หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

แหล่งผลิตชาคุณภาพส่งโครงการหลวงบ้านนอแล อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

Author by 29/04/15No Comments »

4  ชาเป็นพืชกึ่งร้อน สามารถขึ้นได้ดีในเขตอบอุ่น และมีฝน จึงทำให้แหล่งปลูกชากระจายอยู่ทั่วไป โดยที่ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกชาที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 -2,000 เมตร มีปลูกกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่บ้านนอแล อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยอยู่ในระดับน้ำทะเลปาน 1,400 เมตร เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เป็นแหล่งผลิตชาคุณภาพส่งให้กับโครงการหลวง

นางสาวสุมาลี จะกะ เกษตรกรผู้ปลูกชาอินทรีย์บ้านนอแล อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “เมื่อก่อนตนเองก็ช่วยพ่อกับแม่ปลูกพืชเมืองหนาว แต่พอทางสถานีหลวงอ่างขางได้ส่งเสริมให้ปลูกชาอินทรีย์ จึงได้สนใจหันมาปลูกชาอินทรีย์ เมื่อปี 2546 โดยพันธุ์ที่ปลูกเป็นพันธุ์ชาอู่หลงเบอร์ 12 และ ชาอู่หลงกาอ่อนเบอร์ 17  จำนวนผู้ปลูกชาอินทรีย์มี  50 ราย ซึ่งแต่ละรายจะปลูก 1 ไร่    ขั้นตอนของการปลูกจะเริ่มจากการขึ้นแปลงตากทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักที่หมักไว้ แล้วนำกล้าชามาปลูก ซึ่งต่อไร่จะปลูกชาได้ประมาณ 2,000-3,000 ต้น พอต้นชาอายุได้ประมาณ 2-3 ปี สามารถเก็บเกี่ยวยอดชาได้ แต่จะได้ในปริมาณที่ไม่มากเท่าไร แต่ในปัจจุบันนี้เก็บเกี่ยวยอดชาได้ประมาณ 200 กิโลกรัมต่อไร่  โดยการเก็บเกี่ยวจะเก็บตามโปรแกรมที่ทางโครงการหลวงกำหนดวันละ 650 กิโลกรัม สมาชิกในจำนวน 50 รายจะหมุนเวียนกันเก็บวันละ 2-3 รายให้ครบจำนวน 650 กิโลกรัม ซึ่งจะเก็บในช่วงเวลา 06.00 น.-13.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ความเข้มข้นของชามาก แต่หากว่าเก็บหลังจากเวลา 15.00 น. เป็นต้นไปความเข้มข้นของชาจะหายไป  โดยการเก็บแต่ละครั้งจะมีการลงแขกหมุนเวียนกันในกลุ่มเกษตรผู้ปลูกชาอินทรีย์ ช่วงระยะเวลาที่เก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมกราคมของทุกปี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนจะทำการบำรุงต้นชาให้ต้นมีความสมบูรณ์เพื่อจะได้ยอดชาที่มีคุณภาพ”

2          นางสาวหลี  หมอกเฮิง  เกษตรกรผู้ปลูกชาอินทรีย์บ้านนอแล อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “การปลูกชาจะปลูกเป็นขั้นบันไดเพื่อสะดวกในการเก็บเกี่ยว และดูแลได้ง่าย สำหรับการดูแลจะมีการตกแต่งทรงพุ่มให้มีความสูงพอเก็บยอดชาได้ง่าย และพรวนดิน ถอดหญ้าให้หมด พร้อมทั้งใส่ปุ๋ยต้นชาที่ปลูกไว้นานๆ เพื่อให้ต้นชาเจริญงอกงามให้ผลผลิตสูง ซึ่งปุ๋ยมูลวัว มูลควาย มูลไก่ ที่หมักกับวัชพืชประมาณ 3 เดือน ใส่ต้นละ 2-3 กำมือ โดยใส่รอบๆ ต้น หลังจากใส่ปุ๋ยคอกแล้ว ควรใช้วัตถุคลุมดินรอบๆ โคนต้นชาเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของวัชพืช ส่วนราคาที่จำหน่ายชาเบอร์ 12 ราคากิโลกรัมละ 45 บาท และชาเบอร์ 17 ก้านอ่อน ราคากิโลกรัมละ 75 บาท”

สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0-5345-0107-9.

ว่าที่ร้อยตรีหญิงภัทรานิษฐ์  รุจิอริยอธิพร