หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

โครงการหลวง ร่วมกับ ปตท.ส่งเสริมและพัฒนาการปลูกกาแฟ

Author by 1/08/14No Comments »

ลงนาม copy          หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานและร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงกับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในโครงการวิจัยและพัฒนาการปลูกและการผลิตกาแฟระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและโครงการซื้อขายเมล็ดกาแฟดิบ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 โดยมี         นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนฝ่าย ปตท.ร่วมลงนาม

กาแฟอราบิก้าเป็นพืชทางเลือกหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่เกษตรกรชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการก่อตั้งโครงการหลวง โดยโครงการหลวงได้ดำเนินงานวิจัย พัฒนาสายพันธุ์กาแฟอราบิก้าที่ดีที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก เพื่อส่งเสริมแก่เกษตรกรชาวเขาในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง จำนวน 24 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 80 หมู่บ้าน 9,500 ไร่ มีจำนวนประชากรที่ได้รับประโยชน์ 2,602 ครัวเรือน ผลิตผลกาแฟจำหน่ายออกสู่ตลาดกว่า 500 ตันต่อปี และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรมากกว่า 40 ล้านบาท ขบวนการผลิตกาแฟโครงการหลวง เน้นการผลิตที่ปลอดภัย ด้วยวิธีการปลูกแบบผสมผสานกับพืชท้องถิ่นภายใต้ร่มเงาของ     ไม้ยืนต้นธรรมชาติ เพื่อรักษาสมดุลของ          สิ่งแวดล้อม และเป็นแบบอย่างการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร เปิดเผยว่า ด้วยความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปตท. ได้สะสมองค์ความรู้ในการพัฒนาสังคม ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ และโครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง เป็นต้น ประกอบกับความพิถีพิถันในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟเพื่อรสชาติและคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นของคาเฟ่อเมซอน ซึ่ง ปตท. เล็งเห็นถึงความตั้งใจและศักยภาพในการวิจัย พัฒนาสายพันธุ์กาแฟอราบิก้าของมูลนิธิโครงการหลวง จึงนำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง  ปตท. กับมูลนิธิโครงการหลวงในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดของ ปตท.ที่จะได้ร่วมสร้างสรรค์สาธารณประโยชน์ในหลายๆด้าน เริ่มต้นแต่ช่วยเสริมสร้างให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง และการพัฒนาอย่างสมดุล ตามแนวทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในมิติการพัฒนาทักษะอาชีพ การเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชุมชน และการมีส่วนร่วมฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นโดยเฉพาะป่าต้นน้ำ ในขณะเดียวกันคาเฟ่อเมซอนก็จะได้นำวัตถุดิบเมล็ดการแฟคุณภาพเพื่อผู้บริโภคที่มาใช้บริการ และผู้บริโภคก็ยังมีส่วนช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย ถือเป็นแนวทางดำเนินธุรกิจรูแบบใหม่ที่มุ่งเน้นการพัฒนาร่วมกับชุมชนเพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ปตท.ก่อตั้งคาเฟ่อเมซอนเมื่อปี 2545 โดยมีจุดประสงค์เริ่มแรกเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และได้ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั่วประเทศ ในปัจจุบันมีจำนวนร้านค้าทั้งสิ้น 1,074 สาขา (ณ เดือนมิถุนายน 2557) และคาดว่าจะมีสาขาครบ 1,200 สาขาภายในสิ้นปี 2557 นี้ และขณะนี้คาเฟ่อเมซอนกำลังดำเนินการก่อสร้างโรงคั่วกาแฟ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการพร้อมรองรับเมล็ดกาแฟจากโครงการหลวงได้ในปี 2558 ปตท. เชื่อมั่นว่าโครงการความร่วมมือนี้จะเป็นแบบอย่างของการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถสร้างประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมตามแนวที่ ปตท. ยึดถือเป็นเจตนารมณ์ในการดำเนินงานมาโดยตลอดอีกด้วย.