หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

กลุ่มจังหวัดเหนือหนุนธุรกิจฮาลาล พัฒนาผู้ผลิตแปรรูปสู่ตลาดอินเตอร์

          อบรมอบรมนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผวจ.เชียงใหม่เป็นประธานเปิดการสัมมนาเครือข่ายผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าฮาลาลกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 หลังจากนั้นถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน โรงแรมเชียงใหม่รัตนโกสินทร์.

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน เดินหน้ายุทธศาสตร์ฮาลาล จัดสัมมนาสร้างเครือข่าย โดยความร่วมมือในรูปแบบทั้งผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ภาคอุตสาหกรรม การเกษตรแปรรูป และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ส่งเสริมกระบวนการทั้งระบบเพื่อสู่ตลาดต่างประเทศและอาเซียน

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 57 ที่โรงแรมเชียงใหม่รัตนโกสินทร์ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเครือข่ายผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าฮาลาล กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนที่ 1 เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน

นายเฉลิมชาติ นครังกุล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่กล่าวรายงาน พร้อมกับเปิดเผยว่าภาคเหนือตอนบนมีศักยภาพในการเปิดศูนย์กลางการผลิตอาหารและบริการฮาลาล เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตพืชสำคัญ แหล่งผลิตอาหารแปรรูป แหล่งผลิตสินค้า SMEs รวมถึงด้านการบริการฮาลาล ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต้องเร่งรัดส่งเสริมสนับสนุนผู้ผลิตสินค้าฮาลาล เพื่อส่งเสริมและขยายการพัฒนาแหลางผลิตสินค้าฮาลาล และพัฒนาระบอบการจัดการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์มาตรฐานฮาลาล ยกระดับและพัฒนาระบบการจัดการสินค้าฮาลาลให้มีความพร้อมในการเปิดตลาดในอาเซียนและประเทศกลุ่มเป้าหมาย สามารถต่อยอดสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลกได้

ดังนั้นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนที่ 1 ประกอบด้วยเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน จึงได้นัดการสัมมนาดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการสร้างความร่วมมือในรูปแบบเครือข่ายทั้งผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ตลาดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเนื่องอันจะส่งเสริมทั้งกระบวนตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป จำหน่าย และการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

นายเฉลิมชาติ กล่าวต่อว่าจากตัวเลขของสำนักงานอิสลามประจำประเทศไทยทราบว่า ปัจจุบันมีกิจการ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติเครื่องหมายฮาลาลจำนวน 100 กว่าราย ในจำนวนนี้ราว 80% เป็นสินค้าอาหารในกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรแปรรูปเพื่อการส่งออก และอีก 20% เป็นสินค้าในกลุ่มสมุนไพร อาทิเช่นเครื่องดื่มสมุนไพร เครื่องสำอางสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สปา เป็นต้น นับเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 10,000 ล้านบาท / ปี รวมถึงผู้ประกอบการสินค้าฮาลาลในจังหวัดเชียงใหม่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดมีความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยื่นขอรับรองมาตรฐานฮาลาลประมาณเดือนละ 3-4 ราย

“เป็นที่น่าสนใจว่านอกจากอุตสาห กรรมอาหารแล้วยังมีสินค้าและบริการที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ เช่นการบริการอาหารฮาลาล เพื่อการท่องเที่ยว จึงมีความจำเป็นในการจัดเตรียมสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยวให้ถูกต้องตามหลักศาสนา เช่นการให้บริการอาหาร ฮาลาล รวมถึงอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังจะมีโอกาสเช่น ภัตตาคาร โรงแรม สปา แฟชั่น การแต่งกายและบริการทางการแพทย์”

ด้านนายกวินธร   วงศ์ลือเกียรติ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจฮาลาลเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งทั้งผู้ผลิต ผู้ปรุง ผู้ให้บริการและหน่วยงานของรัฐ-เอกชน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระบวนการผลิตทรัพยากรมนุษย์ด้านการปรุงอาหารฮาลาลเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังขาดแคลน และไม่สอดคล้องกับความต้องการความต้องการของตลาดทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ภาคอุตสาหกรรมการผลิตหรือระดับวิสาหกิจชุมชน เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมสินค้าฮาลาลจังหวัดเชียงใหม่มีทิศทางที่ดีมาก มีผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐานกว่า 100 ราย ทั้งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมทั้งอุตสาหกรรมขนาดเล็ก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตเชียงใหม่สามารถต่อยอดโครงการที่สำคัญ โครงการในอนาคตได้แก่    โครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลภาคเหนือ ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการผลิต แปรรูปอาหารจากภาคเหนือเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศต่อไป ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญในอนาคตต่อไป นรายกวินธร กล่าวในที่สุด.