หน้าหลัก » ข่าวเศรษฐกิจ

BOIขึ้นเหนือรับฟังปัญหานักลงทุน เผยอนุมัติโครงการ200ล.กว่า101แห่ง

thainews180BOI ขึ้นเหนือ รับฟังปัญหานักลงทุนชาวต่างชาติ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่งเสริมการลงทุนของชาวต่างชาติ ชูนโยบายใหม่ส่งเสริมการค้าการลงทุนเริ่มต้นปี 2558 นี้

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จัดสัมมนา ผู้บริหารบีโอไอพบนักลงทุนต่างชาติในภาคเหนือ ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ มีนักลงทุนในภาคเหนือร่วมงานจำนวนมาก โดยนางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยต้องประสบปัญหาความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ส่งผลกระทบให้นักลงทุนเกิดความหวาดวิตก ต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศโรดแมป 3 ระยะ เพื่อความมั่นใจต่อนักลงทุน ขอยืนยันว่าประเทศไทยยังคงยึดมั่นระบบเศรษฐกิจเสรี และต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศเช่นเดิม พร้อมที่จะปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนให้ดียิ่งขึ้น และอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ด้วยมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปด้วยดี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558

” BOI มีเป้าประสงค์จะส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและการสร้างมูลค่าเพิ่มของ ภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว ส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาคและส่งเสริมการลงทุนไทยใน ต่างประเทศ ทั้งนี้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยซึ่ง BOI พร้อมจะส่งเสริม โดยนักลงทุนชาวต่างชาติได้ระบุปัญหา ที่พบว่า ยังพบมีการเรียกใต้โต๊ะ บางรายย้ายโรงงานหนีอุทกภัย มาภาคเหนือ แต่ยังไม่สามารถผลิตได้เพราะไม่สามารถนำวัตถุดิบเข้ามาได้เพราะเจ้าหน้าที่ อยู่คนละหน่วยงาน ปัญหาขาดแรงงานฝีมือ และได้ทวงถามเรื่องการย้ายสำนักงาน BOI จาก กระทรวงอุตสาหกรรมมาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า จะทำให้นักลงทุนมีปัญหาหรือไม่ ซึ่งปัญหาทั้งหมดจะนำไปหาข้อสรุปและหาทางแนวทางแก้ไขต่อไป”

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์  กล่าวต่ออีกว่านับจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่แล้ว มีการพิจารณาอนุมัติโครงการที่มีขนาดการลงทุนเกิน 200 ล้านบาทขึ้นไป 101 โครงการ มูลค่าการลงทุนกว่า 264 พันล้านบาท คาดว่าภายใน 1-2 เดือนข้างหน้าจะอนุมัติโครงการที่ยังค้างการพิจารณาได้ทั้งหมด โดยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2557 มีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 634 โครงการ มูลค่าการลงทุน 337 พันล้านบาท กิจการที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดคือกิจการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานหรือ  อีโค คาร์ 10 โครงการ มูลค่ากว่า 138 พันล้านบาท.