หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

พรอดดิจิจับมือเมย์แบงก์กิมเอ็ง พบนักลงทุนจังหวัดเชียงใหม่

thainews180บมจ.พรอดดิจิ เดินสายโรดโชว์เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์สิ้นเดือนนี้ เตรียมเสนอขายไอพีโอ 70 ล้านหุ้น ด้านบริษัทเมย์แบงก์กิมเอ็งที่ปรึกษาทางการเงิน มั่นใจด้วยคุณภาพและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง บวกกับวิสัยทัศน์แผนธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตที่ดีจะช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นและความสนใจให้กับนักลงทุน

นายธงชัย ตันสุทัศน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทพรอดดิจิจำกัด (มหาชน) หรือ PDG ผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุพลาสติกประเภทขวดเพชร ที่สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัยตามข้อกำหนดของลูกค้า เปิดเผยว่าก่อนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก บริษัทฯพร้อมกับบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำการจัดจำหน่ายได้นำเสนอข้อมูลให้กับรักลงทุนภายในประเทศรวม 4 จังหวัดคือ ขอนแก่น กรุงเทพฯ หาดใหญ่ และเชียงใหม่

การนำเสนอข้อมูลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจในพื้นฐานของธุรกิจของบริษัทพรอดดิจิอย่างชัดเจน มองเห็นแผนการดำเนินงานและแนวโน้มธุรกิจในอนาคตและวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ประกอบกับขณะนี้นักลงทุนให้ความสนใจหุ้นไอพีโอเป็นอย่างมาก สอดรับกับภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่คึกคักขึ้น จึงทำให้มั่นใจว่าหุ้น PDG จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนชาวเชียงใหม่เป็นอย่างดี

ปัจจุบันบริษัทฯได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนกับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกจำนวน 70 ล้านหุ้น บริษัทฯมีทุนจดทะเบียน 135 ล้านบาท ออกและชำระแล้ว 100 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวนทั้งสิ้น 270 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.05 บาท

นายธงชัย กล่าวต่อว่าสำหรับเงินที่ PDG ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทฯมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตขวดเพชร โดยการสั่งซื้อเครื่องจักรในการผลิตใหม่จากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 2 สายการผลิต ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตขวดพลาสติกของบริษัท จาก 50ล้านขวดพลาสติกต่อเดือน เป็น 60 ล้านขวดพลาสติกต่อเดือน เพิ่มเครื่องปิดฉลากขวดอัตโนมัติ เพิ่มเครื่องบรรจุขวดเพชร และซื้อแม่พิมพ์สำหรับการผลิตหลอดฟรีฟอร์ม ทั้งนี้ปัจจุบันลูกค้าหลายรายของบริษัทฯอยู่ระหว่างเตรียมขยายฐานธุรกิจสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเปิด AEC ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯเพิ่มขึ้น

” ภายหลังจาก PDG เข้าระดมทุนแล้วนั้น มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นได้ ด้วยแผนการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจน โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเจริญเติบโตและสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯได้และกำไรสุทธิจะเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 10ถึงร้อยละ 15 เทียบกับผลประกอบการในปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังการบริโภคที่ฟื้นตัวและการขยายตลาดของบริษัทฯ

ส่วนนายธานี เต็มบุญศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทพรอดดิจิฯ ถือเป็นบริษัทหนึ่งที่มีคุณภาพและปัจจัยพื้นฐานที่ดี จากการประกอบธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอและโอกาสเติบโตทางธุรกิจในอนาคต จากความต้องการของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มากขึ้น ประกอบกับการสนับสนุนที่ดีจากผู้ถือหุ้นใหญ่ คือกลุ่มน้ำมันพืชไทย และกลุ่มน้ำมันบริโภคไทย อีกทั้งยังคาดว่า PDG จะได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ

นอกจากนี้จากภาวการณ์ลงทุนในช่วงปัจจุบัน ที่นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ ประกอบกับพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ การนำเสนอข้อมูลครั้งนี้จะทำให้ PDG เป็นหุ้นที่นักลงทุนเข้าใจถึงพื้นฐานทางธุรกิจว่ามีความน่าสนใจและมีศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่นได้ในอนาคต ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอก็มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจและติดตามจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง นายธานี กล่าวในที่สุด.