หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

พบผักผลไม้นำเข้าจากจีนปนเปื้อน เตรียมดันโครงการอาหารปลอดภัยสู้

Author by 19/04/16No Comments »

2       เชียงรายสุ่มตรวจผัก-ผลไม้นำเข้าจากจีนพบปนเปื้อนอื้อ เตรียมดันโครงการอาหารปลอดภัยเป็นวาระจังหวัด ล่าสุดเกษตรกรรวมตัว 300 กลุ่ม พร้อมสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ตั้งศูนย์เกลียวทิพย์เป็นแหล่งซื้อขาย ดันวิถีเกษตรปลอดภัยเป็นจุดขายท่องเที่ยว เสริมท่องเที่ยวโลว์ซีซั่น

นายกิตติ ทิศสกุล นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ และผู้จัดการโครงการอาหารปลอดภัยเชียงรายเป็นสุข เปิดเผยว่า การนำเข้าพืชผักจากประเทศจีนผ่านจังหวัดเชียงราย ปี 2558 ที่ผ่านมาพบว่ามีการนำเข้าเป็นมูลค่า 1,282 ล้านบาท และผลไม้มูลค่า 857 ล้านบาท จากการสุ่มตรวจคุณภาพที่ด่านพรมแดนพบว่ามีการปนเปื้อนอยู่ แต่เนื่องจากการสุ่มตรวจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันจึงทราบผล ทำให้พืชผักผลไม้ต่างถูกส่งไปยังตลาดไท และกระจายไปสู่ตลาดอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว

จากการสุ่มตรวจข้าราชการในจังหวัด 85 คนของสำนักงานสาธารณสุข พบว่ามีการปนเปื้อนทุกคน และอยู่ในขั้นที่ไม่ปลอดภัยมากถึง 30 คน ขณะที่ประชาชนทั่วไปมีการตรวจเลือด 299 คน พบว่ามีสารเคมีในระดับที่ไม่ปลอดภัยถึง 57 คน และมีความเสี่ยง 121 คน มีสุขภาพปกติเพียง 15 คน เรื่องนี้จังหวัดจึงได้นำประเด็นอาหารให้เป็นวาระของจังหวัดในการส่งเสริมเกษตรปลอดภัย

นายกิตติกล่าวอีกว่า จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเกษตร จึงได้นำเรื่องเดียวกันนี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบทั้งภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนสร้างเครือข่าย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือ ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตหรือปลูก การจำหน่ายและการบริโภค โดยมีการส่งเสริมเกษตรกรและผู้ประกอบการปลูกพืชผักและผลไม้ปลอดภัยจากสารเคมีได้กว่า 300 กลุ่ม โดยมีศูนย์เกลียวทิพย์เป็นสถานที่รับซื้อ และจำหน่ายที่ ต.นางแล อ.เมือง มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท

ในปี 2559 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอีก 9 ล้านบาท นอกจากนี้มีการส่งเสริมตลาดเกษตรกรที่แยกดอยตองมณฑลทหารบกเชียงรายที่ 37 ตลาดศิริกรณ์ อ.เมือง เป็นต้นล่าสุดจังหวัดได้จัดประชุมกลุ่มที่เข้มแข็งและมีความพร้อม 30 กลุ่ม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนตามวาระจังหวัด การใช้เรื่องอาหารเป็นตัวชูโรงด้านการท่องเที่ยวถือว่าได้ผลแล้ว และภาครัฐและเอกชนในจังหวัดก็เห็นด้วย จึงจะขับเคลื่อนต่อไปเพื่อเป็นจุดขายใหม่ นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนก็พอใจในความปลอดภัย และมีความต้องการจะไปเยือนเพื่อบริโภคสิ่งปลอดภัย ทั้งยังกระจายไปยังหมู่นักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เช่น กลุ่มผู้ศึกษาดูงาน หรือนักธุรกิจได้อีกด้วย

ด้านนายบันเทิง เครือวงศ์ นายกสมาคมเครือข่ายการท่องเที่ยว โดยชุมชนภาคเหนือและประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.เชียงราย กล่าวว่า ที่ผ่านมาฤดูท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย จะคึกคักมากช่วงฤดูหนาวปีละ 3-4 เดือน ที่ผ่านมาเครือข่าย จึงพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแหล่งชุมชนเพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยวยั่งยืนในทุกฤดูกาล โดยได้พัฒนามาตั้งแต่ปี 2548 ปัจจุบันมี 10 กว่าเครือข่าย ที่นักท่องเที่ยวสามารถหมุนเวียนมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เช่น บ้านท่าขันทอง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ที่มีวิถีชีวิตชนเผ่าริมแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว มีโฮมสเตย์ ประเพณีชนเผ่า บ้านโป่งศรีนคร ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด มีกลุ่มกำจัดขยะในชุมชนและโฮมสเตย์ บ้านร่องปลายนา ต.บัวสลี อ.แม่ลาว มีการปลูกข้าวและสมุนไพร ฯลฯ

“ทุกกลุ่มมีการทำการเกษตรอินทรีย์เป็นตัวชูโรง สามารถเชื่อมกับโครงการอาหารปลอดภัยเชียงรายเป็นสุขได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนได้บริโภคอาหารปลอดภัย มีการหาซื้อสินค้าจากชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวก็เพิ่มจำนวนในกลุ่มที่ไปศึกษาดูงานวิถีเกษตรปลอดภัยของชาวบ้านมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ไม่จำกัดฤดูกาลว่าต้องไปในฤดูหนาวเท่านั้น ดังนั้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะนี้จึงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น” นายบันเทิงกล่าว.