หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

8 สมาคมชาวไร่ยาสูบผนึกกำลัง ร้อง คสช. ยับยั้งร่างกฎหมายฯ

Author by 7/08/14No Comments »

thainews180            เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมาคมชาวไร่และผู้บ่มใบยาสูบทั่วประเทศประจำปี 2557 ครั้งที่ 1 โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนกว่า 70 คน ประกอบด้วยนายกสมาคมและผู้เกี่ยวข้องจากแปดสมาคมชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศได้แก่สมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบเชียงใหม่สมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบลำปาง สมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบแพร่ สมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบเชียงรายและพะเยา สมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบน่าน สมาคมพัฒนาชาวไร่บ่มเองเชียงใหม่ สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์สุโขทัย สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์เพชรบูรณ์ซึ่งที่ประชุมได้ประกาศกรอบความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพใบยาไทยและปกป้องอาชีพพร้อมมีมติยื่นหนังสือเสนอ คสช. เพื่อยับยั้งร่างกฎหมายควบคุมยาสูบซึ่งไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้แต่ถูกผลักดันโดยกลุ่มเอ็นจีโอที่พยายามเข้าไปแทรกแซงการทำงานของส่วนราชการ

            นายกฤษณ์ ผาทอง นายกสมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบเชียงใหม่และประธานในที่ประชุมเปิดเผยว่าประเทศไทยมีกำลังการผลิตใบยาสูบอยู่ที่ประมาณ 54 ล้านกิโลกรัมต่อปี เป็นการผลิตเพื่อส่งขายโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ในปี 2555 มีการส่งออกใบยา 18.7 ล้านตัน และนำรายได้เข้าชุมชนท้องถิ่นและประเทศคิดเป็นมูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาทแต่ในขณะนี้สมาคมชาวไร่ฯ ทั้ง 8 สมาคมฯ กำลังมีความกังวลต่อการพยายามผลักดันร่างพ.ร.บ. ควบคุมการบริโภคยาสูบจากกลุ่มเอ็นจีโอที่ปรากฏในสื่ออย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มนักรณรงค์อ้างว่าจะเป็นการลดการบริโภคยาสูบได้และจะเร่งเสนอคสช.ให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน “สมาคมชาวไร่ทั้ง 8 สมาคมขอคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้เพราะกฎหมายนี้มีผลกระทบอุตสาหกรรมยาสูบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำด้วยเหตุผล 4 ประการคือ 1)   ร่างกฎหมายกระทบต่อชาวไร่ยาสูบกว่า 52,000 ครอบครัวและร้านค้าปลีกอีกกว่า 500,000-600,000 ร้านทั่วประเทศซึ่งเป็นเศรษฐกิจรากหญ้า 2) กฎหมายฉบับนี้ยังมีปัญหาขัดแย้งกันอยู่กับทั้งชาวไร่ ร้านค้า ผู้ที่เกี่ยวข้อง และส่วนราชการต่างๆ รวมทั้ง กระทรวงการคลังเองก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าวในหลายประเด็น 3) กฎหมายดังกล่าวไม่ใช่

นโยบายเร่งด่วนของ คสช.อีกทั้งมีแต่จะสร้างภาระและผลกระทบกับชาวไร่และเศรษฐกิจท้องถิ่น 4) มีความพยายามฉวยโอกาสในช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรผลักดันกฎหมายที่มีความสุดโต่งให้ผ่านโดยเร็วโดยไม่ฟังเสียงประชาชน” นายกฤษณ์กล่าว

“ร่างฯ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นวาระเร่งด่วน อีกทั้งยังถูกเสนอโดยกลุ่มนักรณรงค์ต่อต้านที่มีอคติต่อชาวไร่ยาสูบและทำให้เกษตรกรที่ทำมาหากินโดยสุจริตต้องตกเป็นจำเลยสังคมอยู่ตลอดเวลา เรามองว่าร่างนี้สุดโต่งเกินไป ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ และมีผลกระทบหลายด้าน มาตรการต่างๆ เช่นการห้ามทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมซึ่งกระทบต่อชาวไร่ยาสูบ การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยแก่ชาวไร่ยาสูบเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ หรือการจำกัดการติดต่อระหว่างภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยาสูบ ประเด็นเหล่านี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะชาวไร่และสมาคมฯ เองต้องติดต่อกับภาครัฐตลอด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสรรพสามิตและโรงงานยาสูบ”นายขจรศักดิ์ เมฆขจร นายกสมาคมพัฒนาชาวไร่บ่มเองเชียงใหม่กล่าวเสริม

ทั้งนี้ สมาคมชาวไร่ทั้ง 8 สมาคมฯ จะส่งหนังสือถึง คสช. ขอให้ยับยั้งการออกกฎหมายนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มีมาจากการเลือกตั้งและสภาผู้แทนราษฎรตามปกติเพราะไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน และจะขอให้ คสช.และรัฐบาลชุดใหม่ช่วยดูแลปกป้องอาชีพของชาวไร่ยาสูบซึ่งเป็นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าและส่งเสริมยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไร่ยาสูบต่อไป.