หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

สตาร์ทอัพ เชียงใหม่ สัมมนาพลิกธุรกิจสู่อุตสาหกรรม 4.0

Author by 7/11/16No Comments »

2                รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนา “พลิกธุรกิจ SMEs สู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และและ SME 4.0″ สร้างผู้ประกอบการใหม่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งการก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในอัตราสูง เพิ่มศักยภาพในการแทนที่ธุรกิจแบบเดิม พร้อมทั้งช่วยให้เกิดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ๆสอดรับกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคที่มีสูงขึ้น โดยการสร้างผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ท อัพ ถือเป็นเป้าหมายหนึ่งในการส่งเสริมผู้ประกอบการให้นำความคิดสร้างสรรค์เทคโน โลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคประเทศไทย 4.0

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 เวลา 09.30 น. ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนา “พลิกธุรกิจ SMEs สู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และ SME 4.0″ โดยมีดร.สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม   เป็นผู้กล่าวรายงาน และนายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการเชียงใหม่ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ  โดยภายในงานมีผู้ประกอบการ SMEs ทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมกว่า 1,300 คน ณ Empress Grand Hall ชั้น 3 ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่กรม

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม( กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าเร่งส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่กลุ่มสตาร์ทอัพทั่วประเทศในปี 2560 กว่า 4 พันรายโดยตั้งเป้าพัฒนา 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่นด้านเกษตรและอาหารแปรรูป ด้านเวชภัณฑ์ทางการแพทย์และธุรกิจบริการการท่องเที่ยวและการออกแบบเป็นต้น ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันเขตภาคเหนือในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การเป็นเมืองแห่งสตาร์ทอัพและมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเร็วๆนี้ กสอ.ได้จัด”มหกรรมวันนัดพบผู้ประกอบการภาคเหนือ” เพื่อเป็นการสร้างความรู้และพัฒนาขีดความสามารถให้ผู้ดำเนินธุรกิจมีความพร้อมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 พร้อมจัดแสดงตัวอย่างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือ

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การสร้างผู้ประกอบการใหม่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งการก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในอัตราสูง เพิ่มศักยภาพในการแทนที่ธุรกิจแบบเดิม พร้อมทั้งยังช่วยให้เกิดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ๆสอดรับกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคที่มีสูงขึ้น โดยการสร้างผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพถือเป็นเป้าหมายหนึ่งในการส่งเสริมผู้ประกอบการให้นำความคิดสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคประเทศไทย 4.0 โดยมุ่งเน้นสร้างผู้ประกอบการใหม่ที่มีมูลค่าสูงใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายดังนี้ 1. Agri Tech & Food Terchเช่น เกษตรแปรรูป อาหารแปรรูป อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารออร์แกนิค เป็นต้น 2.Health & Wellness เช่น เวชภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ ของใช้ผู้สูงอายุ ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม เป็นต้น และ 3.Service Tech เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยวด้านการออกแบบและดีไซน์และด้านวัฒนธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยมีรูปแบบการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มสตาร์ทประกอบด้วยการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยการจัดให้มีกิจกรรมนำเสนอแผนธุรกิจของผู้ประกอบการเพื่อแสวงหาโอกาสทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ด้วยการส่งเสริมความรู้และทักษะในการดำเนินธุรกิจ เช่น การบ่มเพาะธุรกิจหรือการฝึกอบรมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเช่นการจัดให้มีพื้นที่เพื่อเป็นสถานที่แก่ผู้ประกอบการได้เข้ามาใช้บริการและพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์

ด้าน ดร. สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติม ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้ กสอ. ดำเนินการทางด้านกลุ่มสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดธุรกิจ มีความสามารถในเชิงเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดเชิงสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ รวมถึงยังมีในโยบายในการผลักดันให้ผู้ที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการต่างๆของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ รวมถึงการแนะนำให้ผู้ประกอบการรายเก่าบางรายที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ยังไม่สอดรับกับภาวะทางเศรษฐกิจจุบัน ได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่ที่มีการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในปี 2556 นี้ ได้ตั้งเป้าหมายการสร้างและพัฒนาธุรกิจกลุ่มนี้มากกว่า 4,000 รายทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณปี 2560 กว่า 80 ล้านบาท

ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภาคเหนือและเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่น่าจับตามองพื้นที่หนึ่งของประเทศไทยในการพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ เนื่องจากมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจครอบคลุมหลายด้านไม่ว่าจะเป็นภาคการบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตรนอก จากนี้ ยังมีความพร้อมจากการเป็นคลัสเตอร์ดิจิทัล มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม มีสถาบันและสนับสนุนจากหน่วยงานที่พร้อมเป็นพี่เลี้ยงและให้คำปรึกษาอย่างครบครัน พร้อมด้วยแหล่งเงินทุนที่จะช่วยขยายตลาดและการบริการให้กระจายตัวอย่างหลากหลาย ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) ในปี 2559 พร้อมด้วยกิจกรรม Plan To Biz และกิจกรรมเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี พบว่ามีการเกิดขึ้นของผู้ประกอบการในกลุ่มสตาร์ทอัพในภาพรวมจำนวนกว่า 790 ราย โดยในพื้นที่ภาคเหนือน่าเป็นห่วงที่ให้มีศักยภาพและความพร้อมมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งปัจจุบันมีสตาร์ท อัพจำนวนมากในหลากหลายธุรกิจ อาทิ กลุ่ม Chiang Mai Maker Club ที่เป็นพื้นที่ที่เกิดขึ้นจากการรวม ตัวกันของกลุ่มคนที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี   การออกแบบและ อุปกรณ์อินเตอร์เน็ตอิเล็กทรอนิกส์ , กลุ่ม PinnCreatviveสตาร์ทอัพ มีความพร้อมด้านการดีไซน์ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มีความหลากหลายด้านเทคโนโลยีที่สามารถสร้างสรรค์ผล งานการออกแบบให้เกิดชิ้นงานที่มีประสิทธิภาพและมีนวัตกรรมทำให้ผลงานสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และกลุ่มดอทเอ็นเตอร์ กลุ่มสตาร์ทอัพที่ให้บริการด้านการออกแบบเว็บไซต์ และการออกแบบระบบซอฟต์แวร์ โดยจุดแข็งของสตาร์ทอัพเหล่าเหล่านี้ คือ การใช้ประโยชน์จากความรู้เชิงเทคนิคมาพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ใหม่ ที่เข้ามาตอบโจทย์ ที่เป็นช่องว่างทางการตลาด ทั้งนี้คาดว่าจากศักยภาพดังกล่าวในอนาคต จังหวัดเชียงใหม่จะเป็น “Startup District” หรือ เมืองแห่งสตาร์ทอัพได้อย่างมีศักยภาพ

อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการสร้างความรู้และพัฒนาขีดความสามารถให้ผู้ดำเนินธุรกิจให้มีความพร้อมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้กำหนดจัดมหกรรมวันนัดพบผู้ประกอบการภาคเหนือ กิจกรรมการให้บริการในด้านต่างๆเพื่อการส่งเสริม SMEs และ OTOP จากหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงสามารถจำและหน่วยงานภาคเอกชน พร้อมทั้งการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง พลิกธุรกิจ SMEs สู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และ SMEs 4.0 การบรรยายพิเศษเรื่องธุรกิจปรับตัวอย่างไรในยุค 4.0 และ การเสวนาพลิกแบรนด์คุณป้าสู่แบรนด์แนวหน้าระดับโลก ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ได้ที่ สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ   กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โทร.02-2024572-74 หรือ เข้าไปที่ www.dip.go.th  อธิบดีกรมส่งอุตสาหกรรมกล่าว.

 

2188 Total Views 8 Views Today




อัตราค่าโฆษณา


ผู้ปิดทองหลังพระ


childthainews.net


cmmet.tmd.go.th


kadsuankaew.co.th


presscouncil.or.th


สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย