หน้าหลัก » คอลัมภ์ สัพเพเหระ

ผืนป่าสาละวิน แม่ฮ่องสอน

Author by 25/08/15No Comments »

ป่าสาละวิน         จะว่าไปแล้ว “ป่าสาละวิน” จังหวัดแม่ฮ่องสอนในอดีตถือว่าเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ปัจจุบันนี้ทรัพยากรอันล้ำค่าเช่น ไม้ ถูกตัดทำลายไปมาก ส่งผลให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนในปัจจุบันนี้ ฝนตกทีไร น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนราษฎร ท่วมผืนนาชาวไร่ ได้รับความเสียหายทุกครั้ง

วันนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนจึง รี เอ็กซเลย์ ผืนป่าสาละวิน จัดกำลังลาดตระเวนจัดทำฐานข้อมูลทางกายภาพ ต้นสักเชิงคุณภาพ ตามลำน้ำสาละวิน เพื่อป้องกันและปราบปราบการคุกคามไม้สักในผืนป่าสาละวิน และสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนการป้องกันและจัดการในอนาคต

กล่าวคือที่ค่ายเทพสิงห์ กรมทหารพรานที่ 36 นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง พ.อ.อดุลย์ จำปาทอง รอง ผบ.ฉก.ทพ.36 ได้กระทำพิธีปล่อยขบวนกำลังพลออกลาดตระเวนจัดทำฐานข้อมูลทางกายภาพ ต้นสักเชิงคุณภาพ ตามลำน้ำสาละวิน โดยการสนธิกำลังของหน่วยงานประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน อุทยานแห่งชาติสาละวิน กองบังคับการควบคุบกองกำลังนเรศวร โดย หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 337 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียง, อ.สบเมย รวม 63 นาย แบ่งชุดลาดตระเวนออกเป็น 9 ชุด 22 พื้นที่ปฏิบัติการ ประกอบด้วย พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ตั้งแต่ ดอยผาตั้ง ถึง บริเวณ สบแงะ จำนวน 11 พื้นที่ปฏิบัติการ ใช้ชุดลาดตระเวนและสำรวจ 4 ชุด,พื้นที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน ตั้งแต่ สบแงะ ถึง บ้านแม่สามแลบ จำนวน 3 พื้นที่ปฏิบัติการ ใช้ชุดลาดตระเวนและสำรวจ 4 ชุด, และพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ตั้งแต่ บ้านแม่สามแลบ ถึงสบแม่ยวม จำนวน 4 พื้นที่ปฏิบัติการ ใช้ชุดลาดตระเวนและสำรวจ 2 ชุด รวมระยะทางปฏิบัติการตามลำน้ำสาละวิน 128 กิโลเมตร

โดยชุดปฏิบัติการ จะทำการลาดตระเวน สำรวจ บันทึก และทำเครื่องหมาย ไม้สักที่เสี่ยงต่อการถูกตัด คือขนาดเส้นผ่าศูนย์ ตั้งแต่ 60 เซนติเมตร ขึ้นไป เพื่อจะได้จัดทำฐานข้อมูลรายละเอียดไม้สักและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ช่วยป้องกันและปราบปราบการคุกคามไม้สักในผืนป่าสาละวินให้ลดลง และสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนการป้องกันและจัดการในอนาคต โดยจะดำเนินการในห้วงเวลา ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.- 10 ก.ย. 58

ผมก็หวังว่า ในอนาคต “ป่าสาละวิน” จะกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ที่สำคัญ “ชาวบ้าน”ในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วปัญหาเรื่องน้ำหลาก น้ำท่วม คงจะหายไปเพราะธรรมชาติช่วยแก้ไขปัญหาให้แล้ว.

ชาติ ทุ่งเสี้ยว