หน้าหลัก » คอลัมภ์ สัพเพเหระ

คนอยู่กับป่า ต้องรักษาป่าไม้

Author by 7/04/15No Comments »

6859855154_68ece6e874         ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานสักขีพยานการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือเข้าอยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 เพื่อดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ในเนื้อที่ 7,282 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์จำนวน 1,235 ครอบครัว ซึ่งเป็นการดำเนินงานในระยะที่ 1

โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน เป็นผลจากการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. และเป็นการดำเนินงานภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 เรื่องการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เพื่อให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ เน้นการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ที่เหลืออยู่ และฟื้นฟูป่าไม้ที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนมา ซึ่งโครงการจัดการที่ดินให้ชุมชน ดำเนินการภายใต้หลักการที่ที่ดินยังคงเป็นของรัฐ แต่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ มีส่วนร่วมในการดูแลป้องกันรักษาป่าโดยรอบที่ที่ได้รับอนุญาต โดยจะมีการมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ฯ ในลักษณะแปลงรวมและมีอายุ 30 ปี เพื่อป้องกันการซื้อขายหรือเปลี่ยนมือ ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้ดำเนินการตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนใน 2 ระยะ โดย ระยะที่ 1 มีพื้นที่เป้าหมาย 6 แห่ง ใน 4 จังหวัด เนื้อที่รวม 53,697 ไร่ และระยะที่ 2 มีพื้นที่เป้าหมาย 8 แห่ง ใน 8 จังหวัด เนื้อที่ 51,929 ไร่

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ที่อยู่การดำเนินการในระยะ 1 ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจำนวน 3 แห่งครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ คือ แห่งที่ 1 อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา หมู่ 1-7 ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน พื้นที่ 7,282 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 1,235 ครอบครัว แห่งที่ 2 อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าท่าธาร อำเภอจอมทอง และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ตาลและป่าแม่ยุย อำเภอฮอด พื้นที่รวม 7,926 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา ราษษฏรได้รับประโยชน์ 1,343 ครอบครัว และแห่งที่ 3 อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง อำเภอฝาง พื้นที่รวม 2,308 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา ประชาชนได้รับประโยชน์ 793 ครอบครัว

ดังนั้นเมื่อชาวบ้านได้ที่ดินแล้ว ต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ โดยไม่บุกรุกเพิ่มเติมและให้ช่วยปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับคืนมา ที่สำคัญหากพบว่ามีการบุกรุกจะดำเนินการตรวจสอบและเรียกคืน

ก็หวังว่าพี่น้องประชาชนที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน คงต้องช่วยกันรักษาป่าไม้ให้ยั่งยืน เพราะยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมากเขายังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ดังนั้นจึงต้องรักษาให้ดี.