หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

จับกระแสเศรษฐกิจเหนือรับ AEC

สภาอุตโฉมใหม่ทีมบริหารชุดใหม่สภาอุตฯเชื่อครึ่งปีหลังเศรษฐกิจดีขึ้นแน่

          ตรวจสอบความพร้อมภาคธุรกิจบ้านเรากับอีกแค่ไม่ถึงปีในเวที AEC วันนี้ขออนุญาตเล่าบรรยากาศการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2557 โดยมีนายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมแสดงความยินดีกับนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ และนายวีระยุทธ สุขวัฑฒโก ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด (ภาคเหนือ) และคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือวาระปี 2557-2559 ที่โรงแรมเซ็นทาราดวงตะวัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ สดๆ ร้อนๆเมื่อวันที่ 4 ก.ค.2557 มีการเปลี่ยนถ่ายงานบริหารสู่อีกยุคขององค์กรภาคธุรกิจขนาดใหญ่อย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็คงไม่แปลกที่หลายคนอยากฟังวิสัยทัศน์ของผู้บริหารใหม่ ยิ่งอยู่ในช่วงเหตุบ้านการเมืองเช่นนี้ด้วย

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยขณะนี้ว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาดำเนินการบริหารรัฐบาล ต้องยอมรับว่า ผลงานที่ผ่านมาแค่เดือนเดียวก็ได้ทำให้ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่นค่อนข้างสูงทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินกู้ของชาวนา รวมถึงการอนุญาต รง.4 (ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน) ในเรื่องของภาษี  และมั่นใจว่าในครึ่งปีหลังจะดีขึ้น จากการที่เงินงบประมาณได้ทยอยออกมา ในขณะที่ BOI ที่ได้รับการอนุมัติในบางโครงการแล้ว ก็จะมีการลงทุนทยอยเข้ามา ด้านการท่องเที่ยวก็เช่นกันจะมีภาคการท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออกคิดว่ายังเติบโตได้

ส่วนกรณีที่ต่างชาติให้ความเห็นในเรื่องการปกครองของบ้านเราว่าไม่ประชาธิปไตยอะไรทำนองนี้นั้น ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ มองเป็น 2 ลักษณะคือภาคเอกชนกับภาครัฐ ซึ่งในภาครัฐต้องยอมรับว่า โดยวิธีการปกครองแบบบ้านเราก็จะทำให้เขาไม่ยอมรับ แต่ต้องเข้าใจเหตุผลด้วย ส่วนภาคเอกชนของเราต้องยอมรับว่า ภาคเอกชนของเราแข็งแรง จากการที่ภาคเอกชนสามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพ และเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ดังนั้นภาคเอกชนเองต้องทำความเข้าใจเพื่อให้ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่น ยังทำการสั่งซื้อสินค้าจากเราได้ เขาก็ไม่ได้กังวลอะไรในเรื่องนี้ถือเป็นภาพปกติทางการเมืองทั่วไป และการยึดอำนาจของทหารครั้งนี้ก็ไม่ได้เหมือนประเทศหรือพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องใช้กำลังมาเข่นฆ่ากัน

นายสุพันธุ์ กล่าวอีกว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมานี้ต้องยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่มีบรรยากาศขัดแย้งไม่มีทางออกร่วมกันและยังไม่ชัดเจน มีการประท้วง รวมถึงรัฐบาลเองก็ไม่สามารถที่จะผลักดันงบประมาณต่างๆ ได้ตามที่ภาครัฐต้องการ เกิดการชะงักงันของการลงทุน BOI ขาดคณะกรรมการที่จะมาขับเคลื่อนอย่างชัดเจน ทำให้โครงการต่างๆ รวมทั้งการลงทุนของภาครัฐไปไม่ได้ด้วย จนทำให้เศรษฐกิจเราซบเซาอย่างมาก เพราะฉะนั้นในครึ่งปีหลัง หลังจากที่ภาวะการเมืองได้คลี่คลายลง ความชัดเจนก็เพิ่มมากขึ้น งบประมาณปี 2558 ก็กำลังจะตั้งไข่ ส่วนงบประมาณของปี 57 กำลังทยอยออกมา เป็นเงินชำระหนี้ให้ชาวนา เป็นการลงทุนของ BOI และจาก รง.4 ที่ได้รับการอนุญาตก็จะเกิดการลงทุนของภาคเอกชนตามมา

“เชื่อว่าในครึ่งปีหลังการเติบโตของ GDP จะเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อไปเทียบกับครึ่งปีแรกนี้ GDP เราค่อนข้างติดลบนิดหน่อย ส่วนปัจจัยจากภายนอกไม่น่าจะส่งผลกับเรามากนัก แม้ว่าในขณะนี้เราจะโดนในเรื่อง EU ซึ่งจะทำให้การลงนามในสัญญาต่างๆ กับ EU จะยังไม่เกิดขึ้น  FTA ไทยก็จะชะลอตัวลงไป แต่อย่างไรก็ตาม ทางเราก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะเรายังมีการค้าขายตามปกติในส่วนเดิมอยู่ ส่วนทางด้านสหรัฐอเมริกาก็คิดว่า คงจะมีผลกับอุตสาหกรรมเพียงบางส่วนเท่านั้น มั่นใจว่า ในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจภาคเหนือจะออกมาค่อนข้างดี เนื่องจากภาคเหนือมีอุตสาหกรรมหลายตัวที่แข็งแรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารที่เห็นได้ชัดเจนว่ามีการส่งออกและเติบโตที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่ยอมรับของประเทศในอาเซียนมากขึ้น”

แน่นอนว่าเมื่อความเชื่อมั่นเอกชนมีเพิ่มขึ้นก็เป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งที่จะทำให้การตื่นตัวเดินหน้าประเทศเพื่อรองรับ AEC จะได้ไม่อ่อนด้อยไปด้วย.