หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

เตรียมจัดกิจกรรมอำลา “หลินปิง” “ภิมุข” ยอมรับสภาพถูกปลดซีอีโอ

Author by 26/03/12No Comments »

สวนสัตว์เชียงใหม่กำหนดเตรียมจัดกิจกรรมอำลา “หลินปิง” ตลอดช่วงปีสุดท้ายที่จะอยู่ในประเทศไทย ก่อนถูกส่งตัวกลับจีนปีหน้า เริ่มครั้งแรกวันเกิดอายุครบ 3 ปี และจัดต่อเนื่องทุกเดือน ขณะที่หัวหน้าโครงการวิจัยแพนด้า เผย เตรียมพร้อมแล้วผสมพันธุ์ “ช่วงช่วง-หลินฮุ่ย” รอผู้เชี่ยวชาญจีนเดินทางมาถึงต้นเดือน เม.ย.55 “ภิมุข”ยอมรับสภาพด้วยดี แต่เสียดายหมดโอกาสพัฒนาองค์กรตามแผนที่ตั้งใจ ย้ำทำงานไม่เคยเอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง มุ่งเน้นแต่ก่อประโยชน์สูงสุดให้องค์กร

เมื่อเร็วๆนี้ ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ และ นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมวันเกิดอายุ 3 ปี และกิจกรรมนับถอยหลัง “หลินปิง” อำลาประเทศไทย

นายภิมุข กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่ “หลินปิง” ลูกแพนด้า จะมีอายุครบ 3 ปี ในวันที่ 27 พ.ค.55 นี้ และเป็นช่วงปีสุดท้ายที่ “หลินปิง” จะอยู่ในประเทศไทยตามข้อตกลงที่องค์การสวนสัตว์ฯ ทำไว้กับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าจีนก่อนที่จะถูกส่งกลับประเทศจีนเมื่ออายุครบ 4 ปี ดังนั้นทางสวนสัตว์เชียงใหม่ จึงได้กำหนดที่จะจัดกิจกรรมนับถอยหลัง “หลินปิง” อำลาประเทศไทยขึ้น ตลอดช่วงปีสุดท้ายนี้ โดยเริ่มจากการจัดกิจกรรมวันเกิดอายุครบ 3 ปี และจะจัดกิจกรรมขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน

สำหรับกิจกรรมที่จะจัดขึ้น จะเน้นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรักความผูกพันของชาวเชียงใหม่และคนไทยที่มีต่อ “หลินปิง” และในแต่ละเดือนจะมีการรูปแบบการจัดกิจกรรมที่หลากหลายแตกต่างกันไป เช่น การร่วมลงชื่อและเขียนแสดงความรู้สึกลงบนผืนผ้าขนาดใหญ่ การส่งการ์ดอวยพร การประกวดภาพถ่าย ภาพวาด เป็นต้น รวมทั้งในช่วงการจัดกิจกรรมหรือเทศกาลต่างๆ ของทางจังหวัดเชียงใหม่ เช่น การประกวดโคมงานยี่เป็ง หรือประกวดขบวนรถงานไม้ดอกไม้ประดับ เป็นต้น จะขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้มีการกำหนดแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ “หลินปิง” ไปใช้ในการประกวดด้วย ส่วนโอกาสความเป็นไปได้ในการที่จะขอขยายเวลาให้ “หลินปิง” อยู่ในประเทศไทยต่อไปนั้น ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า โอกาสในเรื่องนี้พอมีอยู่ แต่ยอมรับว่า คงจะเป็นไปได้ยากมาก เพราะเป็นเรื่องของกฎเกณฑ์ที่ทางจีนกำหนดไว้ หากผ่อนผันให้แต่เพียงเฉพาะประเทศไทย ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงที่จีนทำไว้กับประเทศอื่นๆ ที่ให้ยืมแพนด้าไว้ได้ ขณะที่การเตรียมพร้อมผสมพันธุ์หมีแพนด้า “ช่วงช่วง” และ “หลินฮุ่ย” นั้น ทางทีมงานได้มีการเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว

ด้าน นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย กล่าวว่า เบื้องต้นทางทีมงานมีการเตรียมความพร้อมไว้อย่างเต็มที่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ทั้งการผสมด้วยวิธีตามธรรมชาติและการผสมเทียม รอเพียงการเป็นสัดพร้อมผสมพันธุ์ของ “หลินฮุ่ย” แพนด้าตัวเมียเท่านั้น โดยในช่วงต้นเดือน เม.ย.55 ทางผู้เชี่ยวชาญจากจีนจะเดินทางมาอยู่ และร่วมทำงานกับทีมงานของไทย ที่สวนสัตว์เชียงใหม่จนถึงประมาณสิ้นเดือน พ.ค.55 เพื่อช่วยเหลือและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการผสมพันธุ์แพนด้า
หลังจากนั้นกลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ร่วมกันมอบดอกไม้ให้กำลังใจ นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรณีที่บอร์ดองค์การสวนสัตว์ฯ มีมติเลิกจ้าง นายภิมุข และให้พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ ทั้งนี้ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่า การเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ของตัวเองเข้ามาอย่างถูกต้องตามขั้นตอนการคัดสรรทุกอย่าง ซึ่งการที่จะต้องพ้นจากตำแหน่งไปนั้น รู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้ทำตามแผนพัฒนาองค์การสวนสัตว์ฯ อย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งจะเน้นการกระจายการพัฒนาองค์กรอย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกด้านตามแนวความคิด “Green Zoo” ไม่ได้เน้นแต่เฉพาะการพัฒนาหรือการลงทุนขนาดใหญ่เท่านั้น

สำหรับการที่บอร์ดมีมติดังกล่าวนั้น เป็นไปตามสิทธิที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง ที่ให้สิทธิบอร์ดยกเลิกสัญญาจ้างได้โดยแจ้งล่วงหน้า 1 เดือน ซึ่งการที่ให้ตัวเองจะสิ้นสุดการทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ไปในเดือนหน้าก็เป็นไปตามสิทธิข้อนี้ โดยที่บอร์ดก็ระบุชัดว่า ตัวเองไม่ได้ทำความผิดอะไรและยังไม่เคยถูกประเมินผลการทำงานเลย ซึ่งเมื่อบอร์ดมีมติดังกล่าวในส่วนของตัวเองก็พร้อมที่จะยอมรับด้วยดี อย่างไรก็ตาม นายภิมุข แสดงความเห็นว่า พอเข้าใจว่า เมื่อมีการเปลี่ยนบอร์ดบริหารของรัฐวิสาหกิจก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารในองค์กรรัฐวิสาหกิจด้วย ด้วยเหตุผลที่อาจจะมีเรื่องการเมืองหรือผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกับองค์การสวนสัตว์ฯ ซึ่งถึงแม้ว่าตัวเองจะเคยทำงานการเมืองมาก่อน แต่ไม่เคยนำการเมืองมาเกี่ยวข้องกับการทำงานในองค์การสวนสัตว์ฯ เลย นอกจากมุ่งเน้นการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร.