หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

การส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยในปี 2559

Author by 18/01/16No Comments »

Untitled-1 copy                นายปิยะนันท์ มหานุภาพ นายกสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือกล่าวว่า จากการเปิดเผยของนายถาวร กนกวลีวงศ์นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยถึงเรื่องการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยในปี 2558ว่า ในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ ภาคส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยติดลบ 8% แต่ไตรมาสสุดท้ายของปีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและตัวเลขส่งออกกระเตื้องเป็นบวก เพราะเป็นช่วงฤดูขายของอุตสาหกรรม ทำให้ทั้งปี 2558 ติดลบลดลงเหลือ 5-6% หรือมูลค่ากว่า 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 80,000 หมื่นล้านบาท

มูลค่านี้ต่ำกว่าการส่งออกปี 2557 ที่ติดลบ 2% มูลค่า 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท 90,000 ล้านบาท ยอมรับการส่งออกในปี 2558 แย่สุด และยังมีโอกาสที่ส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยจะติดลบต่อเนื่องในปี 2559 และติดลบตั้งแต่ไตรมาสแรก แต่อย่างไรก็ตาม สมาคมฯยังคาดหวังจะผลักดันการส่งออกเท่าปี 2558 โดยเตรียมเข้าหารือกับกระทรวงพาณิชย์ในสัปดาห์หน้า เพื่อเสนอแนวทางกระตุ้นการส่งออกและช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ปัจจัยต่อการส่งออกเป็นบวกหรือติดลบในปี 2559 คือ การฟื้นตัวของตลาดโลก และตลาดหลัก คือสหรัฐ ซึ่งเป็นสัดส่วน 35% ของการส่งออกรวม ซึ่งติดลบ 7 % และตลาดยุโรปติดลบ 17% และสามารถเข้าเจาะตลาดจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และอาเซียนได้ตามเป้าหมาย ที่มีสัดส่วน 25% ของตลาดรวม แต่เป็นตลาดที่ขยายตัวเป็นบวก และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้การส่งออกในภูมิภาคนี้ตื่นตัว

พร้อมกันนี้ ยังต้องติดตามผลกระทบทางจิตวิทยาข้อตกลงทีพีพี อาจทำให้คำสั่งซื้อล่วงหน้าหันไปประเทศในกลุ่มทีพีพี โดยเฉพาะเวียดนาม ดังนั้น จะเสนอให้รัฐแสดงท่าทีจะเข้าเจรจาในทีพีพีในรอบต่อไป รวมถึงเร่งเจรจาเปิดเสรีการค้าไทยกับสหภาพยุโรป (เอฟทีเอไทย-อียู) เพื่อไม่กระทบการส่งออกของนุ่งห่มไทยในระยะยาว

ยอมรับว่าธุรกิจนุ่งห่มไทยซบเซามาก ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก ถือว่าหนักกว่าทุกปี ดังนั้น ปลายปีนี้จะเห็นทุกยี่ห้องัดแคมเปญลดราคาและออกคอลเล็กชั่นใหม่ ชิงตลาดรุนแรงขึ้น ต้องยอมเจ็บตัวเพื่อดึงยอดขายและระบายสต๊อกที่มีอยู่ ก็หวังตัวเลขจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งน่าจะเที่ยวไทยมากสุดถึง 8 ล้านคนอยากให้รัฐบาลส่งเสริมหรือพัฒนาแหล่งช้อปปิ้งในต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ที่มีชาวจีนเข้ามาเที่ยวมาก และหาแหล่งจำหน่ายสินค้าตามชายแดนด้วย

ดังนั้นทางสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ยอมรับส่งออกปี 59 ไม่สดใส มีโอกาสติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รอความหวังมาตรการรัฐผลักดันการส่งออก และฟื้นเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู และแสดงท่าทีเข้าทีพีพีรอบหน้า ส่งท้ายปีนี้แข่งลดกระหน่้ำระบายสต๊อก เพื่อพยุงสภาพคล่องธุรกิจโลก ดังนั้นรัฐและผู้ประกอบการ ร่วมกันผลักดันการส่งออก และจัดส่งเสริมการขายเสื้อผ้าในประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการระบายสินค้าในสต๊อกได้

ด้านนายปิยะนันท์ เผยว่า จากการรวมตัวของอาเซียนเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มที่จะวางกลยุทธ์ ในการปรับตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี2558หากโฟกัสประเทศคู่แข่งทางการค้า โดยเฉพาะจากประเทศในภูมิภาคเดียวกันอย่างกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม) ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ และ ยังคงได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าอยู่

ผู้ประกอบการไทยจะได้รับแรงกด ดันทางด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น   ทั้งราคาสาธารณูปโภคและพลังงาน ตลอดจนการขาดแคลนแรงงาน พิจารณาแล้วผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มจะได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่แล้วจะกระทบอย่างมากต่อ ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือSMEsมีจำนวนมากกว่าร้อยละ 85 ของผู้ประกอบการทั้งหมดในอุตสาหกรรม ที่มีขีดความสามารถในการปรับตัวต่ำกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่

โดยกลุ่มที่คาดว่าจะสามารถอยู่รอดต่อไปได้ ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่มีทางออกไปตั้งโรงงานในต่างประเทศเพื่อลดต้นทุน การขยายช่องทางจ้าหน่ายในต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มที่ต้องยอมรับว่าอยู่รอดได้ยาก และจำเป็นต้องเร่งปรับตัวอย่างเร่งด่วน คือกลุ่มผู้ประกอบ การSMEsที่ยังรับจ้างผลิตสินค้าที่ต้องแข่งขันด้านราคา ไม่มีศักยภาพในการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ และมีข้อจ้ากัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการปิดกิจการ และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน.