หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

เพกาผักเป็นยาไทยจะไม่มีวันสูญหาย

Author by 31/07/14No Comments »

 OLYMPUS DIGITAL CAMERA         ระยะที่เข้าสู่ฤดูฝน บรรดาต้นไม้ต่าง  ก็จะเจริญเติบโต   ให้ดอกผลกันอย่าง     สะพรั่ง  ยิ่งช่วงที่ผ่านฝนมาระยะหนึ่งแล้ว              ต้นหมากรากไม้แข่งกันให้ผลผลิต  ไม้ผลก็เยอะมากมายหลายอย่าง พืชไร่ก็กำลังแตกหน่อแตกกอ  ให้ผล  พืชผักก็ให้ผลกันมากมาย  มะนาวเครื่องครัวประจำบ้านจากที่อัตคัดขัดสนจนต้องใช้ความเปรี้ยวอย่างอื่นทดแทน  ก็มีออกมาเยอะกระหน่ำหนำใจ  ผักหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นพริก มะเขือ ข่า  ตะไคร้ มะกรูด  มะนาว  ร้อยแปดอย่างแข่งกันให้ลูกให้ผล

ผักพื้นบ้าน ได้จัดให้อยู่ในหมวดอาหารของคนไทย หลายชนิดกลายเป็นผักพื้นบ้านเศรษฐกิจทำเงินไปแล้ว เช่น หน่อไม้ ผักหวานป่า เห็ดเผาะ (เห็ดถอบ) เห็ดโคน ผักสะระแหน่ ก็ยังมีผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งซึ่งนับได้ว่า เป็นพืชเก่าแก่ที่คนไทยทั่วทุกภาครู้จักมักคุ้น  รู้จักใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ รวมทั้งรู้จักนำมากินเป็นอาหาร เมื่อก่อนเรียกว่าเป็นพืชพื้นๆ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีวางขายตามท้องตลาด แต่คงยังไม่ขึ้นห้างสรรพสินค้า ก็ไม่แน่สักวันถ้ามีคนนิยมกันเยอะมากๆ คงจะมีใครนำขึ้นห้างแน่ๆ แต่ตอนนี้ขึ้นห้างนาไปก่อนนะ …. “เพกา”

“เพกา” ผักเป็นยาไทยที่จะไม่มีวัน  สูญหาย หลายๆท่านคงยังไม่รู้จัก แต่หลายคนรักที่จะกินมาเป็นผักเคียงกับน้ำพริก ลาบ ก้อย หรือเอามายำ ผัด แกงกะทิก็ได้ รสชาติขมปะแล่มๆ แต่บางคนปรุงอาหารแล้วไม่มีรสขมเลย หลายๆ คนชอบกินเพราะรสชาติที่ขมอร่อยนี่แหล่ะ เอกลักษณ์ของเพกา คือ ขม  ซึ่งพืชที่มีรสขมเชื่อว่า เป็นยา ก็ “หวานเป็นลมขมเป็นยา” โบราณบอกมานะแหล่ะ เป็นพืชอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่มีปิตตะธาตุเด่น คือธาตุไฟและเสมหะเด่นคือธาตุน้ำ คนทั้ง 2 ธาตุนี้  จะต้องมีอาหารรสชาติขม ฝาด เป็นเครื่องประดับอยู่ เพราะรสขมของอาหารนั้นจะช่วย  แก้โลหิตพิษ ดีพิการ เพ้อคลั่ง แต่เขาไม่ให้    กินมากเพราะจะทำให้กำลังตก  อ่อนเพลีย   ง่าย

เพกาเป็นพืชไม้ยืนต้นสูง 3-12  เมตร ต้นสีเทา เปลือกเรียบ อาจมีร่องแตกตื้นๆ สลับกับรอยแผลใหญ่จากก้านใบที่หลุดร่วงจาก     ต้น  ใบเป็นใบประกอบ ก้านยาว 30-200  เซนติเมตร  มีใบย่อย 2-3 คู่และมีใบเดี่ยวอยู่ตรงปลายใบ 1 ใบ รูปใบคล้ายไข่กลมรี  ขอบขนาน ปลายใบแหลมแต่ละใบกว้าง 3-9  เซนติเมตร  ยาว 4-14  เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อใหญ่ยาว 30-50 เซนติเมตร มีดอกย่อยสีม่วงแดง กลีบดอกเป็นกรวยทรงกระบอก  ยาว 2-4 เซนติเมตร ดอกเพกาจะบานตอน กลางคืน ผลเพกาเป็นฝักแบนยาวคล้ายดาบ  ตอนฝักอ่อนสีเขียวแก่จะเขียวเข้ม  ขนาดกว้าง 6-10 เซนติเมตร  ยาว  30-60 เซนติเมตร  ฝักอ่อนนำมาเป็นอาหาร ฝักแก่จะมีเมล็ดแบนภายในเยอะมาก แต่ละเมล็ดจะมีปีกเยื่อบางๆ ล้อมรอบ เมื่อฝักแก่ซึ่งเปลือกฝักแข็งมากๆ แต่ถ้าแก่จัดจะแตกอ้าออกสลัดเมล็ดที่มีเยื่อหุ้มปลิวลมไปทั่ว ตกไปที่ไหนได้รับความชื้นจากฝนจากดินก็จะงอกต้นใหม่

เพกาเป็นอาหารของคนพื้นบ้านมานานแล้ว นิยมเอายอดอ่อนที่มีสีเขียวอมแดงมาลวกจิ้มน้ำพริก ฝักอ่อนนำมาเผาไฟให้ไหม้ข้างในสุกแล้วขูดเอาส่วนที่ไหม้ไฟดำๆ ออกทิ้ง  หั่นเป็นชิ้นๆ พอดีรับประทานหรือจะนำไปยำไปแกงก็อร่อยลิ้น คำแนะนำ  ฝักอ่อนที่เผาไหม้เปลือกนอกแล้วควรขูดออกอย่าล้างน้ำจะทำให้ฝัก เพกาขมมากไป แต่คนชอบให้ขมก็ล้างได้นะไม่ใช่ปัญหา ประโยชน์ทางยา เปลือกต้นมีรสฝาดเป็นยาสมานแผล รักษาน้ำเหลืองให้ปกติดับพิษโลหิต ขับลมในสำไส้ แก้ท้องร่วง แก้บิด ขับเสมหะ บำรุงโลหิต รากเพกาบำรุงธาตุ กระตุ้นน้ำย่อย แก้ท้องร่วง แก้อักเสบฟกช้ำบวม ฝักอ่อนขับลม ผายลม ขับเสมหะ เมล็ดแก่ช่วยเป็นยาระบาย

เพกา มีชื่อเรียกหลายชื่อ แต่ละท้องถิ่น ภาคกลางเรียก เพกา ภาคเหนือเรียก มัลิดไม้ มะลิ้นไม้ ลิดไม้ ภาคอีสานเรียก หมากลิ้นฟ้า บักลิ้นฟ้า บักลิ้นงู ลิ้นไม้ ลิ้นฟ้า ทางรัฐฉานภาคเหนือเรียก หมากลิ้นก้าง หมากลิ้นช้าง กะเหรี่ยงเมืองกาญจน์เรียก    กาโด้โด้ง กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอนเรียก ดอก๊ะด๊อกก๊ะ ดูแก  ทางมาเลเซีย นราธิวาสเรียก เบโก รู้ว่ามีถิ่นอื่นๆ เรียกกันตามพื้นถิ่นไปอีกเยอะมาก แต่ที่แน่ๆ เพกา มีความขมเป็นยา เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จริงอยู่มันเจริญเติบโตขึ้นได้ง่ายทั่วไป ปแต่ถ้าคนรุ่นใหม่ไม่รู้จักกินไม่ใช้ประโยชน์จากเพกาแล้ว  สักวันมันก็มีโอกาสสูญหายไปจากพื้นดินได้.

อดุลย์ศักดิ์ ไชยราช

สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์