หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจปี 57 รอการฟื้นตัวในปีมะแม

Author by 31/12/14No Comments »

106568526 เศรษฐกิจในประเทศในรอบปี 57 ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าปัจจัยทั้งภายนอกประเทศและภายในประเทศ สร้างปัญหาโดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งเป็นอุปสรรคทำให้เศรษฐกิจหลายด้านชะลอตัว

เรื่องนี้ นายเมธี  สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือนธันวาคม 2557 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจของสาธารณชนเกี่ยวกับแนวทางการดําเนิน นโยบายการเงินและการประเมินภาวะเศรษฐกิจของ กนง. สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ ทิศทางเศรษฐกิจเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้ม ฟื้นตัวต่อเนื่องแต่ขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ตลอดช่วงประมาณการ ทั้งอุปสงค์ในประเทศและการส่งออกโดยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับดีขึ้นอย่างช้าๆตามการจ้างงานและรายได้นอกภาคเกษตรที่ค่อยๆ ปรับดีขึ้น และกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ลดลง

อย่างไรก็ตามการใช้จ่ายในสินค้าคงทนโดยเฉพาะยานยนต์ฟื้นตัวช้ากว่าคาดเนื่องจากข้อจำกัด จากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือของรัฐไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลง

จากราคาสินค้าเกษตรได้ทั้งหมดนอกจากนี้การใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มล่าช้าและต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะการลงทุนส่วนหนึ่งจากการตรวจสอบความโปร่งใสและการทบทวนโครงการลงทุนข้อจํากัด ด้านประสิทธิภาพการเบิกจ่ายของหน่วยงานภาครัฐที่เพิ่มขึ้นไม่ทันกับขนาดของโครงการลงทุน รวมทั้งการขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้างซึ่งเมื่อรวมกับอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวช้าส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนส่วนใหญ่มีแนวโน้มชะลอออกไป ยกเว้นการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมที่เพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี 2557 เพื่อรองรับความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเครือข่าย 3G ส่วน

การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มฟื้นตัวช้าตามเศรษฐกิจคู่ค้าที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยูโรญี่ปุ่นและจีนซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของเอเชียรวมทั้งไทยแม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฟื้นตัว ต่อเนื่องก็ตาม

นอกจากนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก และข้อจํากัดด้านการผลิตที่   ต้องใช้เวลาในการแก้ไขยังคงเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกไปอีกระยะหนึ่ง สําหรับการส่งออกบริการปรับดีขึ้นตามนักท่องเที่ยวจีนที่ความเชื่อมั่นฟื้นตัวเร็วและในระยะข้างหน้าคาดว่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันที่ลดลง

แต่โดยรวมการฟื้นตัวยังค่อนข้างจํากัดเนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซียรวมทั้งนักท่องเที่ยวบางส่วนอาจยังกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง  ในไทย แรงกดดันเงินเฟ้อลดลงมากจากด้านต้นทุนเป็นสําคัญโดยราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงมากและ

มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำตลอดช่วงประมาณการ เนื่องจาก อุปทานจากกลุ่มประเทศ Non-OPECเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการผลิต Shale Oil ของสหรัฐฯ ขณะที่กลุ่ม OPEC คงระดับการผลิตไว้เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดประกอบกับความต้องการน้ำมันในตลาดโลกยังมีไม่มากตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้า ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกดดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกและอัตราเงินเฟ้อโลกลดลงเช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อไทยที่มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปลายปี 2557และคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศและเงินบาทที่อ่อนค่าได้ทอนผลของราคาน้ำมันดิบต่อเงินเฟ้อลงบ้างสําหรับแรงกดดันด้านอุปสงค์ต่อเงินเฟ้อต่ำกว่าที่ประเมินไว้ในรายงานฉบับก่อนตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ช้ากว่า คาดสะท้อนจากช่องว่างการผลิตที่คาดว่ายังไม่ปิดตลอดช่วงประมาณการ เช่นเดียวกับการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ลดลง ประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อคณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ตลอดช่วงประมาณการ โดยความเสี่ยงต่อประมาณการเศรษฐกิจสมดุลเนื่องจากโอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำกว่ากรณีฐาน จาก

(1) เศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวกว่าคาดและส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของการส่งออกสินค้าและ(2) รายได้เกษตรที่หดตัวอาจส่งผลต่อการบริโภคของครัวเรือนมากกว่าคาดใกล้เคียงกับโอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัวสูงกว่ากรณีฐาน  จากภาครัฐที่อาจเร่งเบิกจ่ายได้เร็วและทําให้การใช้จ่ายภาคเอกชนฟื้นตัวเร็วกว่า คาดตามไปด้วยแผนภาพรูปพัด (FanChart) ของประมาณการเศรษฐกิจจึงสมดุลตลอดช่วงประมาณการส่วนประมาณการอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงเล็กน้อยในปี 2558 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงตลอดช่วงประมาณการ โดยความเสี่ยงต่อประมาณการอัตราเงินเฟ้อสมดุลเนื่องจากโอกาสที่เงินเฟ้อจะสูงกว่ากรณีฐานจากราคาน้ำมันที่อาจ  สูงกว่าคาดหากกลุ่มประเทศ OPEC ปรับลดกําลังการผลิตใกล้เคียงกับโอกาสที่เงินเฟ้อจะต่ำกว่ากรณีฐานจากราคาน้ำมันที่อาจต่ำกว่าคาดหากจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า แผนภาพรูปพัด ของการประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจึงสมดุลตลอดช่วงประมาณการ

3. การดําเนินนโยบายการเงินคณะกรรมการฯ ประเมินว่านโยบายการเงินปัจจุบันยังผ่อนปรนเพียงพอต่อเศรษฐกิจที่คาดว่าจะทยอยฟื้นตัว ต่อเนื่อง และสอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ ตามการใช่จ่ายในประเทศซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ต่ำกว่าคาด ประกอบกับการส่งออกสินค้าฟื้นตัวช้าจากข้อจํากัดด้านการผลิต และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวบางกลุ่มยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

อย่างไรก็ดีโดยรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในปี 2558คณะกรรมการจึงมีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.00 ต่อปีต่อมาในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2557 คณะกรรมการฯ ยังคงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้อัตราการขยายตัวปี 2558 จะต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ จากข้อจํากัดด้านการใช้จ่ายภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจเลื่อนการลงทุนออกไป

ขณะที่การส่งออกมีความเสี่ยงมากขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้าส่วนแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ต่ำลงจนน่ากังวลเพราะเป็นผลจากราคาพลังงานที่ลดลงเป็นสําคัญ และเสถียรภาพทางการเงินโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยความเสี่ยงสะสมจากอัตราดอกเบี้ยที่อยูในระดับต่ำมาระยะหนึ่งยังอยูในวงจํากัดคณะกรรมการฯ จึงมีมติ 5 ต่อ 2เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.00 ต่อปี ทั้งนี้ในระยะต่อไป คณะกรรมการฯ เห็นสอดคล้องกันว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรน เพื่อช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ เข้มแข็งขึ้น ซึ่งปัจจัยที่สําคัญอีกประการคือการเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐให้เป็นไปได้ตามเป้าหมาย.