หน้าหลัก » ข่าวแรงงาน-วิชาชีพ

โรคและแมลงศัตรูของน้อยหน่า

Author by 9/08/12No Comments »

          หลังจากฤดูกาลของลำไยผ่านไป ฤดูกาลของน้อยหน่าก็มาถึง ท่านที่ปลูกน้อยหน่าไว้ภายในบ้านเพื่อบริโภค หรือปลูกเป็นสวนเพื่อการค้า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักกับโรคและแมลงศัตรูของน้อยหน่า  ให้ได้รับประทานน้อยหน่าที่อร่อย รสชาติหวาน หอม และประสบความสำเร็จในการทำสวนน้อยหน่า

โรคศัตรูของน้อยหน้า โรคดอกร่วง  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา เข้าทำลายก้านดอก และกลีบดอก เกิดเป็นจุดสีน้ำตาลดำ ทำให้ดอกร่วงหล่น ถ้าดอกที่เป็นโรคไม่รุนแรงดอกสามารถเจริญและสามารถสืบพันธุ์ได้ แต่โรคก็สามารถติดไปยังผลทำให้ผลเหี่ยวย่นมีสีน้ำตาลเข้ม ถ้าระบาดรุนแรงจะทำให้ผลเสียหายยังเป็นโรคต่อไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว การป้องกันกำจัด เก็บดอก และผลที่เป็นโรคติดต่อไปเผาทำลาย แล้วพ่นสารเคมี เช่นคอปเปอร์ออกซี่คลอไรด์

โรคมัมมี่ สาเหตุเกิดจากเชื้อรา เข้าทำลายผิวเปลือก โดยในระยะแรกผิวเปลือกจะเป็นแผลจุดสีม่วงดำ และแผลจะขยายใหญ่มากขึ้น ผลเน่าแห้งและแข็ง แตกออกตามร่องของผลอย่างเห็นได้ชัด เนื้อเยื่อภายในจะเน่าเป็นสีน้ำตาลเนื้อไม่เละ คือลักษณะของผลน้อยหน่าที่เป็นโรคมัมมี่ ผลจะเน่าแห้งและแข็งเป็นสีน้ำดำทั้งผล โดยรูปร่างผลยังคงเดิมติดกับขั้วอยู่บนต้น การป้องกันกำจัด เก็บผลที่เป็นโรคออกไปเผาทำลาย และฉีดพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อรา

โรคแอนแทรคโนส  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา เข้าทำลายใบและยอดอ่อนของน้อยหน่า ซึ่งจะเข้าทำลายในช่วงฤดูฝน และมักเกิดกับต้นน้อยหน่าที่ไม่ได้รับการตัดแต่งกิ่ง โดยใบของน้อยหน่าที่เป็นโรคจะมีจุดสีดำกระจายบนใบ ทำให้ใบแห้งเหี่ยว และร่วงหล่น ยอดอ่อนที่เป็นโรคจะมีจุดสีดำบนปลายยอดและจะขยายลุกลามไปถึงโคนกิ่ง ทำให้กิ่งแห้งตาย โรค     แอนแทรคโนสยังสามารถระบาดไปยังขั้วผลและผลน้อยหน่าได้ โดยโรคจะไหลไปกับหยดน้ำทำให้ขั้วผลและผลเน่า การป้องกันกำจัด ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เผาทำลายกิ่ง ใบ และผลที่เป็นโรค

แมลงศัตรูของน้อยหน่า แมลงวันผลไม้หรือแมลงวันทอง  เข้าทำลายโดย ตัวเมียเข้าไปเจาะผลแล้ววางไข่ ประมาณ 1-2 วัน เข้าสู่ระยะตัวหนอน อาศัยกินอยู่ในผล ประมาณ 6-10 วัน หลังจากนั้นหนอนจะดีดตัวออกจากผลลงสู่ดินเพื่ออยู่ในระยะดักแด้ในดิน ประมาณ 8-12 วัน จะเป็นตัวเต็มวัย ปีหนึ่งจะขยายพันธุ์ได้ 8-12 ชั่วอายุ การป้องกันกำจัด โดยการห่อผลด้วยถุงกระดาษหรือถุงพลาสติก หรือใช้สารเคมี เช่น มาราไธออน ทำลายตัวเต็มวัย ทำลายดักแด้ และควรนำผลเน่าไปเผาทำลาย  เพื่อเป็นการกำจัดตัวหนอนในผลที่ยังเหลืออยู่ในผล

ด้วงกินใบหรือแมลงค่อมทอง ลักษณะการทำลาย ด้วงจะกัดกินใบอ่อนและใบแก่ โดยเฉพาะขอบใบจะเว้าแหว่ง ทำให้ใบเสียหาย ตัวเต็มวัยสามารถปรับเปลี่ยนสีไปตามสภาพแวดล้อม การป้องกันกำจัด ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง และรักษาความสะอาดในสวนอยู่เสมอ หรือใช้สารเคมีฉีดพ่น เช่น คาร์บาริล (เชพวิน 85 %) อัตรา 60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

ด้วงทำลายดอก พบอยู่ 2 ชนิด คือ ด้วงมีงวงสีน้ำตาลอ่อน และด้วงไม่มีงวงสีน้ำตาลลายดำ ลักษณะการทำลาย ด้วงจะกัดกินเกสรตัวผู้ ยอดเกสรตัวเมีย กลีบดอกและก้านใบ ทำให้ดอกแห้งและร่วงหล่น การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นยาชนิดดูดซึม และประเภทถูกตัวตายควบคู่กันไปจะช่วยลดการระบาด เช่น ใช้บาซูดินน้ำผสมกับมาลาไธออนฉีดทุก 7-10 วัน ในระยะดอกเริ่มบานประมาณ 3-4 วัน

เพลี้ยแป้ง ลักษณะตัวสีขาว มีสารสีขาวคล้ายแป้งติดอยู่ตามตัว เพลี้ยแป้งมีลักษณะ การทำลายโดยดูดกินน้ำเลี้ยงที่ผล ขั้วผล และใบ มักพบตัวเพลี้ยแป้งเกาะอยู่ตามร่องตาของผล  โดยในขณะเดียวกันจะผลิตสารพิษออกมาทำให้ผลเหี่ยว การป้องกันกำจัด ใช้มาราไธออนผสมสารจับใบ หรือผสมไวท์ออย ฉีดพ่น

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์พิชัย  สมบูรณ์วงศ์   นักวิชาการเกษตร ชำนาญการพิเศษ   และนายสมศักดิ์ ศิริ  นักวิชาการเกษตร  ฝ่ายนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร.0-5387-3938-9  ในวันและเวลาราชการ.