หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม

โรคฉี่หนูเกษตรกรเป็นกลุ่มเสี่ยง

Author by 3/09/15No Comments »

index     มีสัตว์หลายชนิดที่เป็นพาหะนำโรคฉี่หนู ทำให้แพร่ระบาดมาสู่มนุษย์ได้ ในช่วงฤดูฝนมักจะมีการสัมผัสกับน้ำที่แช่ขัง มีโอกาสติดเชื้อโรคฉี่หนูได้มาก ในแต่ละปีมีผู้ป่วยเป็นโรคฉี่หนูจำนวนมาก มีเสียชีวิตจากโรคฉี่หนูมากหลายราย ทุกวันนี้ยังกำจัดโรคนี้ได้ไม่หมด อันตรายก็ยังคงมีอยู่

โรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซีส (leptospirosis หรือ wail’desease) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แลปโตสไปร่า (laptospira) ซึ่งมีมากกว่า 2,000 สายพันธุ์ ที่ก่อให้เกิดโรคพบมากคือสายพันธุ์ L.pyrogenase ซึ่งโรคจะปนมากับปัสสาวะของหนู และสัตว์ที่เป็นโรค การติดต่อเกิดจากการสัมผัสปัสสาวะของสัตว์เหล่านั้น หรือแช่อยู่ในแหล่งน้ำที่มีเชื้อนานๆ ในชนบทเกษตรกรเป็นกลุ่มเสี่ยง เพราะต้องทำกิจกรรมในไร่นาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะที่มีความชื้นและน้ำขัง ในเมืองผู้ที่ทำการขุดลอกท่อระบายน้ำ เก็บกวาดขยะ ล้างพื้นตลาด ถนนที่น้ำขัง เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรค นักเที่ยวเดินป่า ว่ายน้ำ อาจติดเชื้อโรคฉี่หนูจากปัสสาวะของสัตว์ป่า เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายคนโดยการไชเข้าสู่ผิวหนังตามรอยแผลและรอยขีดข่วน เยื่อบุของตา ปาก จมูก และสามารถไชเข้าสู่ผิวหนังปกติที่เปียกชื้นชุ่มน้ำเนื่องจากแช่น้ำนานๆ มักจะติดเชื้อโดยอ้อมขณะย่ำดินโคลน

เชื้อโรคฉี่หนู มีสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังเกือบทุกชนิดเป็นพาหะ และแพร่กระจายสู่มนุษย์โดยทางปัสสาวะ สัตว์กินพืชจะเป็นพาหะได้ระยะนาน เนื่องจากปัสสาวะเป็นด่าง หรือเบส เหมาะแก่การเจริญของเชื้อในไตของสัตว์ ได้แก่ หนู โค กระบือ สุกร และสัตว์กินพืชอื่นๆ ส่วนสัตว์กินเนื้อ เช่น สุนัข แมว จะเป็นพาหะได้ไม่นาน เพราะไตมีภาวะเป็นกรด แต่เมื่อสัตว์กินเนื้อเหล่านี้ได้รับเชื้อ จะมีอาการไตอักเสบได้บ้าง

รังของโรคฉี่หนูที่สำคัญคือ “หนู” เมื่อหนูติดเชื้อแล้วจะไม่แสดงอาการ และเชื้อจะฝังตัวในตัวหนูได้นานหลายเดือน หรือตลอดชีวิต โดยเฉพาะหนูพุก จะติดเชื้อได้มากกว่าหนูชนิดอื่นร้อยละ 30 หนูบ้านไม่พบการติดเชื้ออาจจะเป็นเพราะหนูบ้านไม่ชอบความชื้น และไตไม่เหมาะกับการเจริญของเชื้อ สัตว์พวกโค กระบือ สุกร อาจแสดงอาการป่วย เช่น เต้านมอักเสบ แท้ง ผสมติดยาก สัตว์เหล่านนี้จะปล่อยเชื้อได้นาน 3 เดือน แต่ถ้าติดเชื้อประเภทเรื้อรังก็จะนานเป็นปี แหล่งโรคฉี่หนูในสัตว์ป่าก็มีมากพอดู ต้องระวังให้ดีด้วย

ปัจจัยที่เอื้อต่อการแพร่กระจาย และติดโรคฉี่หนูมีหลายปัจจัย ได้แก่ ปริมาณฝน เชื้อโรคฉี่หนูจะชอบอยู่ในพื้นที่ ที่น้ำท่วมขังนานๆ ปริมาณความชื้นมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เชื้อโรคฟักตัวอยู่ได้นาน 1-4 สัปดาห์ เช่นดินเหนียวปนร่วน ดินนา อุ้มน้ำได้นานจะอุ้มเชื้อโรคได้ดีด้วย อุณหภูมิ เมื่อเชื้ออยู่ในที่ชื้น ความร้อนจากแสงแดดไม่สามารถที่จะทำลายได้ อุณหภูมิที่เหมาะสม 28 -32 oc ความเป็นกรด-ด่าง เชื้อชอบอยู่ในดินและแหล่งน้ำที่เป็นเบสหรือเป็นด่างอ่อน pH 6.2-8.0  สัตว์พาหะแต่ละชนิดมีอายุการปล่อยเชื้อไม่เท่ากัน สภาพพื้นที่ ปัญหาดินเสื่อม ดินเค็ม การตัดไม้ทำลายป่า การใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช การปนเปื้อนสารเคมีในแหล่งน้ำ พื้นที่รกเหมาะแก่การซ่อนตัวของหนู และปัจจัยการแพร่เชื้อยากต่อการควบคุม คือเชื้อโรคพันธุ์ใหม่ พบมีการกลายพันธุ์จากเดิมที่เคยมีการแพร่ระบาด มีโครงสร้างสลับซับซ้อนมากขึ้น รุนแรง ทำให้วินิจฉัยโรคได้ยากขึ้น หรือวินิจฉัยได้น้อยกว่าความเป็นจริง ทำให้รักษาไม่ตรงกับโรค

โรคฉี่หนู เลปโตสไปโรซีส ระบาดมาหลายสิบปีแล้ว และจนบัดนี้ก็ยังไม่สามารถกำจัดให้สิ้นซากได้ การเผยแพร่ความรู้ด้านสุขศึกษาให้ทุกคนได้รู้โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง จึงเป็นทางป้องกันการระบาดของโรคได้ ให้ระมัดระวังไม่ให้สัมผัสกับน้ำที่ท่วมขัง ไม่ว่าจะเป็นในไร่นา โดยเฉพาะในนาข้าว ซึ่งมักจะเป็นที่อาศัยของหนู ฉี่หนูมีกระจายอยู่ทั่วไป สวนผักที่นิยมให้น้ำแบบปล่อยท่วม น้ำที่ขังอยู่ข้างแปลง เชื้อโรคที่หนูฉี่ไว้อยู่ตามดิน พงหญ้ารอบข้าง ผสมปนเชื้อเป็นเลนโคลน เกษตรกรเข้าไปเหยียบย่ำ เชื้อก็จะแพร่เข้าสู่ตัวได้ ควรสวมใส่รองเท้าบู๊ตหุ้มเท้า เวลาปฏิบัติงาน นอกจากนั้นต้องช่วยกันกำจัดหนูตัวร้าย ตัวต้นเรื่องก่อโรคมาสู่มนุษย์และสัตว์อื่น เฝ้าระวังสถานการณ์โรคสัตว์เลี้ยง จัดการฟาร์มสัตว์เลี้ยงให้ดี ไม่ปล่อยน้ำท่วมขังเฉอะแฉะ และให้วัคซีนป้องกันโรคแก่สัตว์ ที่สำคัญเมื่อมีอาการเจ็บป่วยที่น่าสงสัย รีบไปพบแพทย์โดยด่วน.

อดุลย์ศักดิ์  ไชยราช

เกษตรอำเภอน้ำปาด