หน้าหลัก » คอลัมนิสต์

เอเซียคอลลิ่ง ตีทะเบียนคนพันล้าน

Author by 24/07/12No Comments »

เรารู้ว่าคนแต่ละคนแตกต่างกัน  และตอนนี้อินเดียก็ต้องการให้ประชากรพันกว่าล้านคนของประเทศ  มีเลขประจำตัวประชาชนของตัวเอง  เพื่อจัดทำฐานข้อมูลแห่งชาติใหม่  หรือที่รู้จักกันว่า อาดฮาร์   จนถึงตอนนี้ มีการเก็บข้อมูลของประชาชนไปแล้วเกือบ 170 ล้านคน  แต่โครงการนี้จะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลของประชาชนทั้ง 1 พัน 2 ร้อยล้านคนของอินเดียได้จริงหรือ

ผู้ชาย ผู้หญิง  และเด็ก  เข้าแถวต่อคิวกันในเขตสลัม  ชื่อ เจฮันกีรปุริ ของกรุงนิวเดลฮี  เพื่อลงทะเบียนรับบัตรประจำตัวประชาชน

บัตรใบนี้ระบุตัวเลข 12 หลัก สำหรับประชาชนชาวอินเดียทุกคน  และมีข้อมูลพื้นฐานบางอย่าง ได้แก่ ชื่อ รูปถ่าย เพศ  และวันเกิด นอกจากนี้ยังมีไมโครชิพ  ซึ่งเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลชีวภาพแห่งชาติ

ฐานข้อมูลนี้จะเก็บรวบรวมลายนิ้วมือ  ม่านตา และภาพใบหน้าของผู้ถือบัตรไว้

รัฐบาลบอกว่า  สิ่งนี้จะทำให้ประชาชนมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือในการยืนยันตัว  และช่วยส่งเสริมการบริการของรัฐบาล  และโครงการพัฒนาต่างๆให้ดีขึ้นด้วย

แต่หลายคนบอกว่า  เลขประจำตัวประชาชนนี้  รุกล้ำชีวิตส่วนตัวของประชาชน

อูชา รามานาธาน  เป็นนักวิจัยกฎหมายอิสระ

“มันเป็นแนวคิด  ซึ่งไม่ได้รับการวิเคราะห์มาอย่างถี่ถ้วน   มีความทะเยอทะยาน  ความอยากจะบริหารจัดการ  ต้องการควบคุมประชากรทั้งหมดทางสังคม   ถ้าประชาชนไม่แจ้งข้อมูลให้กับรัฐ  ก็จะถูกลงโทษ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เลย  เพราะนี่ก็เหมือนกับการปกครองแบบเผด็จการโดยสมบูรณ์”

นอกจากนี้ หลายคนยังบอกว่าข้อมูลชีวภาพนั้นไม่น่าเชื่อถือทั้งหมด

“ในกระบวนการขึ้นทะเบียน  สำนักงานบัตรประจำตัวประชาชน  จะเก็บข้อมูลภาพถ่ายความละเอียดสูง  แต่ในขั้นตอนการยืนยันตัวบุคคล  พวกเขาเก็บข้อมูลไปเพียงนิดเดียว พวกเขาจะเก็บไปแต่ลายนิ้วมือหนึ่งนิ้ว  และก็แปลงมันเป็นไฟล์รูปความละเอียด 30 จุดต่อพื้นที่หนึ่งตารางนิ้ว  ถ้าผมทิ้งรอยนิ้วมือเพียงนิ้วเดียวไว้บนพื้นผิวอะไรก็ตาม  นั่นก็เท่ากับผมได้ทิ้งพาสเวิร์ดของผมไว้ทั่วทุกหนทุกแห่ง  และใครก็สามารถเก็บเอาลายนิ้วมือขนาด 30 จุดต่อหนึ่งตารางนิ้ว ซึ่งอาจจะเหลือร่องรอยทิ้งไว้บนแก้วน้ำก็ได้”

กลุ่มสิทธิมนุษยชนแสดงความกังวลว่า   ข้อมูลจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดเป้าหมายโจมตีกลุ่มศาสนาต่างๆ  ในการจราจล  ซึ่งเป็นภัยคุกคามอินเดียอย่างแท้จริง

โกพาล กริสนา เป็นสมาชิกสภาประชาชนเพื่อสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐาน  และเป็นนักรณรงค์ต่อต้านโครงการบัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าว  เขาแสดงข้อโต้แย้งต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภา  โดยกล่าวว่า  บัตรประชาชนนี้เป็นภัยต่อความมั่นของชาติ  เพราะบริษัทเอกชนเข้ามามีส่วนในการดำเนินโครงการ

“สามบริษัทซึ่งได้มีการทำสัญญาไว้ว่าจะเป็นผู้จัดการข้อมูลชีวภาพ  เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทำข้อมูลซ้ำ  ได้แก่ แอล วัน ไอเดนจิตี้  โซลูชั่นส์ และ แอ็คเซนเจอร์  ทั้งสองบริษัทมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ สำนักงานสืบราชการลับ สหรัฐอเมริกา หรือซีไอเอ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้  อดีตผู้อำนวยการซีไอเอ  ได้รับตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัทแอลวันด้วย                พวกเขามีวิธีการที่เรียกว่า ผลัดกันบริหาร  โดยคนจากซีไอเอ  และคนจากอินเดีย  จะเปลี่ยนกันเข้าไปทำงานในบริษัทนี้  บนหน้าเว็บไซต์ของพวกเขา  บริษัทเหล่านี้อ้างว่าตนเป็นบริษัทเอกชนผู้เก็บรักษาข้อมูลให้กับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา  พวกเขาทำงานเพื่อประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา  แล้วพวกเขาจะมารักษาประโยชน์ของเราได้อย่างไร”

คณะกรรมาธิการ  แนะนำให้มีการชะลอการดำเนินงานโครงการนี้ออกไป  จนกว่าข้อกังขาทั้งหมดจะได้รับการชี้แจงและแก้ไขให้ชัดเจน

แต่รัฐบาลยังคงไม่แสดงท่าทีใดๆว่าจะยกเลิกโครงการนี้  โครงการบัตรประจำตัวประชาชนยังคงถูกผลักดันให้เดินไปข้างหน้า  และมีเป้าหมายจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนมีนาคม ปี 2014

จากกรุงนิวเดลฮี  นี่คือ บิสมิลลาห์ จีลานี  ถึงเอเชียคอลลิ่ง

/////////////////////////////////////

*  เผยแพร่ครั้งแรกทางเอเชียคอลลิ่ง เครือข่ายวิทยุของสำนักข่าวอิสระแห่งอินโดนีเซีย เผยแพร่ผ่าน10ภาษาใน10ประเทศทั่วเอเชีย  พบเรื่องราวอื่นๆได้ที่ www.asiacalling.org /www.facebook.com/asiacalling/thailand

*ฟังเอเชียคอลลิ่ง ได้ทางสถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน FM.100 พฤหัสบดี-ศุกร์ 07.30-08.00 น. และ20.00-20.30น.