หน้าหลัก » ข่าวเกษตรกรรม, ข่าวแรงงาน-วิชาชีพ

น้ำส้มควันไม้หรือน้ำวู้ดเวเนการ กับกระบวนการที่ถูกต้องเพื่อการใช้งาน

Author by 18/10/12No Comments »

      น้ำส้มควันไม้เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสมีกลิ่นควันไฟ  ได้มาจากการควบแน่นของควันที่เกิดจากการผลิตถ่านไม้ในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่าน ในช่วงที่อุณหภูมิในเตาอยู่ระหว่าง 300-400  องศาเซลเซียส  สารประกอบต่าง ๆ  ในไม้ฟืนจะถูกสลายตัวด้วยความร้อนเกิดเป็นสารประกอบใหม่มากมาย  แต่ถ้าเก็บควันในช่วงอุณหภูมิต่ำกว่า  300 องศาเซลเซียส จะมีสารประกอบที่เป็นประโยชน์น้อยมากไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้  และถ้าเก็บควันในช่วงอุณหภูมิเกิน 425  องศาเซลเซียส  น้ำมันดินจะสลายตัวเป็นสารก่อมะเร็ง  สารดังกล่าวจะสามารถกำจัดออกไปได้ง่ายเมื่อนำมากลั่นซ้ำที่อุณหภูมิ  60-70  องศาเซลเซียส

น้ำส้มควันไม้ที่ได้ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที  เนื่องจากการเปลี่ยนจากไม้เป็นถ่านไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งเตา  ดังนั้น  ควันที่เกิดขึ้นจึงเป็นควันที่ผสมกันระหว่างควันอุณหภูมิต่ำและสูง ดังนั้นจะมีน้ำมันดิน (ทาร์  :Tar)  และสารระเหยง่าย (โวลาไทล์ : Volatile matter)  ปนออกมาด้วยน้ำมันดินที่ละลายน้ำไม่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรไม่ได้เพราะจะไปปิดปากใบของพืช  และเกาะติดรากพืช  ซึ่งจะทำให้พืชเติบโตช้าหรือตายได้

การทำให้น้ำส้มควันไม้บริสุทธิ์สามารถทำได้  3  วิธี

1.ปล่อยให้ตกตะกอน  โดยนำน้ำส้มควันไม้มาเก็บไว้ในถังทรงสูงที่มีความสูงมากกว่าความกว้างของฐานประมาณ 3 เท่า  โดยทิ้งให้ตกตะกอนประมาณ 90 วัน น้ำส้มควันไม้จะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นบนสุดจะเป็นน้ำมันใส ชั้นกลางเป็นของเหลวใสสีชา คือน้ำส้มควันไม้ และชั้นล่างสุดจะเป็นของเหลวสีดำข้น คือ น้ำมันดิน หากนำผงถ่านมาผสม  5% โดยน้ำหนัก  ผงถ่านจะดูดซับทั้งน้ำมันใส  และน้ำมันดินที่แขวนลอยอยู่ให้ตกตะกอนสู่ชั้นล่างสุดในเวลาที่เร็วขึ้น  เพียงประมาณ  45  วันเท่านั้น

ถังเก็บน้ำส้มควันไม้ควรมีวาล์วก๊อกน้ำอยู่ 3 วาล์ว

วาล์วที่อยู่ระดับบนสุดของระดับน้ำส้มควันไม้ที่บรรจุอยู่ในถังมีไว้สำหรับแยกน้ำมันที่ลอยอยู่ข้างบนของน้ำส้มควันไม้

วาล์วที่อยู่ระดับกลางมีไว้สำหรับเก็บน้ำส้มควันไม้  มีไว้สำหรับเปิดเอาน้ำส้มควันไม้ที่น้ำมันดินแยกออกมาแล้วเอาไว้ใช้งาน

วาล์วที่อยู่ก้นถังระดับล่างสุดมีไว้สำหรับถ่ายน้ำมันดิน (ทาร์) ที่ตกตะกอนออก

หลังจากตกตะกอนจนครบกำหนดแล้ว  นำน้ำส้มควันไม้มากรองอีกครั้งด้วยผ้ากรองแล้วจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้

2.การกรอง โดยใช้ผ้ากรองหรือถังกรองที่ใช้ผงถ่านกัมมันต์ ซึ่งจะได้คุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป เพราะถ่านกัมมันต์จะลดความเป็นกรดของน้ำส้มควันไม้  และจะใช้วิธีนี้เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม

3.การกลั่น โดยกลั่นได้ทั้งในความดันบรรยากาศ  และกลั่นแบบลดความดันรวมทั้งกลั่นแบบลำดับส่วนเพื่อแยกเฉพาะสารหนึ่งสารใดในน้ำส้มควันไม้มาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยา

คุณสมบัติน้ำส้มควันไม้ แตกต่างจากน้ำส้มสายชู หรือน้ำส้มอื่นๆ ที่ได้จากการหมัก  หรือสังเคราะห์อื่นๆ คือมีสารประกอบหลากหลายกว่า โดยเฉพาะฟีนอล  (PHENOL)  ซึ่งได้จากการสลายตัวของลิกนิน  (LIGNIN)

น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากไม้ต่างชนิดก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันด้วย เช่น น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากไม้ยูคาลิปตัส จะมีความเป็นกรดต่ำและมีสีใสแต่มีเมธานอล (METHANOL)  สูงกว่า  ไม้กระถินยักษ์หรือไม้สะเดา

น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบต่างๆ  มากกว่า 200 ชนิด ซึ่งได้จากกรสลายตัวของไม้ด้วยความร้อนเกิดเป็นสารประกอบใหม่หลายชนิด  เช่น  กรดอินทรีย์และแอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ ได้จากการสลายตัวของเฮมิเซลลูโลส และเซลลูโลส ส่วนฟีนอลได้จากการสลายตัวของลิกนิน

น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบที่สำคัญได้แก่น้ำ ประมาณ 85% กรดอินทรีย์  ประมาณ 3% และสารอินทรีย์อื่นๆ อีกประมาณ 12% มีค่าความเป็นกรด (pH)  ประมาณ  3  ความถ่วงจำเพาะประมาณ  1.012 – 1.024  แตกต่างกันไปตามชนิดของไม้

ผู้ใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์พิชัย สมบูรณ์วงศ์ นักวิชาการเกษตร ชำนาญการพิเศษ และนายสมศักดิ์ ศิริ นักวิชาการเกษตร ฝ่ายนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร.0-5387-3938-9, 08-9631-1432  ในวันและเวลาราชการ.