หน้าหลัก » คอลัมนิสต์

แอ่ววัดแวดเวียง ตอนวัดท่าตอน

Author by 9/05/14No Comments »

วัดท่าตอน copy          ต้นสัปดาห์นี้อากาศบ้านเราเริ่มเย็นลง แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังเรื่องพายุฝนฟ้าคะนองที่อาจก่อความเสียหายได้รวดเร็วและหนักหน่วงยิ่งกว่าภัยร้อนเสียอีก  แถมยังต้องระวังเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและวัดวาอารามในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมาเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้พึงดำรงชีวิตอย่างมีสติอยู่เสมอ เพราะเราไม่สามารถล่วงรู้และสู้กับธรรมชาติได้  ทำได้เพียงเฝ้ามองเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเข้าใจ และเตรียมตัวไว้เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา วันนี้จึงใคร่จรรโลงใจผู้อ่านด้วยทัศนียภาพและความงดงามของศาสนสถานแห่งวัดท่าตอน ที่จะทำให้บรรดาผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมได้อมยิ้ม และอิ่มบุญกลับไปทุกรายเป็นแน่แท้

วัดท่าตอนตั้งอยู่ที่หมู่บ้านท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บนเนื้อที่กว่า 400 ไร่ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นเนินเขาที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องกันไปหลายระดับ ติดต่อกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ นับว่าเป็นวัดที่มีเนื้อที่มากติดอันดับต้นๆของประเทศไทยเลยทีเดียว กล่าวกันว่าวัดท่าตอนแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด แต่สันนิษฐานได้จากซากโบราณวัตถุที่ปรากฏอยู่ว่าน่าจะมีอายุเก่าแก่กว่าเมืองเชียงใหม่เสียอีก ต่อมาได้ทำการบูรณะและเรียกชื่อว่าวัดจอมคีรี ภายหลังได้ทำการก่อสร้างศาสนวัตถุต่าง ๆ ขึ้นใหม่และได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดท่าตอน มีฐานะเป็นวัดประจำอำเภอแม่อาย

วัดท่าตอนเป็นวัดที่มีทัศนียภาพสวยงามเนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขา รายล้อมไปด้วยป่าไม้ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะทัศนียภาพของลำน้ำกกที่ไหลผ่านที่ราบอันเป็นที่ตั้งของชุมชนและพื้นที่ทำการเกษตรที่ให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่ง  ประกอบกับสภาพอากาศที่ร่มรื่นและเย็นสบายแม้ในช่วงฤดูร้อนก็ตาม  หากโชคดีมาถึงที่นี่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นก็จะได้อิ่มเอมใจกับภาพพระอาทิตย์ยามเช้า และสายหมอกที่ลอยเอื่อยอยู่เหนือพื้นที่ราบ เปรียบเป็นสวรรค์บนดินเลยทีเดียว  ไม่เพียงแต่ความงดงามของธรรมชาติเท่านั้น ศาสนวัตถุต่างๆ ภายในวัดยังมีความโดดเด่นด้วยขนาดและสีสันโดยเฉพาะพระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์หรือพระเจดีย์แก้วเป็นพระเจดีย์ที่มีรูปทรงแปลกตาประดับด้วยกระจกหลากสีซึ่งเป็นปริศนาธรรมให้ผู้มากราบไหว้ได้ครุ่นคิดใคร่ครวญดู ภายในองค์พระเจดีย์สามารถเดินเข้าไปได้  และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ ซึ่งแต่ละองค์ล้วนมีพุทธลักษณะที่แปลกแตกต่างกันออกไป ชั้นบนสุดของพระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งผู้คนสามารถขึ้นไปกราบไหว้และปิดทองได้

หากดูจากแผนผังของวัดแล้วจะพบว่า วัดท่าตอนมีการจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นชั้น ๆ ทั้งหมด 9 ชั้นด้วยกัน เรียงต่อกันไปบนเนินเขาโดยชั้นแรกจะเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพระปริยัติธรรมและองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ชั้นที่สองเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถ ชั้นที่สามเป็นลานประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ขาว ชั้นที่สี่เป็นลานประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก ชั้นที่ห้าเป็นกุฏิ ชั้นที่หกและเจ็ดเป็นเรือนรับรองและศาลาปฏิบัติธรรม ชั้นที่แปดเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์แก้ว และชั้นที่เก้าเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่ออิ่มตลอดกาลซึ่งเส้นทางที่จะเดินทางไปถึงยังพื้นที่แต่ละชั้นนั้นเป็นเส้นทางบนไหล่เขาค่อนข้างลาดชัน ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก แต่เชื่อแน่ว่าหากท่านผู้อ่านที่ได้เดินทางมาเยือนวัดแห่งนี้แล้วต้องประทับใจและอยากจะบอกต่อ  และเชิญชวนให้เพื่อน ๆหรือญาติพี่น้องได้มีโอกาสมาทำบุญ ปฏิบัติธรรม สัมผัสกับความงดงาม อันจะเป็นเครื่องจรรโลงจิตใจให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อโลกใบนี้   ว่ายังมีสิ่งดีงามควรคู่แก่การอุปถัมภ์ค้ำชู บูชาและรักษาให้คงอยู่ภายในจิตใจของเรานั่นคือความศรัทธา ความดีงาม และความเรียบง่ายนั่นเอง.