หน้าหลัก » คอลัมนิสต์

จบไหม เมื่อยิ่งลักษณ์พ้นจากนายกรัฐมนตรี?

Author by 9/05/14No Comments »

ต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เวลา 12.20 น. คณะ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง9คน ได้ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยกลางในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กับคณะ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา182วรรคหนึ่ง (7)ประกอบมาตรา268หรือไม่ จากการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ภายหลังที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ชนะคดีโดยให้รัฐบาลคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้แก่ นายถวิล เปลี่ยนศรี

องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยคำร้องของคณะส.ว.ดังกล่าวข้างต้น โดยกำหนดประเด็นในการพิจารณาไว้3ประเด็น ประกอบด้วย

ประเด็นที่ 1.พิจารณาว่าเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้วปัญหาที่ต้องพิจารณานายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180วรรคหนึ่ง (2)ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ในประเด็นนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าเมื่อมีการยุบสภาไปแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ทำให้สถานภาพความเป็นรัฐมนตรี ยังไม่สิ้นสุดลงแม้มีการยุบสภาไปแล้ว

ประเด็นที่ 2.การกระทำของนายกรัฐมนตรีเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา268ประกอบมาตรา266(2) (3) เป็นการทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา182วรรคหนึ่งหรือไม่ ในประเด็นนี้ ศาลได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นความเป็นนายกรัฐมนตรี จากกรณีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นเลขาธิการ สมช. โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม มีวาระซ่อนเร้น เอื้อประโยชน์ให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ เป็น ผบ.ตร. ใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงเพื่อประโยชน์ของตัวเอง เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266(2)(3) ประกอบมาตรา 268 มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และคณะรัฐมนตรีที่ร่วมประชุมในขณะนั้นเมื่อวันที่ 6 ก.ย.2554 ประกอบด้วย1.ร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี2.นายกิตติรัตน์ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง3.นายสุรพงษ์โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ4.พล.ต.อ.ประชาพรหมนอก เมื่อครั้งเป็นรมว.ยุติธรรม5.นายปลอดประสพสุรัสวดี เมื่อครั้งเป็นรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6.นายสันติพร้อมพัฒน์ เมื่อครั้งที่เป็นรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์7.พล.อ.ยุทธศักดิ์ศศิประภา เมื่อครั้งเป็นรมว.กลาโหม8.น.อ.อนุดิษฐ์นาครทรรพเมื่อครั้งเป็น รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและ9.นายศิริวัฒน์ขจรประศาสน์ เมื่อครั้งเป็น รมช.พาณิชย์.   ซึ่งศาลถือว่ามีส่วนร่วมในการแทรกแซงการโยกย้ายดังกล่าว ทำให้สถานภาพความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามไปด้วย

ประเด็นที่ 3.เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา182วรรคหนึ่ง(7)จะทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ต้องสิ้นสุดลงด้วยหรือไม่ ในประเด็นนี้ ศาล มีมติให้ ครม.ปัจจุบันอีก 25 คนที่ไม่ได้ร่วมประชุมมีมติย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ถือว่าไม่ได้ร่วมกระทำความผิด จึงยังรักษาการต่อไปได้ ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

คำวินิจฉัยดังกล่าว เป็นที่ยอมรับทั้งกลุ่ม กปปส,ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกลุ่มนปช.ของเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน  นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รักษาการรมช,กระทรวงพาณิชย์และเลขาธิการ กลุ่มนปช. แถลงว่า รัฐมนตรีอีก 25 คนยังรักษาการรัฐบาลต่อไปตามกฎหมาย และที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทั้ง 25 คนมีมติให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรี

แต่กลับปรากฏว่า นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.)อดีตประธานรัฐสภา ไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกแถลงการณ์ โดยเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยดังกล่าวว่าจะต้องดำเนินการหรือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไปคือ 1.ก่อนที่ ครม.จะได้ดำเนินการต่อไปอย่างไร ในเบื้องต้นควรที่จะต้องรอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเสียก่อน2.เมื่อคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ครม.ควรที่จะนำคำวินิจฉัยนั้นหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้มีการพิจารณาและวินิจฉัยโดยเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ เพียงใด และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวถือเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐหรือไม่ เนื่องจากตุลาการที่เป็นองค์คณะในการพิจารณาและทำคำวินิจฉัยเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับเรื่องที่พิจารณาวินิจฉัย และที่สำคัญการพิจารณาวินิจฉัยคดีดังกล่าวได้กระทำไปโดยไม่มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญรองรับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 วรรคหก ซึ่งการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญดังกล่าว คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีปัญหาความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำให้คำวินิจฉัยดังกล่าวตกไปทั้งฉบับ 3. ในระหว่างที่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญประกาศในราชกิจจานุเบกษา และรอความเห็นของคณะ กรรมการกฤษฎีกา ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เพื่อให้มีความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ให้มีช่องว่างแห่งการใช้อำนาจมหาชน 4.ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.โดยเร็ว เพื่อที่จะได้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง ครม.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินต่อไปอันเป็นการยุติบทบาทหรือยุติการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม.ชุดเดิมตามที่หลายฝ่ายต้องการ ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งดังกล่าวควรที่จะมีการทำประชามติไปในคราวเดียวกันว่าครม.ชุดเดิมจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ 5.สำหรับประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาและวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือเห็นว่าการพิจารณาวินิจฉัยคดีที่ผ่านมาของศาลรัฐธรรมนูญได้กระทำไปโดยไม่มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญรองรับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 วรรคหก อันเป็นการจงใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ก็สามารถเข้าชื่อกันจำนวนไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน เพื่อขอให้ถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกจากตำแหน่งได้ ตามมาตรา 164

ส่วนผู้ใด กลุ่มใดจะเชื่อถือนำไปปฏิบัติ ก็เป็นสิทธิเสรีภาพของตน แต่รับรองว่า ถ้าไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ บ้านเมืองจะต้องลุกเป็นไฟ เพราะฝ่ายที่ยอมรับคำนิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็มีเป็นจำนวนมาก จริง ๆ แล้วการได้มาซึ่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็อาศัยอำนาจรัฐธรรมนูญ 2550  เป็นฉบับเดียวกันกับที่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าอยู่ในตำแหน่งโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อต่างก็อ้างกฎหมายฉบับเดียวกัน ก็น่าจะยอมรับและจบกันได้แล้ว.

พงศ์ สุภาวสิทธิ์