หน้าหลัก » คอลัมนิสต์

ตอนที่ 340 หลักจารึกดวงเมืองเชียงใหม่วัดเชียงมั่น

Author by 10/01/12No Comments »

สืบเนื่องจากศิลาจารึกวัดเชียงมั่นพุทธศักราช ๑๘๓๙ ได้จารึกไว้ว่า “ศักราช ๖๕๘ ปีรวายสัน เดือนวิสาขาออก ๘ ค่ำ ขึ้น ๕ ไทยเมืองเปล้า ยามแตรรุ่งแล้ว สองลูก นาฑี ปลายสองบาทน้ำ ลัคคนาเสวยนวางค์ประหัส ในมีนยะราศี พญามังรายเจ้า พญางำเมือง พญาร่วง ทังสามคน ตั้งหอ นอนในที่ไชยภูมิ ราชมณเฑียร ขุดคือก่อตรีบูรทั้งสี่ด้านและก่อเจติยะทัดที่นอนบ้านเชียงมั่น ในขณะยาม เดียวนั้น ที่นั้นลวดสร้างเป็นวัด หื้อทานแก่แก้วทังสามใส่ชื่อว่าวัดเชียงหมั้น ต่อบัดนี้ …”

นับแต่ครั้งนั้นเมืองเชียงใหม่ก็ถูกก่อตั้งอย่างเป็นทางการพัฒนาอยู่ยั่งยืนยาวนานมาจนปัจจุบันนี้ปี พ.ศ.๒๕๕๕ ก็ประมาณ ๗๑๖ ปี ด้วยฐานทั้งทางการเมืองการปกครอง วัฒนธรรม ประเพณี การอยู่ร่วมของชุมชนชาวเมืองล้านนาแน่นหนามั่นคง ถ้อยทีถ้อยอาศัยรู้จักเสียรู้จักได้ในเวลาที่เหมาะสม และด้วยความอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากรทางธรรมชาติ ยังหมายรวมไปถึงการเข้าใจเลือกชัยภูมิที่ตั้งเมือง และกำหนดปักเขตฐานโดยบุรพมหากษัตริย์ทั้งสามพระองค์ทำให้เชียงใหม่กลายเป็นนครที่รุ่งโรจน์และมั่นคงมาตามลำดับ มีประวัติมีชื่อเสียงมีความเข้มแข็งภายในเมืองมายาวนานกว่า ๗๐๐ ปี

๗๐๐ กว่าปีที่หลักศิลาจารึกดวงเมืองเชียงใหม่ได้จำหลักไว้ที่วัดเชียงมั่น วัดที่อยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่หลังสำนักงานการบินไทยข้างโรงเรียนยุพราชนี่เอง ในสมัยก่อนตอนที่พระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ คือ พญามังราย พญางำเมือง และ พญาร่วง ได้ร่วมพระทัยสร้างเมืองเชียงใหม่โดยกำหนดเอาทิศตามมหาทักษาที่ดี กาลนั้นประวัติศาสตร์จารึกว่าทั้งสามพระองค์ได้มาปักหลักที่วัดเชียงมั่นและจารแผ่นดวงเมืองไว้ที่นี่

จากนั้นจึงเริ่มสร้างเมืองโดยการขุดคูเมืองสี่ทิศและสร้างประตูเวียงไว้ห้าประตู กำหนดเอาแจ่งศรีภูมิเป็นแจ่งแห่ง “ศรี” ตามหลักมหาทักษา ส่วนแจ่งกู่เฮืองคือแจ่งกาลกิณีดังนั้นทุกวันนี้หากมีใครเสียชีวิตในเขตกำแพงเมืองด้านใน จะต้องนำศพออกมาทางเดียวคือทางประตูหายยาเท่านั้น หากดื้อดึงเอาออกมาทางประตูท่าแพ ประตูช้างเผือก ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนดอกถือว่าผิดและก่อขึดก่อจาขึ้นในบ้านเมืองทันที

ทุกวันนี้หากโหรท่านใดปรารถนาจะทำนายดวงเมืองเชียงใหม่ มักจะต้องยึดเอาหลักจารึกของวัดเชียงมั่นเป็นหลักก่อน เพราะตามประวัติศาสตร์ค้นพบเพียงทีนี้ทีเดียว แม้นจะมีคำกล่าวว่าอาจไม่ใช่ดวงเมืองเชียงใหม่จริงๆ แต่ทว่าเมื่อนำมาประกบดาวจรเมื่อไรค่อนข้างมีเหตุที่เกิดมาอย่างคล้องจองและเมื่อเช็คดวงพื้นฐาน ก็ค่อนข้างเข้าทางกับนิสัยของคนเมืองไม่น้อย

ลัคนาดวงเมืองราศีมีนธาตุน้ำมีดาวศุกร์เป็นมหาอุจจ์ประกบลัคนาทำให้คนเมืองเชียงใหม่ค่อนข้างรักสวยรักงามมีนิสสัยของความสนุกสนาน รื่นเริงและมีความสามารถทางการประดิดประดอยเก่ง มีหัวทางศิลปะ ดวงเมืองมีดาวอังคารเบียนลัคสถิตภพวินาศทำให้ความกระตือรือร้นความขยันขันแข็งและความกล้าหาญของชาวเมืองมีไม่มากนัก

เรื่องราวแบบนี้หากย้อนมองอดีตเมือง ผู้เขียนว่าใช่ 100 เปอร์เซ็น แต่หากมามองวันนี้เมืองเปลี่ยนเพราะประชากรเมืองเป็นลุกผสมไปมากไอทีก็กระหน่ำไปทุกมุมเมือง ดังนั้น วิถีล้านนาเปลี่ยนไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังเชื่อถือจำหลักดวงเมืองที่วัดเชียงมั่นเสมอมาแวะไปชมได้ค่ะ.
มณฑา เภาวัฒนาสุข.