หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

“ผึ้งน้อยฯ”ครวญค่าแรง300บาท บวกค่าขนส่ง-วัตถุดิบราคาเพิ่ม

Author by 14/01/13No Comments »

คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และผู้ตรวจราชการกรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน เข้าเยี่ยมสถานประกอบกิจการ บริษัทผึ้งน้อย เบเกอรี่ ต.ช้างเผือกเพื่อติดตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำปี 2556 มาตรการที่ 13 การจัดการ ” คลินิกพัฒนาฝีมือแรงงานเคลื่อนที่”

เมื่อเร็วๆนี้ นางอัจฉรา แก้วกำชัยเจริญ ผอ.การศูนย์พัฒนาแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ได้นำคณะผู้ตรวจการกระทรวงแรงงาน มล.ปุณฑริก สมิติ  นายวีระศักดิ์ ลดาคม ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน และคณะเข้าเยี่ยมสถานประกอบกิจการบริษัทผึ้งน้อยเบเกอรี่ ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2556 มาตรการที่ 13 การจัดคลีนิกพัฒนาฝีมือแรงงานเคลื่อนที่ไปยังสถานประกอบกิจการ โดยมีนางรัตนา ปาละพงค์ ผู้จัดการทั่วไป ของบริษัทผึ้งน้อยเบเกอรี่   และ หน.งานพนักงานให้การต้อนรับ

จากนั้นคณะผู้ตรวจราชการและคณะได้เข้าห้องประชุมเพื่อสัมมนาถกปัญหา และรับฟังความคิดเห็น เพื่อศึกษาถึงผลกระทบจากการขึ้นค่าแรง 300 บาทของรัฐบาลซึ่ง ทางศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานพร้อมที่จะจัดเจ้าหน้าที่เข้ายกระดับศักยภาพแรงงานในสถานประกอบการโดยมีการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือ  ปลูก ฝังทัศนคติที่ดีในการทำงานเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานของลูกจ้างให้ตรงตามที่สถานประกอบกิจการจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น

นางรัตนา ปาละพงศ์ กล่าวว่าผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า นโยบายค่าแรง 300 บาท โดยทางรัฐบาลมีการบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.56 ทางบริษัทได้รับผลกระทบแน่นอน โดยคาดว่าภายใน 3 ปีต่อจากนี้บริษัทคงจะขาดทุน แต่ในปีต่อไปคาดว่าสถานการณ์คงจะดีขึ้น ทั้งนี้ทางสถานประกอบการและพนักงานทุกคนต้องร่วมมือกัน กำลังใจของบุคลากรที่ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เบื้องต้นทางสถานประกอบกิจการต้องการให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือตามข้อเสนอตามที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเสนอไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะค่าชดเชยส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น จาก250 บาทเป็น 300 บาทต่อวัน ประกอบค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ที่เพิ่มขึ้นจึงขอให้ภาครัฐดูแลในเรื่องดังกล่าวด้วย

ทางด้าน มล.ปุณฑริก สมิติ ว่าการปรับตัวของผู้ประกอบกิจการ รัฐบาลได้มีหน่วยงานติดตามประเมินผล กระทบจากการปรับค่าแรงดังกล่าวมีมาตรการช่วยเหลือ16 มาตรการ ในขณะที่ยอดผู้การเลิกจ้างของผู้ประกอบการเดือน ธ.ค.55 มีประมาณ 5-6 พันคน ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ก็ต้องรอดูผลกระทบอีกสักระยะ

ด้านนายวีระศักดิ์ ลดาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้มีมาตรการช่วยเหลือแก้ปัญหาผลกระทบโดยให้สถานประกอบกิจการกู้เงินกองทุนพัฒนาดอกเบี้ยต่ำร้อยละ0.1 โดยจัดงบประมาณ 600 ล้านบาท ขยายระยะเวลาอีก 1 ปีใน โครงการคลีนิกพัฒนาฝีมือแรงงานเคลื่อนที่ เพิ่มเติมความรู้ให้แก่แรงงาน ในส่วนที่ยังขาดแคลนโดยทาง กรมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด อีกทั้งต่อยอดให้กับผู้ที่จบการศึกษาและกำลังหางานทำไปภาคอุตสาหกรรม ภายใต้งบประมาณ 400 ล้านบาท

เบื้องต้นขณะนี้ทางกรมยังไม่ได้รับรายงานถึงผลกระทบจากการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทคาดว่าคงรออีกสักระยะคงจะเห็นผลเป็นรูปธรรม ทางกรมจึงจะได้หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการดังกล่าว

ด้านนางณัฐยา อนุดิษฐ์ ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานกล่าวถึงกรณีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทนั้น ยังไม่มีผลกระทบที่แจ้งอย่างเป็นทางการจากผู้ประกอบการรายใหญ่ อาจจะมีรายเล็กที่ได้รับผลกระทบซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง ในส่วนของกรมการจัดหางานได้บังคับให้นายจ้างทุกรายจ่ายค่าแรงขั้นต่ำเป็นวัน ละ 300 บาท เบื้องต้นทุกแห่งปฏิบัติตาม แต่ปัญหาที่พบคือมีนายจ้างบางรายใช้วิธีเลี่ยงโดยการตัดสิทธิที่ควรได้เดิม ของลูกจ้าง เช่น สวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งนายจ้างไม่อาจกระทำได้ เพราะเป็นการผิดสัญญาจ้าง ขอความร่วมมือนายจ้างปฏิบัติตามด้วย

ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน กล่าวด้วยว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นวันละ 300 บาทเป็นนโยบายรัฐบาลที่นายจ้างต้องปฏิบัติตามและต้องปรับตัวทั้งลูกจ้างและ นายจ้าง โดยลูกจ้างก็ต้องทำงานให้คุ้มค่า พัฒนาฝีมือแรงงานของตนให้คุ้มกับค่าจ้าง มีความรักในองค์กร ส่วนนายจ้างก็ต้องเห็นอกเห็นใจลูกจ้างและนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ก็จะเป็นผลดีในที่สุด โดยกรมการจัดหางานได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนไว้ที่สำนักงานจัดหางาน จังหวัดทุกจังหวัด หรือจะแจ้งทางสายด่วนกรมการจัดหางาน 1695 ก็ได้.