หน้าหลัก » ข่าวท่องเที่ยว, ข่าวเศรษฐกิจ

ลงนามขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 8 จังหวัด

Author by 11/02/17No Comments »

     2           ลงนามบันทึกความเข้าใจว่า  ด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนทุกด้านตั้งแต่ภาคเกษตร ใช้ศักยภาพหอประชุมนานาชาติเชื่อมโยงตลาด MICE ดันสู่ The world class destination of Lanna Eco Tourism ทำให้เห็นผลตั้งแต่ปีนี้ เชื่อจะเพิ่มมูลค่าให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกกว่า 50%และสร้างความเข้มแข็งที่ยั่งยืนได้มาก

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดย นางเนตรนภา สุทธิธรรมดำรง รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร พร้อมด้วย นางสาวอำไพ ไชยพิจิตร กรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ เขต 1 ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ผู้นำภาคเอกชนกว่า 25 หน่วยงาน จาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน

นางเนตรนภา กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้มีเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของหน่วยงานสอดคล้องกันและสามารถสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งกันและกัน จึงได้ร่วมกันกำหนดแนวทางที่จะดำเนินภารกิจร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ให้เกิดการยกระดับเพิ่มศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยภาคเหนือตอนบนให้เกิดมูลค่าสูงสุด ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่รวมถึงผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ส่วนความร่วมมือนั้นจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้กรอบการดำเนินงานต่างๆ ได้แก่ วางแผน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนในทุกมิติ แลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ฐานข้อมูลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และความคิดเห็นระหว่างหน่วยงาน รวมถึงร่วมกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อีกทั้งพัฒนาบุคลา กร    ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการตลาด และประชาสัมพันธ์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ต่อไป

นางเนตรนภา กล่าวต่อว่า สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) มีการบริหารแบบประชารัฐ คือ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา สังคมและชุมชน ในลักษณะพาดผ่านสายงานไปสู่เป้าหมายแผนงาน โครงการร่วมกันที่ไปเชื่อมโยงกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ ที่จะสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามพันธกิจให้ไปสู่ภาพความสำเร็จของสำนักงานพัฒนาพิงคนครฯ โดยพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้เป็น The world class destination of Lanna Eco Tourism และ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ยังมีบทบาท   เป็นแกนหลักในการให้บริการสาธารณะ   สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นแกนหลักในการบริหารจัดการศูนย์ประชุมฯ เพื่อรองรับและสนับสนุนอุตสาหกรรม MICE โดยวางตำแหน่งเป็น Lanna Eco MICE อีกทั้งเป็นแกนหลักในการวางแผน พัฒนา และบริหารจัดการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า และแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ทั้งสองหน่วยงานภายใต้การกำกับของสำนักงานพัฒนาพิงคนค มุ่งที่จะสร้างงานกระจายรายได้สู่สังคมและชุมชน และยกระดับคุณภาพ ชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่   และส่งผลดีต่อประเทศในภาพรวม

รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร กล่าวอีกว่า ภายใต้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นที่จะเดินหน้าทันทีเพื่อให้เห็นผลในปีนี้ ภารกิจของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร มี 3 ส่วน ส่วนแรกคือ เรื่องของการประสานเชื่อมโยง สนับสนุนอุตสาห- กรรมท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือตอนบนทั้ง 8 จังหวัด ซึ่งคำว่าอุตสาหกรรม มันรวมทุกส่วน ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร ภาคบริการ ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งเราคาดหวังว่า ภารกิจนี้เราอยากจะทำให้มันเกิดประโยชน์กับพื้นที่จริง ๆ และเราก็มีแผนทำงานกับภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้ก็เป็นรูปธรรม เช่น การลงพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เจาะชุมชนต้นแบบแห่งความดี ของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่มาจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิตที่ ศูนย์ประชุมแห่งนี้ พบว่า เราควรจะทำเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่ สิ่งแวดล้อม และในส่วนที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ หรือว่าภาคเหนือตอนบนมีจุดขายอะไร สุดท้ายแล้วเราไม่หลุดจากศิลปะวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ สำนักงานพัฒนาพิงคนครมีจุดมุ่งหมายที่จะทำภาพใหญ่ให้ภาคเหนือตอนบนทั้งหมดเป็น World Class Destination Lanna Eco Tourism เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรมเรามีเป็นทุนที่ดีอยู่แล้วการที่เราจะทำขายศิลปะและวัฒนธรรมหรือ Eco ไม่ว่าจะเป็นการลดหมอกควัน ปลูกผักออแกนิคต่าง ๆ ตรงนี้เราเริ่มดำเนินการ และประสานในพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้รับการตอบรับ ทุกคนดีใจว่า จะมีหน่วยงานภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือ เราไม่ได้ไปแย่งหน้าที่ใครทำ หน้าที่ของทุกคนก็ยังมีอยู่ เพียงแต่เราเป็นตัวประสาน เชื่อมโยง และก็ส่งเสริมสนับสนุน ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้จริง

ด้าน    นางสาวอำไพ ไชยพิจิตร กรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ภาคเหนือเขต1) กล่าวว่า ถือเป็นความร่วมมือที่น่าจะขับเคลื่อนกันไปได้ดีเป็นโอกาสมากในการขับเคลื่อนการผลักดัน เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน แล้วมีการบูรณาการทุกภาคส่วน แล้วนำพาเอาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกระบบเข้าไปสู่ตลาดโลกเวทีโลก สิ่งหนึ่งที่เราเล็งเห็นว่า ตัวพิงคนครและศูนย์ประชุมมีศักยภาพสูงเพราะว่า ได้ทำงานในระดับโลกหลายเวทีแล้ว ซึ่งเป็นที่รับรู้และยอมรับจากนานาประเทศ ตอนนี้เป้าหมายของเราคือ มูลค่าด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่ไปอีก 50 % เพราะว่าตอนนี้โลจิสติกเจริญ เห็นจากสายการบินมาเชียงใหม่แน่นมาก ตอนนี้เชียงใหม่รถติด ต่อไปเราอาจจะมองภาพว่า เราจะทำอย่างไรที่จะวางแผนให้คนเดินทางมาท่องเที่ยวในเชียงใหม่ และกระจายไปที่เมืองรอง  8 จังหวัด แล้วศูนย์ประชมแห่งนี้จะเป็นเวทีที่จะแสดงหรือ กระจายสินค้าและนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองได้ด     (อ่านต่อหน้า 15)

ท่องเที่ยว         ต่อจากหน้า 1

ขณะที่ นายสราวุฒิ สินสำเนา ประธานเครือข่ายหน่วยงานบริการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมภาคเหนือกล่าวว่า ตนเป็นประธานเครือข่าย SME ภาคเหนือ ก็ต้องบอกว่า เรามีเครือข่ายค่อนข้างหลากหลายและเยอะจริงๆ แล้วศูนย์ประชุมนานาชาติที่มีก็ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ แล้วก็การสร้างงานให้เกิดประโยชน์ได้มากแค่ 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ที่ผ่านมาก็อาจยังหาทิศทางอยู่ แต่ตอนนี้ได้คุยกันแล้วเห็นทิศทางต่อจากนี้มีความชัดเจน มีการวางแผนยุทธศาสตร์ การวางแผนที่จะเชื่อมโยงกับหลายๆหน่วย แล้วเราเองก็สามารถที่จะสร้างศูนย์ประชุมนี้ที่จะเป็นหน้าเป็นตาให้ออกเป็น Global ได้ไม่ยากนักซึ่งตัวผมเองที่อยู่ทั้งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งหอการค้า และ SME มองเห็นการสัมมนาและ Exhibition ต่างๆ ยังไม่มีที่ไหนในเชียงใหม่ที่ดูดีเท่านี้ แต่เรายังใช้ประโยชน์จากที่นี่ยังไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นภาคเอกชนก็หวังว่า ทางราชการ องค์การมหาชน จะให้โอกาสเอกชนได้มาใช้พื้นที่นี้ และการใช้พื้นที่สามารถที่จะทำในลักษณะรองรับ AEC ได้เลย แล้วก็ทั้งหมดจะบอกความเป็นตัวตนของเชียงใหม่ออกไปได้แน่นอน ทั้งนี้มองว่าการลงทุน 4 – 5 พันล้าน กับการสร้างศูนย์ประชุมฯ แบบนี้ อย่าใช้ให้เป็นแบบธุรกิจมากนัก เราต้องใช้ศูนย์ประชุมฯ นี้ให้เหมือนการใช้ถนน เพราะการสร้างถนนให้รถมาวิ่ง มันก็เป็นเศรษฐกิจบ้านเรา การสร้างศูนย์ประชุมฯ ก็เช่นกัน อย่าคิดว่าเป็นธุรกิจ การแสวงหาผลกำไร แต่ถ้าเราให้โอกาสโอทอปและ SME ต่างๆ ซึ่งผมดูแลในเครือข่ายประมาณ 22 องค์กร ไม่ว่าจะเป็น สภาอุตสาหกรรม หอการค้า สมาคม ธนาคาร ทุกคนเอางานทั้งหมดที่มีอยู่นี้มารวมกัน ปีหนึ่งเกิน 50 งาน เพราะฉะนั้นเดือนหนึ่งจัดแค่ 2 งาน เชียงใหม่ก็วุ่นวายแล้ว ที่นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีจริงๆ

ส่วน นายเสริมพงศ์ ทรรปณ์ทิพากร รองประธานกรรมการสมาพันธ์ SME เชียงใหม่ ผู้เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กล่าวว่า พิงคนคร ที่ตั้งขึ้นมา มีประโยชน์กับเชียงใหม่มาก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยๆ ที่ต้องการการพัฒนาด้านการเกษตรที่เป็นอินทรีย์ ซึ่งจะมุ่งไปสู่การแปรรูป หลังจากการแปรรูปแล้วก็จะไปสู่ธุรกิจต่างๆ ไปสู่ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านค้า ธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นของฝากของขวัญอะไรนี้ มันเป็นช่องทางเป็นโอกาส ที่พิงคนครฯ จะเชื่อมโยงกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่างๆ ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เพิ่มโอกาสที่จะช่วยขับเคลื่อนเชื่อมโยงธุรกิจต่างๆในพื้นที่ ภูมิภาคและระดับประเทศให้ดีขึ้น

นายบุญทา ชัยเลิศ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่    รองประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่หลังจากที่มี ศูนย์ประชุมฯ มีพิงคนครฯ เข้ามาบริหารซึ่งพึ่งจะเข้ามาบริหารจริงๆไม่น่าจะเกิน 3 ปี เมื่อก่อนมีความขัดแย้งการเมืองอะไรต่างๆ ทำงานอะไรไม่ได้เลย เราจะเห็นว่าเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ มีพิงคนครฯหรือว่า ศูนย์ประชุมฯ เป็นส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการจัดประชุมครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมน้ำโลก ข้าวโลก ไม่ว่าจะเป็นการประชุมท่องเที่ยวระดับโลก (TTM) และอีกหลายงานนานาชาติพอใจหมด ถือเป็นมิติที่ดีมากๆ  ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร ที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้.

 

3173 Total Views 9 Views Today




อัตราค่าโฆษณา


ผู้ปิดทองหลังพระ


childthainews.net


cmmet.tmd.go.th


kadsuankaew.co.th


presscouncil.or.th


สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย