หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

โพลล์ฟันธงสะพานมิตรภาพข้ามโขงส่งผลดีต่อ อ.เชียงของ

Author by 30/04/14No Comments »

                    แม่โจ้โพลล์ สำรวจความคิดเห็น ประชาชนชาวเชียงของ จังหวัดเชียงราย หลังเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ส่วนใหญ่เห็นว่าการเปิดใช้สะพาน จะทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวอำเภอเชียงของเพิ่ม มากขึ้น

อำเภอเชียงของ อำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต เช่น วัฒนธรรมหมู่บ้านไทลื้อ การผลิตผ้าฝ้ายลายน้ำไหล ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงของอำเภอ นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการเชื่อมโยงด้านการ ค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวกับประเทศต่างๆ เช่น สะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 4 โดยการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง-ตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (ห้วยทราย-เชียงของ) หรือโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้มีการเปิดใช้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา

สะพานแห่งนี้ข้ามไปสู่แขวงบ่อแก้วของประเทศลาวที่เชื่อมเข้าเส้นทางหมายเลข 3A (R3A) ถนนที่เชื่อมระหว่างจีน-ลาว-ไทย ถนน เส้นนี้ต้นทางเริ่มจากเชียงของ ประเทศไทย-บ่อแก้ว-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น ประเทศลาว เชื่อมไปยังบ่อหาน-เชียงรุ่งหรือจิ่งหง ในแคว้นสิบสอง ปันนา สิ้นสุดที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน ในประเทศจีน จึงทำให้อำเภอเชียงของ เป็นเมืองหน้าด่านหลักที่รองรับการเดินทางท่องเที่ยว การค้าขายที่การขนส่งสินค้าด้วยระบบถนนผ่านจุดเชื่อมคือสะพานดังกล่าว

ปัจจุบันอำเภอเชียงของได้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เช่น การสร้างจุดชมวิวห้วยทรายมาน และ “แลนด์มาร์คปลาบึก” ขนาดใหญ่สุดในโลก บนพื้นที่ 40 ไร่ ติดริมน้ำโขงไทย-ลาว ฝั่งอำเภอเชียงของ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท และทุ่งดอกไม้ 3 ฤดูบนเนินเขาเลียบน้ำโขง รองรับแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ แม่โจ้โพลล์ จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในหัวข้อ “เชียงของ…ความพร้อมต่อการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายแดนแห่งใหม่” เพื่อให้ทราบถึงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเชียงของ หลังจากเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย- ลาว แห่งที่ 4 ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 27 มีนาคม 2557 จำนวน 449 ราย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.50 คิดว่าการเปิดใช้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 จะทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวอำเภอเชียงของเพิ่มขึ้น

เนื่องจากเกิดจากการพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางคมนาคมต่างๆ และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศลาวและจีนตอนใต้ เดินทางมาเที่ยวได้สะดวกมากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 12.92 เห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเท่าเดิม และร้อยละ 9.58 เห็นว่านักท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากจุดผ่านแดนแห่งใหม่อยู่ห่างจากแห่งเดิมมากกว่า 10 กิโลเมตร จากนั้น ได้สอบถามถึงด้านความพร้อมของอำเภอเชียงของต่อการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายแดน ในอนาคต พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.20 คิดว่ามีความพร้อม โดยประชาชนคิดว่ามีความพร้อมในด้านแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมและประเพณี อันดับ 2 ในด้านโรงแรมและที่พักในอำเภอเชียงของ และอันดับ 3 ในด้านการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว สำหรับข้อเสนอแนะของประชาชนในอำเภอเชียงของต่อการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายแดน

อันดับ 1 แนะว่าควรสร้างและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้ดึงดูดความสนใจ มีความสะอาดและมีความสวยงาม อันดับ 2 แนะว่าควรปรับปรุงและพัฒนาด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ให้อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และอันดับ 3 แนะควรการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

แม้จากผลสำรวจจะพบว่าแนวโน้มด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเชียงของ จะเป็นไปในทิศทางที่ดี มีนักท่องเที่ยวจีนนิยมที่เดินทางผ่านเส้นทางสะพานมิตรภาพนี้มากขึ้น แต่จากการลงพื้นที่ของทีมงานแม่โจ้โพลล์ ยังพบว่ามีปัญหาที่ท้าทายด้านการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเชียง ของอยู่ เช่น ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากส่วน กลางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวหรือการสร้างจุดดึงดูดด้านการท่องเที่ยว

ปัญหาการย้ายจุดบริการประทับตราหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตและวีซ่า ที่ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่อำเภอเชียงของลดลง ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง เรือรับส่งผู้โดยสาร มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการน้อยลงและร้านขายสินค้าในตัวอำเภอเชียงของเงียบ เหงา ซึ่งได้รับผลกระทบตั้งแต่ปลายปีที่มีการเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะร่วมกันเพื่อพัฒนาศักยภาพการท่อง เที่ยวให้สามารถดึงนักท่องเที่ยวกลับมา หลังจากสะพานใหม่เปิดใช้.