หน้าหลัก » ข่าวบันเทิง, ข่าวเศรษฐกิจ

กิจกรรม “Chiang Mai Creative Fashion & Lifestyle” ภายใต้โครงการ Chiang Mai Creative Mind 2020

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 ณ @ One Nimman คณะกรรมการกฎบัตรเชียงใหม่ ร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ ภาคสังคม ชุมชน และประชาชนชาวเชียงใหม่  ร่วมกันคิดในการสร้างสรรค์งานแฟชั่นในแบบรูปแบบของล้านนา ขึ้นมา โดยนำเสน่ห์ของ ไลฟ์สไตล์เชียงใหม่ทางด้านการท่องเที่ยว มาผสมผสานกับแฟชั่น เสื้อผ้า  และเครื่องประดับ จนเกิดเป็นกิจกรรม  “Chiang Mai Creative Fashion & Lifestyle” ภายใต้โครงการ Chiang Mai Creative Mind 2020 จึงได้ตัวอย่างชุดเสื้อผ้าแฟชั่น  พร้อมนักออกแบบมาร่วมออกบูธเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน

เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ในมิติของ “เชียงใหม่นครแห่งแฟชั่น”เพื่อการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านโครงการการส่งเสริมการสร้างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่น ทั้งในเขตเมืองและอำเภอโดยรอบ เพื่อพัฒนากรอบการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในรูปแบบ Creative Economy เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมมาต่อยอดสร้างการรับรู้ใหม่ ให้สืบทอดศิลปวัฒนธรรมประเพณีให้มีความยั่งยืน โดยยังคงไว้ซึ่งความเป็นรากฐานทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ในด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการท่องเที่ยว ที่และอื่น ๆในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ  เพื่อก่อให้เกิดรายได้ เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น ในช่วงวิกฤต COVID-19 สู่เศรษฐกิจฐานราและเพื่อการฟื้นฟู ผู้ประกอบการกลุ่มอาชีพ การท่องเที่ยวและบริการ กลุ่มที่พักและโรงแรม กลุ่มขนส่ง กลุ่มมัคคุเทศก์ กลุ่มชุมชน กลุ่มหัตถศิลป์ กลุ่มนักดนตรี/ดุริยะศิลป์ กลุ่มนาฏศิลป์ ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

                โดย อ.ดรณ์ สุทธิภิบาล หัวหน้าคณะนักวิจัยกฎบัตรเชียงใหม่ อาจารย์คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เผยว่าในช่วงที่ผ่านมา การเกิดวิกกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม และความเป็นอยู่ กับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ ของเชียงใหม่ ก็ไม่ได้จางหายจากใจใคร จึงเกิดแนวคิดผ่านเครือข่ายพัฒนาเมือง โดยมี คณะกรรมการกฎบัตรเชียงใหม่ และคณะกรรมการกฎบัตรแห่งชาติ ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นผู้ดำเนินโครงการ “การพัฒนากลไกเชิงพื้นที่ในการพัฒนาเมืองโดยออกแบบเมืองอย่างชาญฉลาด เพื่อยกระดับทางเศรษฐกิจและสังคม” ได้ผลักดันโครงการ Chiang Mai Creative Mind 2020 ซึ่งมีกิจกรรมย่อยหลายโครงการ เช่น โครงการส่งเสริมเมืองผ่านงานศิลปะ  ที่ผ่านมาได้จัด งาน Music on street งานถนนดนตรี “ภูเขาและสายน้ำ” กาดบ้านฮ่อ  และงานถนนดนตรี ชุมชนล่ามช้าง  ซึ่งได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

สำหรับครั้งนี้ คณะกรรมการกฎบัตรเชียงใหม่ ร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ ภาคสังคม ชุมชน และประชาชนชาวเชียงใหม่  ร่วมกันคิดในการสร้างสรรค์งานแฟชั่นในแบบรูปแบบของล้านนา ขึ้นมา โดยนำเสน่ห์ของ ไลฟ์สไตล์เชียงใหม่ทางด้านการท่องเที่ยว มาผสมผสานกับแฟชั่น เสื้อผ้า  และเครื่องประดับ จนเกิดเป็นกิจกรรม “สุดยอดแฟชั่นโชว์”  Chiang Mai Creative Fashion & Lifestyle ภายใต้โครงการ Chiang Mai Creative Mind ๒๐๒๐  ซึ่งจะจัดขึ้น ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 โดยงานครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรก! แห่งการเนรมิตสะพานขัวเหล็ก จุดแลนด์มาร์คเมืองเชียงใหม่ ให้กลายเป็นรันเวย์ พรมดำ ที่ยาวที่สุดแห่งเมืองเชียงใหม่กว่า 97 เมตร ของการเดินแฟชั่นโชว์กว่า 100 ชุด จากการออกแบบด้วยดีไซน์เนอร์ทั่วเมืองเชียงใหม่กว่า 30 ชีวิต พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ มารีญา พูลเลิศลาภ

                ซึ่งการดำเนินโครงการ ในครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการส่งเสริม และสร้างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่น สร้างการตระหนักรู้ถึงภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ ให้เป็น “เชียงใหม่นครแห่งแฟชั่น” สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เกิดการจ้างงาน เกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยว เกิดการใช้จ่ายที่มูลค่าสูง มีการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งคาดว่าการจัดงาน Chiang Mai Creative Mind 2020 : Chiang Mai Creative Fashion & Lifestyle นี้จะ สร้างภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ในมิติของ “เชียงใหม่นครแห่งแฟชั่น” ท้องถิ่น ทั้งในเขตเมืองและอำเภอโดยพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในรูปแบบ Creative Economy สืบสานศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมมาต่อยอดสร้างการรับรู้ใหม่ ให้สืบทอดศิลปวัฒนธรรม ประเพณีให้มีความยั่งยืน โดยยังคงไว้ซึ่งความเป็นรากฐานทางวัฒนธรรม

สร้างมูลค่าเพิ่ม ในด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการท่องเที่ยว ที่และอื่น ๆ ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ  สร้างรายได้ เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น ในช่วงวิกฤต COVID-19 สู่เศรษฐกิจฐานราก และได้ฟื้นฟู ผู้ประกอบการกลุ่มอาชีพ การท่องเที่ยวและบริการ กลุ่มที่พักและโรงแรม กลุ่มขนส่ง กลุ่มมัคคุเทศก์ กลุ่มชุมชน กลุ่มหัตถศิลป์ กลุ่มนักดนตรี/ดุริยะศิลป์ กลุ่มนาฏศิลป์ ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้.