หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

เส้นทางความเป็นมาของคำว่ากาแฟ

Author by 18/02/15No Comments »

กาแฟ1      ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน หรือแวะเวียนไปที่แห่งใดก็ตาม สิ่งที่ได้สัมผัสและเป็นเหมือนความคุ้นชิน นั่นคือเสียงทักทายเช้านี้คุณได้ดื่มกาแฟหรือยัง?” คำถามที่พบเจอ หรือบางทีก็ไม่ทันที่จะถามกัน มีเสียงบอก กล่าวว่า   ”ขอกาแฟถ้วยสิทุกวันนี้ชีวิตประจำวันของคนในสังคมไทยในยุคนี้ ดู เหมือนว่าจะสัมผัสกับกลิ่นไอและรสชาติของกาแฟ”  อยู่ตลอดและทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่ตื่นเช้า ถึงสาย เที่ยง บ่าย เย็นค่ำ และดึกดื่น ชีวิตแต่ละคนล้วนมีเหตุที่ต้องข้องเกี่ยวกับ กาแฟ อยู่เสมอ ก็อาจมีบ้างที่ไม่ดื่มกาแฟ แต่ก็เชื่อว่ารู้จักกาแฟ และมีส่วนใกล้ชิดสัมผัสกับกาแฟ

คำว่า “กาแฟ” หรือ “คอฟฟี่” (coffee) เท่าที่รู้เป็นคำที่มาจากรากศัพท์ภาษาอาราบิก คือคำว่า “ควาฮ์วาฮ์” เป็นภาษากวี หมายถึง ไวน์ และหลีกหนีสิ่งที่มีแอลกอฮอล์ เปลี่ยนสำเนียงเป็น “คาเวย์” ต่อมาเป็น “คราฟฟี่” และ “คอฟฟี่”ในที่สุด มีภาษาเรียกแตกต่างออกไปอีกหลายชื่อ เช่น คาเฟ่ของฝรั่งเศส คัฟเฟ่ของเยอรมัน และอังกฤษเรียกคอฟฟี่ ส่วนคนไทยสมัยก่อนเรียก “โกปี๊” หรือ “ข้าวแฟ่” และมีปรากฏในหนังสือของ หมอบรัดเลย์ เมื่อปี 2416 มีคำว่า “กาแฝ่” เลยเรียกกันมาจนเดี๋ยวนี้ คนไทยจึงเรียกว่า “กาแฟ” นั่นเอง

ประวัติความเป็นมาระบุว่า คนไทยมีการปลูกกาแฟมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่นิยมแพร่หลายกันอย่างจริงจัง สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อตอนสมัยรัชกาลที่ 3 มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ เช่นอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ได้นำกาแฟมาปลูกที่พระราชวัง และแจกจ่ายให้เหล่าเสนาบดี เพาะต้นกาแฟแจกจ่าย ในสมัยรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระมหาประยูรวงศ์ ทำสวนกาแฟ และได้มอบเมล็ดกาแฟให้ เซอร์ยอร์นเบาวริ่ง เมื่อตอนมีการค้าขายกับฝรั่ง ดัตช์ และอังกฤษ คงนำเอากาแฟจากแหลมมลายู พันธุ์โรบัสต้า เข้ามาให้ชาวไทยปลูกกัน สันนิษฐานว่าราวปี พ.ศ.2447 มี “นายตีหมุน” ชาวไทยอิสลามนำมาปลูกครั้งแรก ที่ตำบลบ้านตะโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา คงนำมาจากประเทศอินโดนีเซีย เพราะที่โน่นมีปลูกแพร่หลายกันมาก ส่วนกาแฟพันธุ์ อาราบิก้า มีบันทึกขุนนางไทยชาวอิตาลี ว่ามีการนำเอามาปลูกตั้งแต่ปี 2493 จนมาแพร่หลายในปี 2515 ถึง 2522 ตามโครงการปลูกกาแฟทดแทนพื้นที่ภาคเหนือ มีการส่งเสริมปลูกอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี 2523 ถึงปัจจุบัน

กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกมีปลูกอยู่ทั่วไป มีพันธุ์กาแฟที่สำคัญอยู่ 3 พันธุ์ได้แก่ อาราบิก้า ซึ่งปลูกมากที่สุด ปริมาณร้อยละ 70 เจริญเติบโตในพื้นที่สูงประมาณ 1,000 ถึง 2,000เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ปริมาณฝน 1,500 ถึง 2,000 มิลลิเมตรต่อปี ต้องการร่มเงา เมล็ดมีคุณภาพดี กลิ่นและรสชาติดีชวนดื่ม มีหลายสายพันธุ์เช่น ทิปปิก้า เบอร์บอน บลูเมาเทน โคน่า คาทูร่า คาทุย ในไทยนิยมปลูกสายพันธุ์ คาร์ติมอร์ เพราะต้านทานโรคราสนิม ปลูกทางภาคเหนือที่สูงของไทย อีกพันธุ์ คือพันธุ์ โรบัสต้า มีปลูกประมาณร้อยละ 30 เป็นพันธุ์ที่ต้นแข็งแรงใหญ่ มีกิ่งก้านสาขามากใบใหญ่ สีเขียวไม่เป็นมัน ดอกออกปีละ 2-3 ครั้ง ปลูกในพื้นที่ร้อนชื้นอุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส พื้นที่ปลูกตั้งแต่ระดับน้ำทะเล ถึงความสูง 1,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เจริญเติบโตได้ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดีคุณภาพเมล็ดด้อยกว่า อาราบิก้า แต่ให้ผลผลิตสูง   เหมาะสำหรับส่งโรงงานกาแฟสำเร็จรูป ปลูกมากแถบภาคใต้ และภาคเหนือ เช่น อุตรดิตถ์ แพร่ และอีกพันธุ์หนึ่งคือ กาแฟลิเบอริก้า มีตลาดซื้อขายเพียงแค่ร้อยละ 1 พุ่มสูงใหญ่ใบใหญ่คล้ายใบขนุน ออกดอกติดผลตลอดปี ทนทานต่อความแห้งแล้ง หนาวเย็น ดินเลว ต้านทานโรคราสนิมได้ดี

แหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญของโลก ได้แก่กลุ่มละตินอเมริกา แอฟริกากลาง แถบตอนใต้ของอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหมู่เกาะอินโดนีเซีย ผลผลิตของโลกปีละ 6.5-7 ล้านตัน อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ 1.26 ล้านตัน อเมริกาใต้ 3.01 ล้านตัน แอฟริกา 1.1 ล้านตัน เอเชียและโอซีเนีย 1.68 ล้านตัน ในแถบเอเชียส่วนใหญ่ผลิตกาแฟ โรบัสต้า ที่มีชื่อเสียง เช่น กาแฟจาวา และสุมาตรา จากเกาะชวาอินโดนีเชีย มาลาบาของอินเดีย

การดื่มกาแฟ ส่วนใหญ่ใช้กาแฟคั่วบดชงน้ำร้อนดื่ม ไม่มีปรุงแต่งรส กาแฟผงสำเร็จรูปมีมานานมากตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่๑ มีหลายลักษณะ ผงละเอียด เมล็ดฟู เกล็ดแข็ง เกล็ดแท่ง กาแฟสำเร็จรูปชนิดปรุงสำเร็จมีการผสมน้ำตาล ครีมเทียม เรียกว่ากาแฟทรีอินวัน กาแฟสำเร็จรูปแต่งกลิ่น กาแฟสกัดคาเฟอีน และกาแฟกระป๋อง “เอสเพรสโซ่” เป็นวิธีการชงกาแฟอย่างหนึ่ง ได้กาแฟดำที่ชงผ่านเครื่องชงความดันเป็นกาแฟเข้มข้นสกัดด้วยน้ำร้อนภายใต้แรงกดดัน สามารถใช้ผสมเป็นกาแฟต่างๆ ซึ่งกาแฟเอสเพรสโซ่เป็นส่วนผสมหลัก เมื่อผสมกับส่วนผสมอื่น ผสมนมร้อน ได้กาแฟคาปูชิโน่ ผสมกับนมร้อน ที่เป่าเป็นฟองและน้ำเชื่อมช๊อคโกแลต ได้กาแฟมอคค่า ผสมกับนมอุ่นจากไอน้ำเติมน้ำตาล ได้กาแฟลาเต้ และอีกหลายสูตรจนถึง “กาแฟโบราณ” เป็นกาแฟไทยชงน้ำร้อนผ่านกาแฟในถุงชง เติมน้ำตาล น้ำแข็ง เป็นโอเลี้ยง เอากาแฟดำเติมนมข้นหวาน ได้กาแฟเรียก “โกปี้” หรือ “โอยัวะ” กาแฟดำผสมนมข้น เติมน้ำแข็ง ราดนมสด ได้กาแฟเย็นหวานชื่นใจ อยากดื่มกาแฟกันบ้างหรือยัง.

อดุลย์ศักดิ์ ไชยราช

สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์