หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

ดึงนักลงทุนดูการค้าชายแดนเตรียมรองรับประชาคมอาเซียน

Author by 18/05/14No Comments »

58882_0_1     รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการการประชุมด้านการค้าการลงทุนต่างประเทศ พร้อมลงพื้นที่ การค้าชายแดนที่ แม่สาย ไทย-พม่า และลงพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เชื่อมโยงการลงทุน เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดการลงทุนจากภายในและต่างประเทศให้มากขึ้น ทั้งนี้ ยังเป็นการสร้างงานให้แรงงานท้องถิ่นและสามารถสร้างการผลิตของประชาชนเพื่อตอบสนองการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ

          เมื่อเร็วๆนี้ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะลงทุนจากบริษัท CLSA พร้อมนายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับ และนางธารทิพย์ ทองงามขำ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 นำทีมสื่อมวลชน เดินทางเข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ เผยแพร่กิจกรรมกับคณะลงทุนจากบริษัท CLSA จาก 7 ประเทศ ได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก ฮ่องกง มาเลเซีย สิงค์โปร์ อินเดีย และไทย ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีสาระการประชุมที่นักลงทุนซักถาม ได้แก่ประเด็นเรื่องการเมืองในประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ กฎระเบียบ การเก็บภาษีในจังหวัดเชียงราย นโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการค้าชายแดน การนำเสนอจุดเด่นของจังหวัดเชียงราย เช่นที่อำเภอแม่สายได้แก่การค้าชายแดน อำเภอเชียงแสน เป็นเมืองท่า อำเภอเชียงของเด่นในเรื่องการขนส่ง ซึ่งเร็วๆจังหวัดเชียงรายจะมีนิคมอุตสาหกรรม จะมีสิทธิ์ในการยกเว้นภาษีวัสดุอุตสาหกรรมบางส่วน

หลังจากเสร็จจากการประชุมได้นำคณะลงทุนจากบริษัท CLSA จาก 7 ประเทศ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการค้าชายแดนที่แม่สาย เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่นักลงทุนในการสร้างเชื่อมั่นใจการลงทุน รับประทานอาหารกลาวงวันในร้านค้าปลอดภาษี และเดินทางต่อศึกษาดูงานในประเทศสหภาพเมียนมาร์ ในเรื่องแหล่งการค้า การลงทุน การผลิต อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตรกรรมและธุรกิจบริการ รวมทั้งขนบ ธรรมเนียมวัฒนธรรมของชาว เมียนมาร์ ในช่วงบ่ายเดินทางไปอำเภอเชียงแสนลงเรือเข้าเยี่ยมเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว (ตรงข้ามอำเภอเชียงแสน เชียงราย) ของบริษัทดอกงิ้วคำ ผู้ลงทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทอง จากประเทศจีน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ นี้เป็นการลงทุนทั้ง 100% โดยกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำจากจีน นับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา ภายใต้เป้าหมายที่จะ พัฒนาให้เป็นเขตท่องเที่ยวอันทันสมัยควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยที่รัฐบาลลาวก็ได้อนุมัติให้สัมปทานที่ดินที่กว้างถึง 3,000 เฮกตาร์หรือ 18,750 ไร่ในพื้นที่ที่ต่อเนื่องกับเขตป่าสงวนแห่งชาติสายพูกิ่วลมที่ยาวไปตามสายน้ำโขงในแขวงบ่อแก้ว โดยมีอายุสัมปทานยาวนานถึง 99 ปี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาด ไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ได้นำนักลงทุนจากบริษัท CLSA จาก 7 ประเทศ ในระดับผู้จัดการกองทุนจาก 30 กองทุนของแต่ละประเทศ ซึ่งจังหวัดเชียงรายมีความพร้อมในการลงทุน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน จังหวัดเชียงรายเป็นประตูเข้าสู่จังหวัดทางภาคเหนือ 8-9 จังหวัด โดยมีประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ สหภาพเมียนมาร์ สปป.ลาว เวียดนาม และจีน พร้อมที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว นอกนั้นแล้วจังหวัดเชียงราย ยังเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นทางภูมิศาสตร์เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีศักยภาพในการเป็นแหล่งการค้า การลงทุน การผลิต อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตรกรรมและธุรกิจบริการ โดยการพัฒนาโครงการพื้นฐานที่สำคัญดังนี้ ได้เปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2556 , ถนนเชื่อมต่อ แยกจากทางหลวงหมายเลข 1020 อ.เชียงของ ถึงเส้นทาง R3A ที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว, การพัฒนาด่าน พรมแดน เป็นจุดบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One stop service), การขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจร เพื่อรองรับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้, การจัดตั้งศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ, การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2556, การพัฒนาท่าเรือน้ำลึก เป็นต้น ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนในเรื่องการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยว และการลงทุน รวมทั้งวัฒนธรรม พร้อมทั้งให้การสนับสนุนการลงทุนต่างๆ อยู่ในพื้นฐานของการเสมอภาค ในเรื่องการตั้งสถานศึกษา สถานรักษาพยาบาล ร่วมทั้งความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยประเทศไทยจะเป็น ประเทศเชื่อมโยงให้นักลงทุนในประเทศต่างๆ ให้มาแข่งขันและร่วมทุน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ต่อไป.