผ.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์แต่งตั้ง เดินทางมาร่วมประชุม และให้ความเห็นในครั้งนี้ว่า คณะทำงานภาคเอกชนที่มีนายอิสระเข้ามาร่วมทำงานได้เข้ามาช่วยงานประชารัฐอย่างเต็มที่ ครั้งนี้ได้นำประเด็นเรื่องการปลูกพืชหลังข้าวนาปี คือการปลูกถั่วเหลืองในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสหกรณ์การเกษตร และสหกรณ์นิคมต่างๆ มีความรู้ความชำนาญอยู่แล้วในด้านการผลิต แต่ปัญหาด้านการตลาดยังมีอยู่ คณะทำงานภาคเอกชนประชารัฐจึงเข้ามาช่วยเสริม และให้ความมั่นใจว่า เมื่อผลิตแล้วจะสามารถจำหน่ายได้ในราคานำตลาด เช่นที่สหกรณ์นิคมแม่แตง จำกัด สหกรณ์นิคมพร้าว จำกัด พร้อมจะร่วมมือกับโครงการ ถือว่าเป็นลู่ทางที่ดี คือ ลดต้นทุนการผลิตเพราะทำแบบแปลงใหญ่ และลดปัญหาการตลาด มีผู้รับซื้อแน่นอน

ทางด้าน นายนิกร ทะกลกิจ ประธานสหกรณ์การเกษตร   พร้าว จำกัด กล่าวสนับสนุนว่า เป็นโครงการที่ดีที่ควรจะร่วมมือ เพราะการรวมตัวทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ สามารถลดต้นทุนในการผลิตได้ และที่สำคัญรัฐยังให้สินเชื่อโครงการแปลงใหญ่ละ 10 ล้านบาท โดยมีดอกเบี้ยต่ำที่สุด เรียกว่ามือเปล่าก็ทำได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางราชการทุกฝ่ายจะต้องหันมาส่งเสริมอย่างจริงจัง ทั้งกรมวิชาการเกษตร พัฒนาที่ดิน และภาตเอกชนที่จะมารับซื้อผลผลิตในราคานำตลาด.

บุณย์ มหาฤทธิ์/รายงาน

 

100 Total Views 2 Views Today




อัตราค่าโฆษณา


ผู้ปิดทองหลังพระ


childthainews.net


cmmet.tmd.go.th


kadsuankaew.co.th


presscouncil.or.th


สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย